ทำเหมือนไม่มีใครอยู่ในห้อง ดูซิจะมีสิ่งใด ออกมาสำแดงฤทธิ์เดชให้เห็นบ้าง

   ไม่ได้ตั้งใจ ให้ท่านผู้รอคอยการอ่านตอนจบ ต้องมาพลอยระทึกใจกับผู้เขียน ไปด้วยทุกคืนเลย แต่เห็นเขาบอกว่า ถ้าใคร ได้ประสบการณ์อะไรมา ให้มา Km กันที่นี่ก่อน ก็เลยขอถอดบทเรียนกันหน่อย

  ผู้เขียนต้องอยู่กับเจ้าเสียงประหลาด มาหลายวัน แต่ยังไม่ครบสัปดาห์ ที่จริงถ้าเป็นการทำงานอะไรสักอย่าง ก็เรียกว่า น่าจะเริ่มเคยชินแล้วนะ แต่ทำไม่ผู้เขียนไม่รู้สึกชินกับเสียงทีว่านี้เลย

 ทุกครั้งที่เดินขึ้นที่พัก เมื่อเข้ามาถึงหน้าตึก ผู้เขียนอยากจะก้าวทีเดียวถึงเตียงนอนเลย ไม่อยากผ่าน เก้าอี้ชุดเก่าตรงนั้น ยังห้องโถง ที่เขาใช้ทำพิธีกรรมอีก มันเวิ้งว้างชอบกล และยังบันไดที่ปูลาดด้วยพรมสีแดงอีก เหมือนตึกโบราณ

จะว่าไปแล้ว ห้องพักนี้ มีการจัด และตกแต่งสวยงามที่เดียว เป็นส่วนตัว สงบดี ผู้เขียนชอบมาก ถ้า....ไม่มีอย่างที่บอกไว้

  ในวันหยุด ผู้เขียนได้ทำความสะอาดห้อง เช็ดถูทุกตารางนิ้วเลย ด้วยหวังว่า จะได้เห็นสรรพสัตว์สักตัว วิ่งจู๊ดออกมาจากที่ซ่อน จะได้หายสงสัย ว่าเจ้าตัวนี้เอง ที่มาแอบอยู่ในห้อง นอนกัดฟันทุกคืน แต่จนแล้ว จนรอดผู้เขียนก็ไม่เห็นอะไรสักตัวเลย มีแต่ฝุ่นละออก ที่แม้จะอยู่ชั้นสอง แต่ก็มีมากพอสมควร ผู้เขียนเช็ดทำความสะอาด กว่าจะเสร็จ ก็เหงื่อท่วม แต่ก็รู้สึกดี คืนนี้ ต้องเป็นคืนที่ดี เพราะผู้เขียนเคยได้ยินโบราณท่านว่า คุณกายละเอียดๆ ทั้งหลาย เขาชอบความสะอาด สะอ้าน

  บ่ายแก่ๆ ผู้เขียนรู้สึกเมื่อยล้า จึงนอนเล่นบนเตียง นอนเงียบๆแบบสังเกตการณ์ ทำเหมือนไม่มีใครอยู่ในห้อง ดูซิจะมีสิ่งใด ออกมาสำแดงฤทธิ์เดชให้เห็นบ้าง แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มี ไม่ได้ยินเสียงอะไร จนผู้เขียนเผลอหลับไป

 ตะวันตกดินอีกแล้ว ผู้เขียนตื่นขึ้นมา เตรียมตัวลงไปสวดมนต์ทำวัตรเย็น เดินผ่านเส้นทางเดิม หยุดมองเก้าอี้ยามโพล้เพล้ที่ไม่มีใครในบริเวณนั้นสักคน เงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นจึงก้าวเดินผ่านไป โดยมิได้เหลียวกลับไปอีก

