แต่ในครั้งนั้นเชื่อกันว่า...มีการจารึกไม่ใช่ภาษาบาลีแต่เป็นภาษาปรากริต

เมื่อพระเจ้ากนิษกะหรืออโศกมหาราชแห่งมหายานได้จัดทำสังคายนาแล้วจารึกลงในแผ่นทองแดง  พร้อมสร้างหีบศิลาบรรจุไว้ในสถูปเฉพาะ  ต่อมาก็เกิดมีท่านนาคารชุน  พระภิกษุผู้สร้างลัทธิมัธยามิกศูนยวาท โพธิสัตวยาน ตรีกาย นั้นเอง 

ในสมัยพระเจ้าวิกรมาทิตย์  ราว  พ.ศ. 1000 ปีเศษ  ก็มี 2 พี่น้อง  คือ  ท่านอสังคะ  และท่านวะสุพันธุ์  ได้สร้างลัทธิวิชาฌานวาท  หรือ โยคาจาร  โดยได้แต่งเป็นภาษาสันสกฤตชื่อ  คัมภีร์โยคะ

เมื่อมหายานเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ก็หลอมรวมเข้ากับศาสนาเต๋าและขงจื๊อ  พอเข้าไปสู่ยี้ปุ่นก็รวมเข้ากับศาสนาชินโต

  เงาของการแยกนิกายเริ่มจากพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว 7 วัน  ขณะพระมหากัสสปะและลูกศิษย์ 500 รูปพักอยู่ระหว่างหลังเดินทางมาจากเมืองปาวา  ก็เห็นอาชีวกผ่านไปในมือถือดอกมณฑารพ  จึงรู้ว่าพระพุทธเจ้านิพพานแล้วพากันร้องไห้ 

 มีพระชราชื่อสุภัททะ  ห้ามปรามว่า  อย่าร้องไห้เลย  ต่อไปไม่มีใครมาสอนเราให้ทำโน้นนี่แล้วละ  ปรารภเหตุนี้หลังพุทธปรินิพพานได้ 3 เดือน  พระมหากัสสปะจึงนำประชุมทำสังคายนาทีพระ 500 รูป  ที่ถ้ำสัตตบัณณคูหา  กรุงราชคฤห์ 

 พระเจ้าอชาตศัตรูเป็นผู้อุปัฏถ้มภ์  ได้มาเป็นคัมภีร์พระไตรปิฎก  ( พระวินัย  21,000- พระสูตร 21,000 พระอภิธรรมปิฎก 42, 000   = 84 , 000  พระธรรมขันธ์ )เป็นเล่มได้ 45 เล่ม โดยจดจำเป็นมุขปาฐะ

 แต่ในครั้งนั้นเชื่อกันว่า...มีการจารึกไม่ใช่ภาษาบาลีแต่เป็นภาษาปรากริต  ซึ่งเป็นภาษาแคว้นมคธที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ขณะยังทรงพระชนม์อยู่นั้นเอง...ฮิ ฮิ ฮิ.