ที่จริงตอนนี้ผมฝึกงาน CVO อยู่ทุกขณะจิต    CVO = Chief Value Officer ทำหน้าที่เสาะหาคุณค่าในสิ่งต่างๆ กิจกรรมต่างๆ ต่อหน่วยงานนั้นๆ และต่อสังคมไทย (ยิ่งมีคุณค่าต่อมนุษยชาติหรือต่อโลก ยิ่งดี)
          วันที่ ๙ มิ.ย. ๕๑ ผมรับปาก พญ. อรพินท์ มุกดาดิลก แห่ง สวรส. ว่าจะไปคุยเรื่องวิธีจัดการของ สวรส. เกี่ยวกับ Chronic Diseases   โดยขอให้ ผอ. สวรส. และ RM คนอื่นๆ อยู่ร่วม dialogue ด้วย    ซึ่งเอาเข้าจริงเราสุนทรียสนทนากันในเรื่องที่ใหญ่กว่า Chronic Disease มาก   คือเรื่องเคล็ดลับการทำงานขององค์กรแบบ สวรส. ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนหรือพัฒนาระบบ    สวรส. ทำหน้าที่พัฒนาระบบ “การวิจัยระบบสุขภาพ”
          ต่อไปนี้คือ AAR ของคุณหมออรพินท์ ต่อสุนทรียสนทนาในช่วง ๒ ชั่วโมงนั้น

 

๙ มิถุนายน ๒๕๕๑

เรียน พี่ๆน้องๆสวรส.คะ
          ขอนำเสนอประเด็น (ส่วนตัว) ที่อรพินท์ได้รับ จากการขอคำแนะนำจากท่านอาจารย์วิจารณ์ พานิช และขอถือโอกาสแบ่งปันความซาบซึ้งนี้กับทุกท่านนะคะ

ขออนุญาตตั้งชื่อเรื่องว่า


 

          “หลักคิด ความเมตตา ความเอาใจใส่” ที่อาจารย์วิจารณ์มีต่อสวรส.   และคุณค่าของเราต่อภาพใหญ่ของประเทศ”

 

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้


ภาพอนาคตของสวรส.
          • การโยงให้เกิด Synergy ของ networks ที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการเสริมพลังกันนั้น ต้องอาศัยทักษะในการทำ Systems Network Management: เป็นโอกาสของสวรส. ที่ได้อยู่ ณ จุดที่มีโอกาสจะได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อการเดินอย่างมีทิศทางที่ดีของระบบสุขภาพของประเทศ พวกเราจึงควรพัฒนาขีดความสามารถนี้ ให้ได้ในระดับ action เพื่อช่วยกันเติมเต็มส่วนนี้ต่อสังคมไทย
          • สวรส.ไม่ควรทำ Activity networking แต่ควรเอื้อให้ผู้มีความถนัดทำแทน
          • การจัดการเชิงระบบ การจัดการวิชาการ มีผู้ทำได้น้อย
          • โจทย์วิจัย ไม่ใช่ของสวรส. โจทย์เป็นของบ้านเมือง เป็นของเขา และเป็นของประชาชนผู้ใช้ผลงาน – สวรส.เป็นผู้เอื้อให้เขาได้มีโอกาสเป็นเจ้าของและแก้ปัญหานั้นด้วยความต้องการและวิธีการเรียนรู้ของเขาเอง ซึ่งเป็นคุณค่าของสวรส. คุณค่าของการเป็นผู้ facilitate เป็นคุณค่าที่มากกว่าการได้เป็นเจ้าของ
          • การ Win recognition/ respect จากเพื่อนร่วมงานเรา (ทั้งในและนอกองค์กร) ทำโดย ๑.เข้าใจเขา ๒.เห็นคุณค่าในจุดภูมิใจของเขา ๓.ได้เรียนรู้พัฒนาไปร่วมกัน

 

งานที่ควรทำในฐานะ RM ของสวรส.
          • ควรค้นหา Identity และภาพที่ภูมิใจของงานที่เราทำ
          • ควรเอื้อให้ผู้ที่จะมาเป็นเพื่อนร่วมงาน (colleaques) ของเรา ได้เห็นภาพรวม ได้เห็นโอกาสจากจุดของเขา ที่เขาจะได้มีโอกาสทำให้บรรลุในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่จะเป็นประวัติศาสตร์ของชีวิตเขา เพราะสิ่งนั้นเป็นประโยชน์กับภาพใหญ่ของประเทศ และเกิดประโยชน์ต่อผู้เป็นเจ้าของปัญหา ต่อพื้นที่ และมี applicable เชิงระบบได้โดยตรง
          • ควรสามารถมองเห็นภาพใหญ่ สามารถเชื่อมโยงได้ โดยภาพนั้นอาจจะมีหลายภาพตามบริบทที่หลากหลาย แต่ไม่ใช่ภาพที่แตกเป็น fragments
          • ควรพัฒนาทักษะในการทำ Management Platform และรู้จักเชื่อมโยงให้ผู้(ที่ควรเป็นผู้)ตัดสินใจ ได้รับข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจนั้น
          • การเรียนลัดในสิ่งที่เราไม่มีแต่เป็นทักษะที่จำเป็นต้องมี คือ การลงมือทำ โดยเป็นการลงมือทำอย่างมีสติ (ให้รู้ว่าเราอาจจะผิด หรืออาจจะสำเร็จก็ได้) จึงทำให้รู้ได้เร็ว

งานที่ไม่ควรทำในฐานะ RM ของสวรส.
          • การทำให้ผู้ที่จะมาเป็นเพื่อนร่วมงานของเรา เข้าใจผิดว่าเขาต้องมาทำงานให้สวรส. เพราะเราจะทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศร่วมกัน

 

สิ่งที่ได้มากกว่าความคาดหวัง

          • การได้มีโอกาสฝึกทักษะ (โดยการเลียนแบบท่าน) ในการหัดสังเกต/หัดวิเคราะห์/หัดร่วมงาน/หัดเข้าใจ ในความต้องการ/วิธีคิด/จุดภูมิใจ/จุดอ่อนของผู้ที่เราไปปฏิสัมพันธ์ด้วย เพื่อช่วยเอื้อให้เขาได้มีโอกาสทำสิ่งที่เป็นจุดตาย(ความใฝ่ฝัน)ของชีวิตเขา ได้ทำสิ่งที่มีคุณค่าเหนือไปกว่าประโยชน์ต่อตัวตนหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น
          • การได้มองเห็นตัวเอง ที่ชัดเจนขึ้นในบางประเด็น ที่ไม่ค่อย(ยอม)เห็นมาก่อน

 

 

สิ่งที่ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย (เดิม)


 

          • การสอนเรื่องการจัดการความรู้


: แต่น่าจะเป็นเพราะอาจารย์มีความเชื่อว่าเป็นสิ่งที่สอนกันไม่ได้ แต่เป็น
สิ่งที่ผู้นั้นต้องเรียนรู้ (ให้สอนตนเองด้วยการลงมือทำ)

 

        เป็นบทหนึ่งของการฝึกทำหน้าที่ CVO ให้แก่สังคมไทยครับ

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๑ มิ.ย. ๕๑