ครูตุ๊กแกเคยใช้ความรู้สึกและสองตาของตัวเองตัดสิน แล้วความจริงไม่เป็นอย่างนั้น

 

 

 

            วันนี้ครูตุ๊กแกมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการไปเยี่ยมบ้านนักเรียนว่าได้พบได้เห็นอะไรบ้าง  หลังจากที่ได้เริ่มไปบ้างแล้วจากบันทึกก่อนหน้านี้ แต่บันทึกนี้คงไม่สนุกเท่าบันทึกแรกหรอกนะคะ

            การเดินทางครั้งนี้มีทั้งความสนุก ตื่นเต้น ประทับใจและน้ำตาซึม  เรื่องสนุกๆก็คงไม่พ้นเรื่องความร้ายเดียงสาของเด็กๆ

ที่ครูตุ๊กแกชอบใจมีอยู่คนหนึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้น ป.1 ชื่อ สมหวัง ขณะที่คุยกับคุณแม่ของสมหวัง คุณครูถามคุณแม่ว่า อยู่บ้านสมหวังทำอะไรบ้าง คุณแม่นิ่งและยิ้มในขณะที่สมหวังชิงพูดขึ้นมาทันทีว่า ขนขี้วัวครับเท่านั้นแหละค่ะ คุณแม่ของสมหวังหัวเราะก๊ากเลย  ครูตุ๊กแกก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น คุณแม่จึงเฉลยว่า สมหวังเขามาสั่งแม่ว่าถ้าครูมาบ้านแล้วถามว่าอยู่บ้านทำอะไรบ้าง ให้แม่ตอบครูว่า ขนขี้วัว แต่จริงๆแล้วไม่ได้ทำ  โอ้โฮ...คิดได้ยังไงเนี่ยเจ้าสมหวัง แค่ ป.1 เองนะ กะล่อนจริงๆ

และเรื่องสนุกๆอีกเรื่องคือ การเดินทางกับพาหนะคู่ใจจอมซิ่งทางบก (ใครยังไม่ทราบตามกลับไปอ่านที่บันทึก>>>>บ้านเธอ...บ้านฉัน...แล้วไปกันทางไหนล่ะ)และนี่ค่ะพาหนะคู่ใจทางน้ำ ก็สองพี่น้องน้ำท่วมนี่คะ อิ..อิ..

 

น่าสนุกใช่ไหมคะ (แต่แอบลุ้นในใจค่ะ กลัวว่าจะล่มก่อนถึงปลายทาง อิ..อิ..)

บ้านนักเรียนหลายๆบ้านต้องข้ามคลองไปยังอีกฝั่งหนึ่ง เดินทางลำบากค่ะ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราภูมิใจนะคะ ถึงแม้การเดินทางจะลำบากและมีโรงเรียนอยู่ใกล้บ้านแต่ผู้ปกครองก็เต็มใจที่จะส่งบุตรหลานมาเรียนที่ท่าไชยค่ะ

เรื่องตื่นเต้นคงไม่พ้นเรื่องของน้องหมา  บางบ้านเลี้ยงไว้มากมายหลายตัว เวลาเข้าไปเสียวน่องดำๆจะมีแผลจังเลยค่ะ อิ..อิ..  บางทีโดนไล่กวดรถก็มีนะคะ นึกแล้วเสียวค่ะ บรึย...  แต่ดีที่มีหน้าตาและสีผิวเป็นอาวุธเลยรอดมาได้อย่างหวุดหวิด  หุ..หุ..

เรื่องประทับใจคือบ้านหลังหนึ่งที่มีหลาน 5 คน อยู่กับ ยาย 1 คน (ครอบครัวคุณยายจอมซิ่งนั่นแหละค่ะ) หลังจากที่คุณยายพาครูตุ๊กแกไปตระเวนมาหลายบ้าน  คุณยายก็พาแวะบ้านตัวเอง ตอนเข้าไปถึงเห็นเด็กๆวิ่งเล่นกันอยู่ พอเห็นครูเด็กๆวิ่งหนีหายไปหมดเลยค่ะ( อ้าว..เห็นครูเป็นอะไรนี่ )

ครูตุ๊กแกจึงเดินเข้าไปในบ้านเมื่อนั่งเรียบร้อย เด็กๆกลุ่มนั้นก็เดินกระมิดกระเมี้ยนเข้ามาพร้อมกับส่งจานลูกเชอรี่ที่ปลูกเองพร้อมถ้วยน้ำจิ้ม(พริกกะเกลือส่งให้) โอ้โฮ...อึ้งค่ะ  สรุปว่าเด็กๆเตรียมรอรับครูตุ๊กแกอยู่แล้วด้วยความตั้งใจ  ถึงแม้ว่าจะไม่มีเงินไปซื้อขนมมาต้อนรับ แต่ก็แอบไปทำน้ำจิ้มเชอรี่มาให้ ทำเองนะคะ  คนที่ทำเป็นเด็กผู้ชายอยู่ ป.3 ค่ะ  ปลื้มมาก  เกิดมาไม่เคยทานลูกเชอรี่ที่ไหนอร่อยเท่านี้เลยค่ะ(ไม่ต้องบอกนะคะว่าอร่อยเพราะอะไร  ถึงแม้ว่าน้ำจิ้มจะเค็มจนตาปิดก็ตาม อิ..อิ..)

ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ครูตุ๊กแกออกเยี่ยมบ้านนักเรียนไปแล้วประมาณ 70 % เชื่อไหมคะ 20 % นักเรียนอยู่กับพ่อแม่ 

แต่อีก 50 % อยู่กับปู่ย่าตายายค่ะ บางคนโชคดีหน่อย ที่พ่อแม่ไปทำงานต่างจังหวัด ส่งเงินมาให้ทุกเดือน แต่นั่นเป็นเพียงส่วนน้อย เพราะส่วนใหญ่แล้ว พ่อแม่เด็กจะแยกทางกันแล้วทิ้งภาระไว้ให้กับปู่ย่าตายาย บางคน พ่อ หรือแม่ ไม่เคยกลับมาเยี่ยมเลยค่ะ ในขณะที่ ปู่ ย่า ตา ยาย ของเด็กเหล่านั้นมีอาชีพรับจ้าง  คงไม่ต้องบอกนะคะว่าฐานะจะเป็นอย่างไร

ครูตุ๊กแกแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยค่ะเมื่อไปเห็นสภาพบ้านหลายๆบ้านของลูกลิงตัวเอง และนั่นทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังคงเป็นครูที่ดีไม่ได้ เพราะอะไรน่ะหรือคะ เพราะทุกครั้งที่มีการสำรวจนักเรียนเพื่อรับทุนการศึกษา รับแจกเสื้อผ้านักเรียนฟรี และให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนในด้านต่างๆ  นักเรียนที่ครูตุ๊กแกส่งรายชื่อคือนักเรียนที่สวมเสื้อผ้ามอมแมม บางครั้งนักเรียนที่ใส่เสื้อผ้าสะอาดๆก็จะบอกว่า บ้านหนูจนค่ะ ครูตุ๊กแกก็มักจะสวนกลับไปเสมอว่า จะจนได้ยังไงเสื้อผ้าเธอสะอาดเรียบร้อยขนาดนั้น และไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กเหล่านั้นเลย

แต่เมื่อครูตุ๊กแกมาเห็นสภาพที่แท้จริง  สิ่งที่คิดกลับไม่เป็นจริงตามที่เห็น นักเรียนที่แต่งกายสะอาดกลับมีสภาพบ้านที่แทบจะเรียกว่ากระต๊อบก็ได้ หลังเล็ก แคบ และเป็นเพียงสังกะสีแปะไว้เท่านั้น ที่สำคัญอาศัยอยู่กับยายค่ะ ครูตุ๊กแกน้ำตาแทบร่วง แต่คนที่ครูตุ๊กแกมองว่าจนเสื้อผ้ามอมแมม  และให้ทุน ให้นั่น ให้นี่ กลับมีบ้านหลังใหญ่โต  มีความเป็นอยู่ที่คอนข้างดี  บรรยายความรู้สึกไม่ถูกจริงๆค่ะ(ทำให้เห็นความเอาใจใส่ของผู้ปกครองที่ต่างกันใช่ไหมคะ)

เราพลาดขนาดนี้เลยหรือ

นี่คือเหตุผลที่จะจบเรื่องเล่าของการไปเยี่ยมบ้านนักเรียนไว้แค่วันนี้ ทั้งๆที่ยังเหลืออีกหลายคน  ก่อนหน้านี้ตั้งใจว่าจะรอให้ครบหมดทุกคนค่อยมาเล่าตอนจบ 

ครูตุ๊กแกกลัวค่ะ  กลัวว่าจะได้พบเห็นอะไรหลายๆอย่าง ที่ครูตุ๊กแกเคยใช้ความรู้สึกและสองตาของตัวเองตัดสิน แล้วความจริงไม่เป็นอย่างนั้น

การเยี่ยมบ้านนักเรียนครั้งนี้ให้บทเรียนราคาแพงกับครูตุ๊กแกมากมายเลยค่ะ  มากมายจริงๆ

                                              แม้นครูคิด    สักนิด   ชีวิตเจ้า

                                              คงไม่เขลา   เหมือนที่เป็น   เช่นวันนี้

                                             หากครูรู้   สักนิด   เจ้าไม่มี

                                             ในสิ่งที่   ควรจะมี   เหมือนหลายคน

                                                          หากครูรู้   สักนิด   ชีวิตเจ้า

                                                          คงแบ่งเบา   ความลำบาก   ความขัดสน

                                                          เจ้าคงยิ้ม   หัวเราะได้  ไม่ทุกข์ทน

                                                          เจ้ามืดมน  ด้วยครูเขลา  เบาปัญญา...