..."ใจ" ของเราสว่างเจิดจ้าหรือว่าเต็มไปด้วยตะกอน....

          

 

 

                        ...เมื่อเมฆดำเคลื่อนตัวออกไป แสงตะวันก็เจิดจ้าขึ้นมาเอง...

                                   

         เป็นประโยคที่คุณกบ (ข้ามสีทันดร) คอมเมนต์ผมไว้ในบันทึก ๆ หนึ่งครับ ตื่นขึ้นมาตอนเช้าวันนี้ได้เข้ามาอ่านบันทึกดี ๆ ในโกทูโนว์ เลยอยากนำประโยคนี้มาฝากเพื่อน ๆ ครับ...

         ชีวิตของคนเราก็ไม่ต่างอะไรกับท้องฟ้าครับ ที่จะต้องเจอกับสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของแต่ละวัน ตอนเช้าแดดออก ช่วงบ่ายฝนตก ตอนเย็นหนาว  เมื่อวานท้องฟ้ามืดคลื้มมาวันนี้สภาพอากาศกลับปลอดโปล่ง ท้องฟ้าแจ่มใส...       

         แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นเป็นธรรมดาของธรรมชาตินั่นคือ ก่อนที่ฝนจะตกท้องฟ้าจะมืดคลึ้ม ปกคลุมไปด้วยเมฆฝน แต่เมื่อฝนหยุดตกท้องฟ้าจะสดใส และดูเหมือนจะสดใสกว่าปกติด้วยซ้ำ เหมือนอย่างที่คุณกบ (ข้ามสีทันดร) บอกนั่นแหละครับ...

                     ...เมื่อเมฆดำเคลื่อนตัวออกไป แสงตะวันก็จะเจิดจ้าขึ้นเอง...

         เหมือนอุปสรรค ปัญหา หรือความยุ่งยากใด ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรานั่นแหละครับ มันมีผ่านเข้ามา แล้วมันก็ผ่านเลยไป แต่สิ่งที่จะยังหลงเหลือค้างคาอยู่ก็คือตะกอนในใจเรา ลองมาทบทวน"ใจ" เรากันบ้างมั้ยครับว่า หลังจากเมฆฝนได้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปในหลาย ๆ ฤดู ...

                                

                                  ..."ใจ" ของเราสว่างเจิดจ้าหรือว่าเต็มไปด้วยตะกอน....