ไม่ได้เขียนบันทึก 4-5 วัน แต่เข้ามาแสดงความคิดเป็นบ้าง ช่วงเวลาที่ไม่ได้เขียนบันทึก นั้นหาหนังสือธรรมมาอ่าน และอ่านจากในเว็ปบ้าง เพื่อพิจารณาตัวเอง  จึงรู้การกระทำของเราเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และดูเหมือนว่าเป็นการฝืนความรู้สึกของตัวเองมากกว่า

     ยอมรับ ความจริงเสียตั้งแต่วันนี้ ชีวีจะหมดทุกข์แท้ได้แน่ในวันหน้า
ยอมรับ ความจริงถึงแม้ว่าวันนี้จะต้องรับทุกข์เต็มอุรา
แต่การยอมรับ ความจริงนั้นหนา วันหน้าจะได้ดี
ใจดี ใจสบาย…”

บันทึก ยอมรับความจริง  โดย พระคุณเจ้าสุญฺญตา

**************************************************************************************

        วันก่อนได้เข้าไปอ่านธรรม จาก   อาศรมจิตตะสังวะโร ได้อ่านธรรมเรื่อง "งูพิษในดวงใจ" ได้ข้อคิดดีๆ จากธรรม จึงนำมาฝากทุกท่าน

"งูพิษในดวงใจ"

 

ดังนั้นการที่คนเราจะมีความขัดแย้งกัน จึงเป็นเรื่องธรรมดา

อีกทั้งโดยส่วนใหญ่ คนมักจะมีความรู้สึกชอบ ชื่นชม ผู้ที่มีทัศนคติเช่นเดียวกับตน

และมักรู้สึกขัดใจหรือไม่ชอบผู้ที่มีทัศนคติที่ขัดแย้งหรือแตกต่างจากตน 

รวมทั้งธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะไม่พึงพอใจหรืออิจฉาผู้ที่โดดเด่นกว่าตน

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา

 

แต่ถ้ามีความรู้สึกรังเกียจ อคติ ขัดแย้ง ผู้ใดผู้หนึ่ง

โดยที่ไม่...สามารถควบคุมอารมณ์ดังกล่าวนี้แล้ว

เขาผู้นั้นก็เท่ากับ...เลี้ยงอสรพิษในดวงใจของตน

 

ปกติมนุษย์มักถูกครอบงำด้วยอวิชชาทำให้ดวงตาไม่แจ่มชัด

หลายครั้งตัวของเราเองยังไม่ชัดเจนในความคิด ความรู้สึก และการกระทำของตนเอง

ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะตีตรา (Label) ตัดสินผู้อื่นเพียงเพราะการกระทำบางอย่างของผู้อื่น

ที่ตนเองพบเห็นแล้วตนเองก็ตีความว่า เขาคนนั้นต้องเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้

โดยเอาความคิดของตนเองเป็นบรรทัดฐาน

 

โปรดอย่าลืมว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นสิ่งสมมุติ

แม้กระทั่งเวลาก็ยังเป็นสิ่งสมมุติ  ดังที่ทราบในโลกกลม ๆ ใบนี้

มีเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละโซน  โดยมนุษย์ตกลงที่จะเทียบเวลาจาก

เส้นสมมุติที่เมืองกรีนิช  ประเทศอังกฤษเป็นหลัก

แล้วก็แบ่งเวลาสมมุติตามเส้นละติจูด และเส้นลองติจูด

 

เห็นไหมเวลายังมีความแตกต่าง

แล้วคุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่า...บรรทัดฐานที่คุณประเมินผู้อื่นจะเหมือนกัน

เพราะแต่ละคนก็มีความคิดที่แตกต่าง  ดังนั้น...

