เมื่อกล่าวถึงศูนย์การเรียนรู้ ทำให้ผมต้องนึกถึงหนังสือที่เกี่ยวข้องกับศูนย์เรียนรู้ เล่มที่กล่าวถึงผมได้รับจาก อ.ประทีป อินแสง เมื่อปี ๒๕๔๒
ในเวลาต่อมามีคำว่าสถาบันการเรียนรู้ท้องถิ่น และมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่เรียนว่าศูนย์โน้นศูนย์นี่มากมายผุดขึ้นในสังคม และที่ปรากฏเป็นข่าว
เมื่อวานนี้ผมไปเห็นเอกสารข้อบัญญัติ อบจ.น่าน ปีงบประมาณ ๒๕๕๑ เพื่อจัดทำศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีที่ อ.ภูเพียง ขณะที่ตั้งนั้น อ.ภูเพียง ยังมีฐานะเป็นกิ่ง อ.ภูเพียง
ผมคิดไปว่าหากศูนย์ที่ อ.ภูเพียงได้มีการบูรณาการ จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งในแวดวงการศึกษาประชาชน เนื่องด้วยจะมีการใช้งบประมาณแผ่นดินมากถึง ๑ ล้านบาท
วันที่ ๑๘ มิถุนายน ศกนี้ จะมีพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน ห้องสมุดประชาชน จ.น่าน โดย ปลัดกระทรวงไอซีทีจะมาเป็นประธานพิธี ศูนย์ฯ แห่งนีได้รับการประสานงานจากนายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผวจ.น่าน ประสานมามีเรื่องราวมากมายให้เรียนรู้ และศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นแบบอย่างให้ศูนย์ฯ ที่จะเกิดขึ้นที่ อ.ภูเพียงได้ จึงน่านที่ อบจ./กศน./สจ.ฯลฯ จะได้ตั้งวงพูดคุยกันเพื่อบูรณาการในการทำงาน ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา
วันอังคารที่ 17 เดือนมิถุนายน พศ. 2551 ค้นหาข่าว ป้อนคำที่ต้องการค้นหา ส่งฟอร์มการค้นหา เว็บมติชน เว็บทั่วไป
จี้มท.1จำกัดเวลาเล่นเกมส์ - แนะ3วิธีทำร้านเน็ตปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา สายสุนทร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายอิทธิพล ปรีติประสงค์ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาร้านเกมส์และอินเตอร์เน็ต ตามโครงการ 'ร้านเกมส์และอินเตอร์เน็ตปลอดภัยสร้างสรรค์' หลังจากสถิติการกระทำชำเราต่อเด็กในร้านเกมส์เพิ่มขึ้น
นายอิทธิพล กล่าวว่า ขอเสนอให้ดำเนินการ 3 ประเด็น คือ 1.จัดตั้งกรรมการชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำกับ ติดตาม และส่งเสริมร้านเกมส์ในชุมชน เพราะที่ผ่านมาอำนาจการออกใบอนุญาต การสั่งปิด หรือเปิดร้านขึ้นอยู่กับภาครัฐเท่านั้น ทำให้ขาดการรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน 2.การให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสนับสนุนการสร้างกิจกรรมในชุมชน เช่น การให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบลสนับสนุนโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยประสานงานระหว่างร้านเกมและโรงเรียนให้เด็กสามารถใช้ร้านเกมเป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์ได้ และ 3.การจัดทำระบบลงทะเบียนการเล่นเกมโดยใช้เลข 13 หลัก เพื่อสามารถกำหนดเวลาในการเล่นเกมจากระบบกลาง แบบเกาหลีและจีนใช้อยู่ ซึ่งขณะนี้คณะทำงานได้จัดทำโครงการนำร่องที่ จ.เชียงใหม่
ด้านร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การเปลี่ยนร้านเกมให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ ถือเป็นนโยบายที่ดี ยินดีสนับสนุน และหากจะให้ดีควรจะขยายผลไปทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งจะสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้รับฟังความคิดเห็นของชุมชนเพื่อจัดการปัญหา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=36277&catid=27
อินเตอรเน็ตไม่ได้มีความรู้ทุกอย่าง พื้นที่ความรู้คือพื้นที่ห้องสมุด(หนังสือ)
อย่าไปดู เกาหลี ญี่ปุน ให้ดูชาติที่เข็มแข็งเขาพัฒนาห้องสมุดทั้งนั้น
ขอยืนยันพื้นที่ความรู้คือห้องสมุด ไม่เชื่อรองสังเกตความรู้ในอินเตอรเน็ตจะย่อสั้นลง
ต้องไปซื้อหนังสือมาอ่านเพิ่มอยู่ดี
ขอบพระคุณคุณขุนน่าน ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ และไม่อยากให้หลงประเด็น การจัดทำให้ห้องสมุดฯ มีไอซีทีนั้น ไม่อยากให้หลงประเด็น เป็นเพียงกลยุทธ กลอุบายให้เด็ก เยาวชน พลเมืองทั่วไป เข้าไปเยือนห้องสมุด ๆ คือ หนังสือ สำหรับหนังสือในอินเทอร์เน็ตนั้น เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นครับคล๊กง่าย ค้นง่าย