เพราะสังคมเราพิกลพิการ ความชอบธรรมค่อยๆหายไปคุณธรรม จริยธรรมที่เร่มเสื่อมถอย หลายคราที่เราเห็นสังคมเปลี่ยนความชั่วให้เป็นเรื่องดีงาม เปลี่ยนสีดำให้ขาวสะอาด ความชอบธรรมอยู่แห่งหนใด สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่จะฉุดรั้งให้สังคมอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เราคงจะรอให้แก้ไขทั้งระบบใหญ่ไม่ได้เป็นแน่ ...

น้ำดีที่เติมลงไป

ในน้ำเสีย

สังคมวิกฤต ถึงจะดูเป็นเรื่องมหภาค แต่เราสามารถช่วยกันแก้ไข เยียวยาสถานการณ์แบบนี้ได้ ผมเชื่อเรื่องของพลังความดีครับ หากเราตั้งใจทำดี และให้กำลังใจคนทำดี เราก็จะได้พลเมืองคนดีเพิ่มมากขึ้น น้ำที่เสีย เหม็นเน่าแก้ไขยาก แต่มีทางเลือกที่จะแก้ไขคือ เติมน้ำดีให้มากๆจนน้ำเน่าเสียนั้นเจือจางลงไป

 

เพราะเชื่อมั่นพลังของความดี ผมคิดเสมอถึงคำพูดพี่ชายท่านหนึ่ง ที่บอกกับผมในอดีต พี่บอกผมว่า "ความดีสวยงามเสมอ" ใช่ครับ ความสวยงามของความดีนั้นไม่ต้องนำมาอวดในที่สาธารณะแต่ก็มีคุณค่า เหมือนดารารายเปล่งประกายงดงามเสมอแม้ค่ำคืนที่มืดมิด

 

วันนี้ที่กระทรวงสาธารณสุขผมมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกับกลุ่มนักเขียนทั่วประเทศของวารสารหมออนามัย ที่มารวมตัวกัน พูดคุย แลกเปลี่ยน พัฒนาศักยภาพ โดยในนามของเครือข่ายปลายปากกา โดยทั้งหมดเป็นหมออนามัยที่ทำงานคลุกคลีกับชาวบ้าน ในฐานะบุคลากรทางสุขภาพ ใกล้ชิด ใกล้ใจ สัมผัสชีวิตผู้คน อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...แต่เสียงของพวกเขาดังเบาเหลือเกินในสังคมนี้

 

เพียรทำความดี โดยไม่มีใครมองเห็น นั้นเป็นวิถีที่ชอบแล้ว ...ผู้ปิดทองหลังองค์พระปฏิมาเหล่านั้นหวังเพียง การอยู่ดีมีสุขของชาวบ้าน หนทางสร้าง"สุขภาวะ" ไม่ใช่เรื่องง่าย สุขภาพดีจึงไม่ใช่แค่ไม่ป่วยเพราะเกี่ยวพันชีวิตที่เป็นองค์รวม

 

เรื่องราวชีวิตเล็กชีวิตน้อย เรื่องราวของคนทุกข์ คนยาก อันเป็นนาฏกรรมของสังคมประเทศกำลังพัฒนา ชาวบ้านรากหญ้า สุขอย่างไร และทุกข์อย่างไร? ผมคิดว่าหมออนามัยรู้ดีที่สุด และภาระงานที่พวกเขาได้ทุ่มเทลงไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

หาก หมออนามัยได้เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวจากชุมชน สะท้อนผ่านงานที่พวกเขาไปได้ปฏิบัติ โดยผ่านสื่อกลางที่เหมาะสม เป็นพื้นที่เสมือนที่เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จริงๆ เช่น Gotoknow ผมคิดว่า หน้าต่างแห่งโอกาสวันนี้ได้เปิดแล้ว

 

 

วันนี้น้องยีห์ สาวน้อยมุสลิมจากพังงา เธอเล่าเรื่องราวชีวิตหมออนามัยได้อย่างออกรสชาติ ผมสังเกตเห็นสายตาเธอเปล่งประกาย หลายคนนั่งฟังเธอเล่าอย่างจดจ่อ ...เธอเล่าอย่างมีความสุข และผมยังสังเกตอีกว่าผู้ฟังก็พลอยชื่นชมยินดีไปกับเธอด้วย ...ก่อนจบเธอหยอดหนึ่งประโยคว่า "เธอพูดไม่เก่ง"

 

นอกจากนี้มีหมออนามัยหลายท่าน ผลัดกันเล่าเรื่องของตนเองที่เกี่ยวพันชีวิตและงาน ทุกคนมีแง่มุมและเรื่องราวที่น่าสนใจ ...

