แสงไฟฉายสว่างเป็นจุดๆ ไม่ได้รบกวนให้เสียงนั้น สงบลงได้

   คืนนี้ผู้เขียนเข้าบ้านดึกไปหน่อย แหงนมองท้องฟ้า เห็นพระจันทร์ครึ่งดวง สีซีดๆ แต่ทรงกรด เมฆหลังฝนเป็นปุยขาวยามดึก ถ้าเป็นกลางวันคงจะสวยงามกว่านี้ เพราะ คงได้เห็นเมฆแปรเป็นรูปต่างๆได้มากมาย เพลิดเพลิน แต่ความมืดในยามค่ำคืน ก็มีอิทธิพลเสมอ ที่ทำให้สิ่งที่น่าจะสวยกลับไม่สวย ที่น่าจะรู้กลับมองไม่รู้

 ทำให้นึกย้อนไปถึงค่ำคืนที่กุสินารา หลังจากที่เล่าไว้ในบันทึกก่อน ถึงเสียงประหลาด ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ดังเมือนผู้หญิงกรีดหวี ก-รี-ด ก-รี-ด

 เพราะเจ้าความมืดนี่ละมัง ที่มาเพิ่มบรรยากาศ เหมือนค่ำคืนนี้เลย เวลาผู้เขียนขึ้นบันไดมาถึงหน้าห้องพัก ทั้งๆที่ตัดสินใจเปิดไฟฟ้าทิ้งไว้หนึ่งดวงก็แล้ว แต่เมื่อไฟดับกันทั้งเมือง ก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาเลย สิ่งที่ทำประจำคือ ใช้ไฟจากโทรศัพท์ เพราะผู้เขียนไม่ได้พกไฟฉาย เนื่องจาก ไปทำงานแล้ว ก็จะรอจนสวดมนต์ทำวัตรเย็น จึงขึ้นห้องเลย

  บางวัน มีคณะผู้แสวงบุญมาพักที่วัด เมื่อไฟฟ้าของหลวงดับ ทางวัดจะปั่นไฟของวัดเอง จนเที่ยงคืน กับเสียงผู้คนที่เข้าที่พัก เสียงอาบน้ำ ฯลฯ ก็พอกลบเสียงที่ว่า หรือ ว่าคืนนั้นเขาไม่ส่งเสียง ก็แยกไม่ออก สรุปว่า ผู้เขียนรีบฉวยโอกาสนี้ จัดการตัวเอง แล้วก็นอนซะ โชคดี ที่หลับง่าย ถึงสว่างเลย

  แต่แล้วผู้เขียนก็บกพร่อง จนนึกโมโหตัวเอง ที่เผลอหลับโดยมิได้ปิดไฟ แต่คิดว่าเมื่อหลับไม่นาน ไฟฟ้า ก็คงดับไล่หลังไป ซึ่งนั่นคือหลังจากผู้เขียนหลับสนิทไปแล้ว โสตประสาทไม่รับรู้สิ่งใดอีก ถ้า...ถ้าไฟฟ้าหลวง จะไม่มาผิดเวลา คือบางครั้งก็มาราวๆ ตี ๒ ตี ๓

 อยู่ๆไฟฟ้าก็สว่างพรึบ ขึ้นมาทั้งห้อง เนื่องจากหลับง่าย ก็ตื่นง่าย ผู้เขียนถึงกับสะดุ้งตกใจกับไฟฟ้า ที่มาไม่เป็นเวลานั้น และเพราะตัวเองลืมปิดสวิตซ์ด้วย แต่พอนอนตั้งสตินิ่งๆได้สักพัก ก็ระลึกได้ เดินไปปิดไฟ และนอนต่อ ทันใดนั้น ขณะที่เมื่อความมืดเข้าปกคลุม ความสงัดก็ตามมา สงัดในหัวใจ และแล้ว เสียงกรีดหวี อันบรรจง ก็เข้ามากระทบประสาทหูจนได้ ....ดังอีกแล้วหรือ....ทำไมไม่รู้จักหลับจักนอน...อยู่ตรงไหนกัน ทำอะไรกัน ทำไมฉันไม่เห็นอะไรเลย

 ผู้เขียนคว้าไฟฉาย เปิดสว่าง แล้วค่อยๆ ฉายแบบปูพรม ตามซอก.... ตามมุมห้อง ...ใต้เตียง... ใต้โต๊ะ..

แสงไฟฉายสว่างเป็นจุดๆ ไม่ได้รบกวนให้เสียงนั้น สงบลงได้ เมื่อไม่พบเห็นสิ่งใด นอกจากเสียงนั้น  ผู้เขียนจึงนั่งนิ่งๆอยู่ที่เตียง หูตาสว่างนอนไม่หลับแล้ว

 เสียงไก่ขันเหมือนบ้านเรา ใกล้สว่างแล้วซินะ ฟ้าเริ่มสาง ผู้เขียนจึงคิดว่าประเดี๋ยวก็เช้า เตรียมตัวไปสวดมนต์ทำวัตรเช้าดีกว่า อากาศสดชื่นดี ใครจะทำเสียงอะไรก็ว่ากันไป ฉันจะไปแล้วนะ

  เช้าวันนั้นผู้เขียนลงมาข้างล่างเช้ากว่าปกติ ลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย ก็จะเป็นห้องโถงใหญ่ เป็นห้องที่ใช้จัดพิธีสงฆ์ มีอาสนะพระบนตั่งยกพื้น มีพระพุทธรูปปางปรินิพพาน องค์ยาวกว่าคนปกติ หนึ่งเท่า และรูปครูบาอาจารย์หลายองค์ ผู้เขียนยกมือไหว้ทุกวัน พอเดินพ้นประตูห้อง ก็จะเป็นชานโล่ง ได้มีการจัดพระแท่นตั้งพระรูปขนาดใหญ่พร้อมที่สักการะของพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งผู้เขียนก็จะแสดงความเคารพทุกเช้าเย็น

   ก่อนจะเดินถึงพระแท่นดังกล่าว มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ เก่าๆชุดหนึ่งตั้งอยู่ ผู้เขียนเคยเห็นพระอาจารย์ที่วัด ท่านจะนั่งแจกกุญแจห้อง และนั่งรอรับคืนลูกกุญแจ จากคณะผู้มาพัก มีแผ่นพับวางอยู่ให้หยิบอ่านได้ แต่วันนั้น มันเช้าเหลือเกิน ฟ้ายังไม่สว่างเท่าไหร่ ผู้เขียนกำลังจะเดินผ่านที่นั่งตรงนั้นอยู่แล้ว แต่กลับเดินเข้าไป คิดจะหยิบแผ่นพับ ติดมือไปอ่าน

  แต่เมื่อเดินใกล้เข้าไป ผู้เขียนกลับต้องยืนตกตะลึง เพราะยิ่งใกล้ ก็ยิ่งเห็น เก้าอี้ตัวนั้น มีอาการเคลื่อนไหวน้อยๆ โยกได้ ๆไปมา อย่างสังเกตจึงเห็น โยกไป โยกมา!!!  อากาศยามเช้าที่ชมว่าสดชื่น เพราะยังอยู่ปลายฤดูหนาว แต่ทำไมมันกลับหนาวเย็นจับหัวใจ ผู้เขียนแข็งใจ เอามือไปจับมันไว้ เก้าอี้ก็หยุดติดมือ แต่พอปล่อยสักพัก ก็จะมีอาการไหวได้ พร้อมกันเสียงกรีดหวี ก็ดังขึ้นมา พร้อมการเคลื่อนไหวนั้น

  จริงหรือนี่ อะไรกัน

ผู้เขียน หันกลับไปทำความเคารพพระรูปแล้วจ้ำอ้าวไปสวดมนต์

  จะว่าเป็นการหรอกตัวเองก้ไม่ใช่ แต่มันแก้สงสัยไม่ได้

บันทึกจนดึกแล้ว ที่ประเทศไทยเวลา ๒๓.๐๐ น.แล้ว แต่กุสินารา ก็ประมาณ ๒๑.๓๐ ได้เวลาอีกแล้วซินะ ไฟฟ้าคงจะเริ่มดับ ผู้พักอาศัยที่วัด ต่างก็เข้าห้องนอน หรืออาจมีบางท่าน นั่งสมาธิที่พระมหาเจดีย์ สำหรับผู้เขียน เลือกที่จะเข้านอนในห้องพักเหมือนเดิม นอนฟังเสียงกรีดยาวนั้นอีกคืน สัญญาในใจว่า หลับแล้ว จะไม่ตื่นกลาางดึกอีก สำรวจสวิตซ์ไฟ ดับเสียตั้งแต่ไฟฟ้าไม่ดับนี่แหละ มั่นใจดี

 เถอะพรุ่งนี้ ตื่นขึ้นมา เราคงจะรู้ให้ได้ว่าเสียงอะไร

ท่านผู้อ่านคะ ดึกแล้ว มาเข้านอนเป็นเพื่อนกันอีกคืนนะคะ มานอนฟังเสียงกรีดหวี มาช่วยกันลบภาพเก้าอี้ไม้ตัวนั้น ให้ผู้เขียนหน่อย รอพรุ่งนี้ เถอะ เราจะต้องรู้ให้ได้ว่า นี่คืออะไรกัน

.............ขอพระจงคุ้มครองทุกท่าน....ราตรีสวัสดิ์ค่ะ