  เป็นค่ำคืนที่ต้องขึ้นที่พักดึก เพราะมีผู้แสวงบุญ เกิดเจ็บป่วย ต้องอยู่ช่วยหมอตรวจรักษา ฉีดยา จนเสร็จสรรพ กับคนไข้ที่ผู้เขียนเคยเขียนบันทึกไว้ ใน"สุปราตรี...นะนักบุญ" ที่มีเรื่องขำๆ เบิกบานใจ ให้ผู้เขียน ได้เดินนึกเรื่องไป ยิ้มไป อย่างอารมณ์ดีทีเดียว แป๊บเดียวก็ถึงตึกที่พัก คืนนี้ไฟฟ้ายังไม่ดับ ดีจะได้เห็นอะไรชัดเจนดี เห็นอะไรชัดเจนน่ะ ดีแน่หรือ แหม! เจ้าตัวที่อยู่ในใจนี่ก็แปลก จะมาโต้แย้งหาคำตอบอะไรตอนนี้ แล้วผู้เขียนก็ปราดสายตา ผ่านเก้าอี้ชุดนั้น อย่างรวดเร็ว ไม่ประมวลผลอะไรทั้งสิ้น รีบขึ้นห้องเขียนบันทึกดีกว่า ครั้นจะเขียนเรื่องเสียงประหลาด เหมือนที่กำลังเล่าอยู่นี้ ก็เกรงว่า จะกลายเป็นสื่อ ให้เสียงนั้นกลับมาอีก เพราะเขาอาจจะไปแล้วก็ได้

   จำได้ว่าเขียนบันทึกเรื่องคนไข้จบ ไฟฟ้าก็ดับพอดี ผู้เขียนรู้สึกอ่อนเพลีย ทั้งทำความสะอาด และลงไปดูคนไข้อีก คืนนี้คงหลับสนิทแน่ เมื่อล้มตัวลงนอน ทำตัวนิ่งๆ รอฟังซิ  มีเสียงอะไรดังอีกหรือเปล่า..... ไม่มี เงียบสนิท ดีมาก ขอบคุณนะ ราตรีสวัสดิ์ด้วย

 หนังตาเริ่มหนักขึ้นทุกทีๆ ร่างกายผ่อนคลาย กำลังจะเข้าสู่ภวังค์ เหลือเพียงสำนึกสุดท้าย ที่กำลังอ่อนแรงลงไปทุกขณะ  แต่แล้ว ผู้เขียนก็ได้ยินเสียงดังขึ้นเต็มสองหู ชัดเจนมาก ก-รี-ด....ก-รี-ด....ก-รี-ด....

 รู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน สำนึกสุดท้ายที่เหลืออยู่ จึงเป็นการวิงวอนขอความคุ้มครองจากพระ....ขอ...ขอ...จนหลับสนิทไปในที่สุด ถึงรุ่งสาง นับเป็นคืนแรก ที่ผู้เขียน หลับด้วยความสงบสุข กับเสียงบาดหัวใจนั้นทั้งคืน

 ออกจะตื่นสายไปหน่อย จึงรีบแต่งตัวลงไปปฏิบัติธรรมเหมือนเคยที่โบสถ์

    หลายครั้งที่ผู้เขียน ขยับปากจะถามพระที่ท่านอยู่มาก่อน ถึงเสียงประหลาดแบบนี้ แต่ก็มักมีบุคคลที่สามอยู่เสมอ คือผู้มาพักนั่นเอง ถ้าเกิดถามตอนนั้น ก็คงสร้างความตระหนก ให้นักท่องเที่ยวที่มาพักมิใช่น้อย อาจถึงกับพากันนอนไม่หลับ คอยฟังเสียงกรีดหวี ทั้งคืนแน่ๆ

 จึงยังหาจังหวะไม่ได้ ครั้นจะโผล่หน้าไปถาม คนที่มาพักตึกเดียวกันบ้าง ว่าเมื่อคืนได้ยินเสียงแบบนี้ไหมคะ ก็คาดว่า ต้องเล่าลือกันวุ่นวายอีก

 บางครั้ง อาจคิดว่า จะทนไปทำไม ผู้เขียนได้ตอบตัวเองไปแล้ว ว่าอาจเป็นเพราะขีดความอดทนไม่เท่ากัน หรือ โอกาส จังหวะในการค้นหานั้น ยังไม่เหมาะ ยังไม่ถึงเวลา

 แต่สารภาพตามตรง ที่จริงผู้เขียนไม่ได้อดทนอะไร แต่กำลังจะทนไม่ได้อยู่แล้ว

 จะทรมานใจใครต่อไปอีกไหมนี่ ที่คืนนี้ ผู้เขียนก็ยังค้นไม่เจอกับเสียงประหลาดนั้น อย่างไรก็ตาม คงต้องขอให้อยู่เป็นเพื่อนกันอีกสักคืนก่อนนะคะ ได้โปรดเถอะค่ะ ใครจะช่วยแบบไหน วิธีใด ก็ตามสะดวกเลย ผุู้ขียน ไม่ชอบ! ไม่ชอบ!  ไม่ชอบ! ไม่อยากฟัง ไม่อยากได้ยิน เสียงประหลาดนี้เลยจริงๆ

...................................แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรกันดี.......................