บรรทัดฐานในการวิเคราะห์ประเมินก็แตกต่างกันไป

 

การที่คนเรามีความขัดแย้งกัน  ขัดใจกัน  แล้วคิดประทุษร้าย

นินทา  กล่าวร้าย  ล้วนแต่เป็นการทำร้ายตนเองและผู้อื่น

ในที่นี้ฉันจะขอกล่าวถึงกรณีทำร้ายตนเองเท่านั้น

การที่คุณคิดร้ายผู้อื่นเท่ากับคุณเลี้ยงงูพิษในดวงใจคุณให้เติบโต

 

โดยอาหารที่คุณให้ก็คือ  ความไม่ชอบ ความเกลียด ความแค้น

ความคิดปองร้าย ฯลฯ  ที่หล่อเลี้ยงงูพิษในใจให้เติบโต

และขยายพันธุ์ขึ้นในใจของคุณ  ยิ่งคุณมีอคติต่อผู้อื่นมากเท่าไหร่

ดวงตาของคุณก็จะถูกฝ้าแห่งอคติครอบงำ

 

ทำให้ดวงตามนุษย์ซึ่งปกติก็ถูกอวิชชาบดบังอยู่แล้ว

โดนอคติปิดทับให้ฝ้าฟางเลือนรางมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งหัวใจที่เต็มไปด้วยงูพิษยั้วเยี้ยเต็มดวงใจ

ซึ่งพร้อมจะคายพิษร้ายออกมากระตุ้นให้หัวใจของคุณ

ก็จะสูบเลือดพิษเข้าสู่กระแสเลือดทั่วร่างกาย

คุณก็จะเป็นผู้ที่มืดบอดทางปัญญา  มองทางแก้ปัญหาผิดพลาด

เนื่องจากขาดความแจ่มชัดในการมองเห็น

นานวันเข้า งูพิษที่คุณเลี้ยงเอาไว้ในใจก็จะทำร้ายคุณเองในที่สุด

 

ลองคิดดูสักนิด...!

 

 ถ้ารู้สึกรังเกียจใครสักคน  คุณคิดปองร้ายเขา

จิตใจของคุณจะไม่สงบเพราะคิดแต่จะหาทางทำร้ายหรือตอบโต้เขา

และถ้าเขาคิดตอบโต้คุณกลับ  คุณทั้งคู่ก็เท่ากับเลี้ยงงูพิษไว้ในใจ

ต่างฝ่ายต่างก็ต้องระแวงระวังกันตลอดเวลา  คุณคิดว่าคุณมีความสุขไหม?

และสิ่งเหล่านี้ให้ประโยชน์อะไรกับตัวคุณบ้าง...?

 

แล้วถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายปราชัย

คุณคิดหรือว่าคุณจะมีความสุข

เพราะ...คุณเองก็ถูกงูพิษในใจของคุณเล่นงาน

โดยมันคายพิษร้ายมาสู่ตัวคุณมากแล้ว

ทำให้คุณเป็นคนไม่น่าคบ เจ้าคิดเจ้าแค้น

มองโลกในแง่ร้าย  ขี้ระแวง  มีพฤติกรรมไม่น่ารัก

ขาดความน่าเชื่อถือ  แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรเล่า

ที่คุณจะเลี้ยงงูพิษไว้ในใจคุณ

 

มนุษย์ทุกคนล้วนมีงูพิษในดวงใจ

แต่...มนุษย์ผู้รักตนเองอย่างแท้จริงแล้วไซร้

ย่อมสามารถต้านทางพิษแห่งชีวิต

สยบอสรพิษร้ายด้วยความเข้มแข็ง

เขาจึงสมเป็นมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

ปัญหาและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในโลกก็เพียงเพราะ...

มนุษย์ซึ่งถือว่าตนเอง ประเสริฐและยิ่งใหญ่

ไม่สามารถต้านทางอิทธิพลของงูพิษร้ายที่...

ได้แสดงพลังของมันให้เป็นที่ประจักษ์ก็เท่านั้นเอง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ครูข้างถนน ขอบคุณทุกท่านที่คอยให้กำลังใจ "ขอบคุณครับ"

 

คนเราทุกคนย่อมรักตนเอง  หวังดีต่อตนเอง

ปรารถนาให้ตนเองประสบความสำเร็จ  พบเจอสิ่งที่ดี

รวมถึงต้องการเป็นที่ยอมรับ และชื่นชมของผู้อื่น

แต่คนเรามักจะมีทัศนคติรวมถึงวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน