ป็นที่ทราบกันดีว่า การเดินเป็นการออกแรง-ออกกำลังเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด และทำได้ง่ายที่สุดวิธีหนึ่ง

 

...

เป็นที่ทราบกันดีว่า การเดินเป็นการออกแรง-ออกกำลังเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด และทำได้ง่ายที่สุดวิธีหนึ่ง

วันนี้มีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเดินออกกำลังให้ดีกับสุขภาพหัวใจจากท่านอาจารย์แพทย์หญิงสุจิรัตน์ จูฑะพุทธิ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทมาฝากครับ

...

โรคหลอดเลือดตีบเปรียบคล้ายกระบวนการเกิดตะกรันในท่อประปา ซึ่งจะค่อยๆ ตีบตันเพิ่มขึ้นทีละน้อยๆ ตามกาลเวลา และอาจ "ตีบตันแบบเฉียบพลัน" ได้ ถ้าส่วนที่ห่อหุ้มตะกรัน (fibrous cap) เกิดแตกออก และมีลิ่มเลือดใหม่ไปจับบนคราบตะกรันดังกล่าว

โรคหลอดเลือดตีบพบบ่อยที่สมอง หัวใจ และเส้นเลือดส่วนปลาย (แขนหรือขา)... ถ้าโรคหลอดเลือดตีบตันเกิดที่สมอง อาจทำให้เกิดอาการมึนหัว คิดอะไรไม่ออก (ทำไมอาการคล้ายเวลาถูกผู้บริหารบ้าอำนาจข่มเหงก็ไม่ทราบ) เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หมดสติ หรือเสียชีวิตได้

...

ถ้าโรคหลอดเลือดตีบตันเกิดที่หัวใจ อาจทำให้อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ระบบการไหลเวียนเลือดล้มเหลว ช็อค หรือเสียชีวิตได้

ถ้าโรคหลอดเลือดตีบตันเกิดบริเวณเส้นเลือดส่วนปลายแขน-ขา อาจทำให้เกิดตะคริว ปวดน่อง เขียวตามปลายมือปลายเท้าได้

...

ข่าวดีคือ พวกเราลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดตีบตันได้ถ้าร่วมใจร่วมแรง ป้องกันภาวะเสี่ยงต่อไปนี้

  • ความดันเลือดสูง
  • ไขมันในเลือด (โคเลสเตอรอล หรือไตรกลีเซอไรด์) สูง
  • เบาหวาน
  • สูบบุหรี่
  • โรคอ้วน
  • โรคอ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง)
  • ภาวะออกแรง-ออกกำลังน้อยเกิน

...

อาจารย์แพทย์หญิงสุจิรัตน์แนะนำว่า การเดินให้ได้ผลดีกับสุขภาพหัวใจจริงๆ นั้น ควรค่อยๆ เพิ่มการเดินให้ "นาน + บ่อย + เร็ว" แบบ "3 หน่อย" ดังต่อไปนี้

  • นานหน่อย > อย่างน้อย 30 นาทีต่อครั้ง
  • บ่อยหน่อย > อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • เร็วหน่อย > อย่างน้อย 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

...

การเดินเร็วให้ได้ 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น เร็วเทียบเท่าการเดินในลู่วิ่งมาตรฐานวงในสุด (400 เมตร) ภายใน 6 นาที

วิธีวัดง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งคือ ใช้รถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์วัดระยะทาง 2 กิโลเมตร แล้วเดินให้ได้ภายใน 30 นาที

...

อาจารย์แพทย์หญิงสุจิรัตน์แนะนำว่า การเดินช้ากว่านี้ เช่น การเดินทอดน่อง การเดินช็อปปิ้ง ฯลฯ ช่วยในการเผาผลาญกำลังงาน ป้องกันโรคอ้วน และโรคอ้วนลงพุง ทว่า... ช่วยให้สุขภาพหัวใจดีขึ้นได้น้อยกว่าการเดินให้เร็วพอ

การออกกำลังอย่างเดียวยังไม่พอ... ต้องขอลดอาหาร "แสลง" ต่อโรคหลอดเลือดตีบได้แก่

  • อาหารที่ให้กำลังสูง เช่น อาหารทอด เหล้า เบียร์ ไวน์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ 
  • อาหารรสเค็ม โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป เช่น เนื้อสวรรค์ เนื้อเค็ม ปลาเค็ม อาหารดอง ขนมสำเร็จรูป ฯลฯ
  • การกินอาหาร "คาร์บ" หรือคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ แป้งและน้ำตาล โดยเฉพาะแป้ง ข้าวขาว ข้าวเหนียว น้ำตาลคราวละมากเกินไป

...

เรียนเชิญพวกเราหันมาเดินแบบ '30-3-4' นั่นคือ การเดินให้ได้อย่างน้อยคราวละ 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และเร็ว 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดต่อสุขภาพหัวใจ

และอย่าลืมลดอาหารทอด อาหารรสเค็มจัด และไม่กินแป้ง-น้ำตาลคราวละมากเกินไปตามที่ท่านอาจารย์แนะนำ

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                  

  • ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์แพทย์หญิงสุจิรัตน์ จุฑะพุทธิ > อ.พญ.สุจิรัตน์ จุฑะพุทธิ เขียน; อ.กมลรัตน์ ทิพยโอสถ เรียบเรียง > Interview > หลอดเลือดตีบ > นิตยสารกู๊ดไรฟ์ Good-Life (www.goodlife.co.th). ฉบับที่ 18 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2551. หน้า 5-6.

 

  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง... ควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์แพทย์ชุมชน (CMU) โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > 13 มิถุนายน 2551.