กฎหมายเพียงโดดๆ ไม่สามารถป้องปรามผู้บังคับใช้กฎหมาย ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องพึ่งกฎเหนือธรรมชาติ

บ่ายวันนี้ ดูข่าวภูมิภาค เห็นข่าวตำรวจภาคเหนือในจังหวัดภาคเหนือแห่งหนึ่ง

รวมตัวกันร้อยกว่าคน เพื่อมาทำพิธีดื่มน้ำสาบาน ว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด

เนื่องจากปัญหาที่ผู้บริหารพบว่า ลูกน้องหลายคนในสังกันตนเองพัวพันกับการค้ายาเสพติดเสียเอง

ภาพข่าวก็มีตำรวจเป็นร้อยนาย ขึงขัง ขึงขัง ยืนเรียงแถวพนมมือกล่าวคำสาบานเป็นที่สาหัส พร้อมทั้งเดินเรียงหน้ากันออกมาดื่มน้ำจากขันขนาดยักษ์ที่วางอาวุธโบราณต่างๆ นานา พาดไว้บนขอบของขัน เป็นนัยว่า หากผิดคำสาบานขอให้ต้องคมอาวุธ

หากดูแล้วไม่คิดอะไรก็คงผ่านเลยไป

แต่มันเกิดอาการเอ๊ะ ขึ้นมาครับ เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะๆๆๆๆ

เราลองมาแตกหัวข้อข่าวออกเป็นชิ้นๆ

กฎหมาย-ข้อบังคับทางสังคมที่บังคับพฤติกรรมของคน "ถ้าทำผิด(แล้วโดนจับได้) ก็จะถูกสังคมลงโทษ"

การดื่มน้ำสาบาน-พิธีกรรมเหนือธรรมชาติที่บังคับพฤติกรรมของคน "ถ้าทำผิด ไม่ต้องรอให้ใครจับได้ (อาจจะ) ถูกสิ่งเหนือธรรมชาติลงโทษ"

ตำรวจ-ผู้บังคับใช้กฎหมาย

การค้ายาเสพติด-กิจกรรมผิดกฎหมาย

คราวนี้เราเอามาประกอบกันใหม่...เราก็จะได้ Paradox สมบูรณ์แบบ

ผู้บังคับใช้กฎหมาย มักจะทำกิจกรรมผิดกฎหมาย, วิธีแก้ปัญหาคือ ให้ผู้บังคับใช้กฎหมายเข้าร่วมพิธีกรรมเหนือธรรมชาติ

(กฎหมายเพียงโดดๆ ไม่สามารถป้องปรามผู้บังคับใช้กฎหมาย ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องพึ่งกฎเหนือธรรมชาติ) ผู้บริหารคาดว่า การเข้าร่วมพิธีกรรมทำให้ตำรวจจะไม่ทำผิดกฎหมาย และจะทำงานในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย

สมมติว่าพิธีนี้ได้ผล...

แปลว่า กฎหมายเพียงโดดๆ ไม่สามารถป้องปรามตำรวจ จากการทำผิดกฎหมายได้...หากตำรวจเองยังเป็นอย่างนี้ กฎหมายเพียงโดดๆ ย่อมไม่สามารถป้องปรามคนทั่วไป จากการทำผิดได้เช่นกัน

แต่ตำรวจคือผู้บังคับใช้กฎหมาย...หากยอมรับว่า กฎหมายเพียงโดดๆ ไม่สามารถป้องปรามใครก็ตาม จากการทำผิดได้...ย่อมเป็นการยอมรับว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายไม่สามารถใช้กฎหมายได้

พิธีกรรมนี้จึงเป็น Paradox เพราะจุดประสงค์สุดท้ายของมันคือ การให้ตำรวจทำงานในการบังคับใช้กฎหมายได้

แต่หากพิธีนี้ได้ผลจริง มันแปลว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้

จบข่าว