25 เมษายน 2551 ฉันลืมบอกไปว่า ในช่วงของการจัดกิจกรรมนั้น กลุ่มงานของฉันมีนักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์วิชาอาชีวอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มาฝึกงานอยู่ด้วย 2 คน ฉันเลยจับนังหนูทั้ง 2 คนมาร่วมกิจกรรมด้วย ถือว่าเอามาฝึกให้เกิดทักษะการฟังที่ดี อันที่จริงนังหนู 2 คนนี้ โดนฉันมอบหมายงานให้ทำเรื่องของการฟังด้วยตามาแล้วทุกๆวัน 2 สัปดาห์ก่อนมาเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ถ้ามีโอกาสจะมาเล่าว่าฉันให้ทั้งสองไปทำอะไรแล้วได้อะไรเป็นผลลัพธ์ออกมาที่ ฝึกเธอให้ไปทำอย่างนี้
กิจกรรมการสนทนาคู่และสนทนากลุ่มที่ได้ทำไปเมื่อวานนั้น ผู้ร่วมกิจกรรมเขารู้สึกต่อการรับฟังเรื่องราวจากคนอื่นกันอย่างนี้ค่ะ
- ภูมิใจที่เพื่อนเข้าใจเรา
- พอใจที่เขาเล่าเรื่องสิ่งดีๆของเรา
- ดีใจที่เขาชมเรา เขาจับประเด็นได้ว่า เราขยัน
- รู้สึกดีที่เขาตั้งใจฟังเรื่องที่เราเล่า
- ประทับใจกับพี่ๆ รู้สึกดี
- รู้สึกดีและรู้สึกว่าพี่เขาเข้าใจ
- รู้สึกว่าเขารู้สึกภูมิใจไปกับเราด้วย
- รู้สึกเหมือนว่า พี่เสมือนเป็นพี่สาวที่รู้จัก
- รู้เลยว่าพี่ตั้งใจทำงาน
- รู้สึกดีที่เขาจับประเด็นได้
- รู้สึกว่ามีความสุขที่คนเล่า เล่าได้เหมือนที่เรารู้สึก
- รู้สึกว่า พี่สื่อสารเรื่องของเราได้ดี
- รู้สึกว่าพี่เล่าเรื่องของเราได้ถูกต้อง
- ดีใจที่น้องเข้าใจเรื่องที่เล่า
- ประทับใจที่เข้าใจเรื่องที่เราพูด
- ประทับใจที่เข้าใจคนอื่น
- ประทับใจที่สามารถเก็บข้อมูลที่เราอยากสื่อได้

เช้านี้ เรามาจัดกิจกรรมต่อ เป็นการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน ได้ทำ AAR ทวนย้อนไปถึงสิ่งที่ประทับอยู่ในความรู้สึกนับแต่วันวานนี้มาจนถึงเช้านี้ หลังจากนั้นก็เริ่มกิจกรรมกลุ่ม ฝึกการเล่าเรื่องและฝึกการฟัง เพื่อโน้มนำให้เขาทั้งหมดกล้าเปิดใจเอ่ยความในใจเล่าสู่กันฟังอย่างไม่มีความกริ่งเกรงใครจะหมิ่นแคลน กิจกรรมวันนี้มีการให้ฝึกใช้ตาดู ติดตามความรูสึกนึกคิดแห่งตนเพื่อฝึกการฟังเสียงภายในของตนเอง หลายคนที่กลับมาเล่าสิ่งที่เห็น ยังวนเวียนเล่าในมุมที่มองเห็นความผิดพลาดของคนอื่น และหลายคนรู้จักมองมุมบวกบ้างแล้ว
ประสบการณ์ของวันนี้ สอนให้รู้ว่า การฝึกคนให้ฝืนตนออกมาจากพื้นที่ไข่แดงที่บ่มเพาะการมองโลกในมุมลบมายาวนานนั้น ไม่สามารถทำให้เกิดความสำเร็จในการเพิ่มมุมมองด้านบวกได้ในวันเดียว เว้นเสียแต่ว่าคนๆนั้นตั้งใจเองอยู่แล้วที่จะเปลี่ยนมุมมองของตัวเองให้มองโลกในมุมบวก ยุติการใส่ใจไปมองมุมลบทั้งที่ร้ายกาจและไม่ร้ายกาจ ยุติการมองแบบจับผิด หันมามองจับถูกแทน มีความตั้งใจแรงกล้าอยู่แล้วที่จะก้าวออกมาสู่พื้นที่ไข่ขาว

