วัคซีนไข้หวัดใหญ่

    ใครบ้างที่ควรจะได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ?

             จากที่ได้ให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และบุคลากรทางการแพทย์ มีคำถามมากมายว่าใครบ้างควรจะได้รับวัคซีน นอกเหนือจากที่ กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.กำหนดเป้าหมายให้บริการผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อายุ 65 ปี และบุคลากรในสถานพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยแล้ว ใครควรจะต้องได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และจะมีบริการให้หรือไม่

             เนื้อหานี้ได้มาจากเรื่องเด่น  ประเด็นร้อน    สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดขอนแก่น  http://dpc6.ddc.moph.go.th/  

ที่มาจาก 

*  Inactivated Influenza Vaccine (5/24/04), Vaccine information Statement, Department of Health and Human Services Centers for Disease Control and Prevention National Immunization Program  แปลโดย สุกัลยาณี  เทพภูธร

* CDC.gov/flu   แปลโดย ราณี  วงศ์คงเดช   สคร. 6 ขอนแก่น 

             ผู้ที่ควรจะได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือ เด็กแรกเกิดอายุ 6 เดือน ขึ้นไป และผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยง และผู้ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย

                การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีนั้นแนะนำใน

-          เด็กเล็ก อายุ 6-23 เดือน

-          เด็กเล็กแรกเกิดถึง 23 เดือน ที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กทั้งแบบประจำและแบบ   ไป-กลับ

-          ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป

-          แพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เรื้อรัง

-          ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเป็นเวลานาน เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต เบาหวาน หอบหืด โลหิตจาง  

-          ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ได้แก่ ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานานๆ เช่น ยาพวก Steroid  ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ทำการรักษาโดยใช้การฉายรังสี หรือเคมีบำบัด เป็นต้น

-          ผู้ที่มีอายุ 6 เดือน ถึง 18 ปีที่ได้รับการรักษาโดยใช้ยา Aspirin

-          หญิงที่มีโอกาสตั้งครรภ์ในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่

-          แพทย์ พยาบาล สมาชิกในครอบครัว หรือใครก็ตามที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่

-          ผู้ที่ต้องการจะลดความเสี่ยงในการเป็นไข้หวัดใหญ่

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

     คุณควรจะปรึกษากับแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน ถ้าคุณเป็นบุคคลดังต่อไปนี้

-          เคยมีอาการแพ้ไข่อย่างรุนแรง หรือเคยมีอาการแพ้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่เคยฉีดมาก่อนหน้านี้

-          เคยมีประวัติการเกิด Guillain-Barre’Syndrome (GBS)

ถ้าคุณมีอาการเป็นไข้ หรือเป็นโรคที่มีอาการรุนแรง ในช่วงที่ต้องให้วัคซีน ถ้าเป็นไปได้ควรจะรอจนกระทั่งหายดี ก่อนที่จะฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ต่อไป โดยให้บอกกับแพทย์และพยาบาลเพื่อจะได้กำหนดโปรแกรมสำหรับฉีดวัคซีนใหม่

.  ความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีอะไรบ้าง ?

            วัคซีน ก็เหมือนยาอื่นๆ ทั่วไป สามารถทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรงได้ อย่างเช่น การแพ้วัคซีนอย่างเฉียบพลัน แต่ความเสี่ยงของวัคซีนที่จะเกิดอันตรายร้ายแรง หรือเกิดการตายนั้นอาจเกิดขึ้นได้บ้าง แต่พบน้อยมาก

ปัญหาที่รุนแรงจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่นั้นเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในวัคซีนนั้นถูกทำลายหมด เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ดังนั้นคุณจะไม่มีทางเป็นโรคไข้หวัดใหญ่จากวัคซีนที่ฉีดเข้าไป แน่นอน

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการฉีดวัคซีน

-          อาการเจ็บ บวมแดงบริเวณที่ฉีด

-          เป็นไข้

-          ปวด

ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นทันที หรือ 1-2 วัน หลังการฉีดวัคซีน

อาการรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

-          อาการแพ้วัคซีนที่รุนแรงและทำให้เสียชีวิตได้นั้น เกิดขึ้นน้อยมาก ซึ่งถ้าเกิด อาจจะเกิดภายใน 2-3 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมง หลังการฉีดวัคซีน

-      จะทำอย่างไรถ้ามีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรง ถึงรุนแรง หลังการฉีดวัคซีน ?

       อะไรที่เราควรระวังเป็นพิเศษ

-          ความผิดปกติทุกอย่างที่เกิดหลังจากการฉีดวัคซีน เช่น มีไข้สูง หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป การมีอาการคล้ายเกิดการแพ้ เช่น หายใจลำบาก เสียงแหบ หรือหายใจมีเสียงหวีด ลมพิษ ตัวซีด อ่อนแอ หัวใจเต้นเร็ว หรือเวียนศีรษะ

เมื่อมีอาการควรทำอย่างไร

-          รีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

-          บอกแพทย์ถึงอาการที่เกิดขึ้น ระบุวันเวลาที่มีอาการข้างเคียง รวมทั้งวันเวลาที่ฉีดวัคซีนด้วย

-          บอกแพทย์ พยาบาล หรือหน่วยงานสาธารณสุขที่รับผิดชอบเพื่อรายงานผลข้างเคียงที่เกิดจากวัคซีนที่ฉีด ลงในแบบฟอร์ม Vaccine Adverse Event Reporting System (VAERS) หรือคุณสามารถรายงานได้โดยผ่านทางเวบไซท์  vaers.org             

        โรงพยาบาลจะให้แบบฟอร์มสำหรับบันทึกอาการภายหลังได้รับวัคซีน ขอให้ตอบกลับด้วยนะคะ จะได้ใช้เป็นข้อมูลที่     เป็นประโยขน์ต่อไปสำหรับวางแผนให้บริการต่อไป