 

จากภาพสู่งานเขียน

 

ผมเริ่มต้นด้วยภาพสวยๆที่ผมถ่ายจากสถานที่ต่างกัน

บอกทุกคนในเวทีเสวนาว่า ผมไม่ใช่ช่างกล้องมืออาชีพ แต่ผมมีความรักที่จะถ่ายภาพ รวมถึงมีมุมมองที่แตกต่าง ภาพที่เป็นผลผลิตจึงดูแปลกตา มีเรื่องราวอีกมุมที่เรานึกไม่ถึง และภาพหนึ่งภาพก็แทนอักษรนับพัน หากเราได้อธิบายเพิ่มเติมจากภาพ เรื่องราวที่ถ่ายทอดจึงเป็นเรื่องราวที่มีอรรถรสน่าติดตาม

 

ช่วงก่อนเที่ยงเล็กน้อย ...บรรดาผู้เข้าร่วมเสวนา ต่างก็พกกล้องถ่ายรูป เดินเที่ยวไปในเขตกระทรวงสาธารณสุข  โดยที่เราไม่ได้กำหนดว่าจะต้องถ่ายภาพอะไร เพียงแต่บอกโจทย์กว้างๆว่า ภาพที่ถ่ายจะนำมาเขียนเป็นเรื่องเล่า

 

กิจกรรมนี้สร้างแรงบันดาลใจที่ดีกิจกรรมหนึ่ง ต่อความมั่นใจในการเขียนเรื่องเล่าดีๆ หลังจากที่ทุกคนส่งภาพที่ชอบที่สุดแล้ว เราทำการล้างอัดโดยใช้เวลาไม่นาน เราได้ภาพที่ชอบในมือของทุกคน

 

ถึงเวลาที่ทุกคนจะบรรเลง เรื่องราว เรื่องเล่าจากภาพ หลายคนบรรยายด้วยร้อยกรอง และหลายคนเขียนด้วยความเรียงเปรียบเปรย หลายคนสื่อให้เห็นถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในภาพนั้นผ่านมุมคิดเขาอย่างน่าทึ่ง...จากนั้นทุกคนก็นำภาพที่ได้มาเล่าสั้นๆให้เพื่อนฟังว่าเป็นภาพอะไร และเขาคิดอะไรกับภาพนี้(ที่เขาเลือก) จากนั้นก็นำผลงานไปติดแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนและให้คะแนนประกวดโดยใช้คะแนนนิยมของทุกคนในเวทีเสวนา

 

เสียงฮือฮา หัวเราะ พร้อมกับวิจารณ์ภาพกันอย่างสนุกสนาน ...จินตนาการที่ทุกคนได้ปลดปล่อยเต็มที่นี้ ผมเห็นศักยภาพที่ซ่อนไว้ของทุกคนผ่านการสื่อสารผ่านภาพและเรื่องเล่า

 

จากเรื่องเล่าสู่งานเขียน

ผมเพิ่มเติมให้ผู้เสวนาในประเด็น "จากเรื่องเล่าสู่งานเขียน" ในเนื้อหาที่แลกเปลี่ยน ล้วนแต่จุดประกายให้ทุกคนได้มีความมั่นใจในฐานะผู้เล่า และเป็นผู้เขียนในคนๆเดียวกัน  ผมเสริมแรงให้ความมั่นใจกับทุกคนว่า พวกเรามีจุดแข็งคือการได้สัมผัสชีวิตโดยตรงจากชุมชน ดังนั้นเรื่องเล่าของทุกคนจะมีพลัง น่าติดตาม รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ที่อยู่ในชุมชน ในภาระงานที่น่าภาคภูมิใจ สื่อสารสู่สังคม

 

และ Blog ก็เป็นทางเลือกหนึ่งของช่องทางการสื่อสาร...ที่ผมนำเสนอในเวทีเสวนาในวันนี้ก่อนจบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

ย้อนมากับประเด็นที่โปรยมาต้นบันทึกนี้ เพราะสังคมเราพิกลพิการ ความชอบธรรมค่อยๆหายไปคุณธรรม จริยธรรมที่เร่มเสื่อมถอย หลายคราที่เราเห็นสังคมเปลี่ยนความชั่วให้เป็นเรื่องดีงาม เปลี่ยนสีดำให้ขาวสะอาด ความชอบธรรมอยู่แห่งหนใด  สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่จะฉุดรั้งให้สังคมอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เราคงจะรอให้แก้ไขทั้งระบบใหญ่ไม่ได้เป็นแน่ ...

 

ความเรื่องราวความเป็นไปของวันนี้ทำผมคิดถึงข้อเขียนของ ท่านอาจารย์นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ท่านสนับสนุนให้มีการทำแผนที่คนดี ยกย่องคนดีให้มีกำลังใจในการเพียรทำดีต่อไม่ลดละ  หมออนามัยที่ทำงานกับชุมชนจะเป็นผู้เชิดชูคนดีเหล่านั้น รวมถึงพูดถึงเรื่องราวความดีงามของคนทำงานให้สังคมรับรู้...เป็นน้ำดีที่เติมลงในน้ำเสียให้เจือจางไปเรื่อยๆ

 

และท่านอาจารย์ นพ.ประเวศ วะสี ท่านก็ได้ให้ข้อเสนอแนะการสร้างสังคมานุภาพ โดยการเริ่มที่คนดี (Individual)  กลุ่มต่างๆ (Node) ผสานกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง (Network) เครือข่ายเพื่อสร้างฐานของสังคมอุดมปัญญาให้เข้มแข็งทรงพลังทั่วประเทศ

 


 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๑๘ มิ.ย.๕๑

นนทบุรี