กิจกรรมที่จัดให้ในวันนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นสาระมากนัก ด้วยต้องการให้ทุกคนที่เข้าร่วมผ่อนคลาย และรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน ไม่มีเขาไม่มีเรา หลังจากทุกคนเริ่มเปิดใจที่จะรับฟังซึ่งกันและกันโดยไม่มีการโต้แย้ง หรือเอ่ยคำที่ให้ความรู้สึกลบต่อกัน วิทยากรของฉันก็ให้ทุกคนนอนพักกายและใจไปกับเพลงเพราะๆ ต่อจากนั้น ก็เกริ่นย้ำให้เขาไตร่ตรองตนว่า จะดำเนินชีวิตตัวเองต่อโดยใช้ความรู้สึกเช่นไรนำตนเอง ค้นคว้าความรู้สึกตัวเองว่า แท้จริงความสุขที่ไขว่คว้านั้นมันหายไปเพราะอะไร มันหายไปเพราะตัวเองทิ้งมันไปหรือใครเป็นคนมาพรากมันไปจากตน แล้วจบลงด้วยการให้เขากล่าวความรู้สึกที่อยากบอกออกมาสู่กัน อะไรก็ได้ที่เขาคิดว่าเขาได้เรียนรู้จากกิจกรรม 2 วันที่ผ่านมา จบจากกิจกรรมนี้ ฉันก็ขับรถวิ่งไปภูเก็ตเพื่อพบกับชาวเฮฮาศาสตร์ ในเฮฮาศาสตร์4 ค่ะ
ข้อสรุปที่กลุ่มได้บอกออกมาก่อนปิดกิจกรรม เป็นอย่างนี้ค่ะ
- คิดในสิ่งดีๆแล้วจะมีความสุข
- ความสุขอยู่ใกล้ตัวเราถ้านำมาใช้
- การคิดเชิงบวกทำให้ใจเป็นสุข
- ความสุขหาได้ไม่ยาก
- ความสุขอยู่กับเราตลอดเวลา
- ความสุขคือการกระทำดี คิดดี
- ความสุขอยู่ใกล้ๆ ถ้าเพียงแต่คิดดี ทำดี และหยิบมาใช้ เราก็มีความสุข
- การคิดดี พูดดี ทำให้มีความสุข
- ความสุขคือการยอมรับความคิดคนอื่น เวลาได้คิดอะไรดีๆ ก็จะทำให้มีความสุข
มีความสุขค่ะ ^ ^
ขอบคุณนะคะ
สว้สดีค่ะ..คุณหมอเจ๊..คนสวยแซ่เฮ.
ตั้งใจจะตื่นขึ้นมาส่งคณะของคุณหมอ"เข้าป่าฯ"..ก็มารับรู้การทำกิจกรรม
"ถอดจิต!..ถอดตัวตน!..ออกจากไข่แดง" .... ยินดีด้วยกับผู้เข้าประชุม
ที่มีโอกาสได้ในสิ่งที่ใฝ่หา..แต่ตัวเองก็ไม่เคยรู้ว่าอยากจะหา..อยากเรียนรู้..
อยากทำและอยากเป็น..เหมือนที่ตัวป้อมเองเคยรู้สึกมาก่อน
หลังจากฝากความสุขให้ทีมได้คิด..ได้ทำต่อ..คุณหมอเจ๊ก็คงมีความสุข
กับการพาทีมงาน"เข้าป่า"เช้านี้..ขอให้เดินทางสนุกตลอดทาง..และจะรอพบ
สมาชิกใหม่ชาวเฮฮาศาสตร์ทุกวันค่ะ
Happy..very..vary..Happy!!!!!
น่ามีความสุขนะคะ ออกจากไข่แดง
แต่ครูอ้อย ชอบกินไข่แดงค่ะ
คิดถึงค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.หมอเจ๊
น้องหมอเจ๊ได้ใช้วิธีนี้กับเพื่อนร่วมงาน น่าสนใจ
ผมพยายามคิดต่อว่า เจ้าอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกดีดีที่เกิดขึ้นนั้นน่ะ เราจะประคอง หรือรักษาให้ครอบสำนึกเราตลอดไปได้อย่างไร
เพราะตัวเราเองก็สังเกตตัวเองว่า บางช่วงเวลาเราก็หลุดโลก พอนึกขึ้นได้จึงย้อนกลับมาประคองจิตต่อไปอีก มันวนเวียนเช่นนี้หนอ..
ทำอย่างไรจะดำเนินชีวิตไปตลอดทั้งวันทั้งปีด้วยจิตที่ห่อหุ้มด้วยภาวะดีดีอย่างนั้นหนอ..ดูเหมือนว่าต้องฝึกบ่อยๆจนคุ้นเคยและจิตติดเป็นนิสัย นะ.. พี่ก็พยายามฝึกอยู่ครับ
ขอบคุณประสบการณ์ดีดี...
สวัสดีึค่ะ พี่หมอเจ๊
กิจกรรมนี้ดีจังเลยค่ะ เห็นด้วยค่ะที่ต้องตั้งใจ เต็มใจในการเปลี่ยนมุมมองของตัวเองให้มองโลกมุมบวก
การมองโลกมุมบวกทำให้เรามีความสุขจริงๆด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
๐ ตามมาดูค่ะ ว่าทีมกระบี่ถึง "สวนป่า" ของ "พ่อ" หรือยัง?
๐ เที่ยวนี้พกพาความ "อร่อย"มาพร้อมทีม แล้วอย่าลืมนำความสุข
กลับมาฝากกันบ้างเน้อ!
ผู้หญิง คิดบวก ย่อมสวยขึ้น
อิอิ
หมอเจ๊ขา
สวัสดีค่ะอาจารย์หมอ
- ตามสัมผัสบรรยากาศ ไข่แดงน่ากิน สำหรับหนุ่ม ๆ แต่เราไม่ชอบเพราะคลอเรสเตอรอลสูง คิดดู พูดดี ยืดชีวิตให้ยืนยาว แถมไม่เป็นมะเร็งอารมณ์ ด้วยหรือเปล่าค่ะ
มาตามอ่านบันทึกดีๆของคุณหมอค่ะ
แวะมาเยี่ยมครับ
พาเด็ก ๆ มาไหว้ครับ