บทที่ ๖ ของหนังสือ Teach Like Your Hair's on Fire, Penguin Books, 2007 ที่เขียนโดยครู Rafe Esquith เป็นเรื่องการฝึกเด็กไม่ให้ถูกการทดสอบมาตรฐาน (standardized test) ทำร้าย    ต่อไปนี้เป็น AAR ของผม

 สำหรับผม บทนี้คือบทว่าด้วยปรัชญาของการทดสอบ และการเป็นครูเพื่อศิษย์  

 
ครู Rafe บอกว่า กระทรวงศึกษาของรัฐแคลิฟอร์เนีย บ้าการทดสอบ    ให้เด็กตอบแบบทดสอบมาตรฐานมากเสียจนเด็กไม่มีเวลาเรียน   และการทดสอบนั้นไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ต่อการเรียนของเด็ก    เพราะทดสอบเดือนเมษายน ได้ผลกลับมาเดือนตุลาคม   ผม AAR ว่า นี่คือการทดสอบเพื่อนักการศึกษา เพื่อระบบการศึกษา    แต่แทนที่เด็กจะได้ประโยชน์ กลับเสียประโยชน์ เพราะโดนรุมทดสอบมากเกินไป


 การทดสอบหลายอย่าง เด็กไม่เคยได้รับทราบผลการทดสอบของตนเลย 

 
 นสพ. จะประกาศผลการทดสอบมาตรฐานในภาพรวมของโรงเรียนอย่างน้อยปีละครั้ง    คะแนนจะมีผลต่อการได้รับการสนับสนุนจากทางการ และผู้บริหารโรงเรียนจะเฝ้ารอฟังผลด้วยความกังวล   ทั้งๆ ที่ผลคะแนนนี้ไม่แม่นยำ   ไม่มีกรรมการสอบ    ครูประจำชั้นสามารถใบ้คำตอบแก่นักเรียนได้   หรืออาจให้เวลาทำข้อสอบเพิ่มจากที่กำหนด   บางวิชาศึกษานิเทศก์ให้ครูดูข้อสอบก่อนการสอบจริงหลายวัน    ครูจึงเอาข้อสอบไปบอกเด็กไว้ล่วงหน้า    โดยที่ครูเชื่อว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง   ผมว่าข้อความข้างต้นเปิดโปงระบบการศึกษาของเขาอย่างน่าตกใจนะครับ   และน่ายกย่องสังคมอเมริกันที่เขาใจกว้างยอมให้มีการเขียนความจริงได้ตรงๆ เช่นนี้ 

 
 มีเคล็ดลับที่ช่วยให้เด็กผ่านการทดสอบได้อย่างสบาย คือฝึกฝนให้เด็กรู้วิธีเรียนอย่างมีประสิทธิผล  ไม่ใช่เน้นทุ่มเทเวลา    คือเรียนอย่างฉลาด ไม่ใช่เรียนหนัก    โดยเรียนอย่างมีเป้าหมาย รู้ว่าตัวเองยังบกพร่องตรงไหน    เตรียมพร้อมเพื่อการทดสอบโดยทดลองซ้อมตอบคำถามโดยสร้างบรรยากาศของการทดสอบไว้ล่วงหน้า    อ่านถึงตรงนี้ทำให้นึกผมย้อนกลับไป ๕๐ ปี ผมก็เคยใช้วิธีนี้ในการเตรียมตัวสอบเหมือนกัน


 เคล็ดลับในการเตรียมสอบอีกอย่างหนึ่งคือการฝึกจับเส้นผู้ออกข้อสอบ   ฝึกตั้งคำตอบลวงสำหรับคำถามแบบ multiple choice   นอกจากนั้นยังฝึกให้คำตอบพร้อมคำอธิบายว่าทำไมเลือกคำตอบนั้น    ทำไมไม่เลือกคำตอบอีก ๓ ข้อที่เหลือ โดยตอบคำถาม ทำไม ทีละข้อ    เด็กที่เตรียมพร้อมขนาดนี้ในเวลาสอบจะนั่งทำข้อสอบไปหัวเราะคิกคักไป เพราะได้เห็นหลุมพรางของคำตอบที่ตนเคยคิดไว้แล้ว    นี่ก็เหมือนกัน ผมเคยฝึกตัวเองเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว 


 ครู Rafe ช่วยให้เด็กไม่ตื่นเต้นกับการทดสอบมาตรฐาน    โดยการบอกเด็กว่าอย่าไปกังวลกับผลการทดสอบมากเกินไป   ตรงไหนที่ตอบไม่ได้ครูก็จะช่วยให้ได้เรียนจนทำได้ในภายหลัง    โดยครู Rafe จะไม่เอาผลสอบของเด็กมาเปรียบเทียบกัน    แต่จะเปรียบเทียบกับผลทดสอบของตนเอง เพื่อดูความก้าวหน้าของการเรียน   เมื่อครูทำเช่นนี้เด็กก็จะมีความเชื่อมั่นไว้วางใจ (trust) ในตัวครู    ตรงนี้ผมว่าเป็นสุดยอดของวิญญาณความเป็นครูเพื่อศิษย์ ไม่ใช่ศิษย์เพื่อครู ที่จะต้องทำคะแนนดีที่สุดเพื่อผลงานของครู


 ครู Rafe บอกศิษย์ว่าคะแนนสอบเป็นเพียงเสี้ยวเล็กนิดเดียวที่จะบอกว่าเราคือใคร    สิ่งที่บอกได้อย่างมีน้ำหนักกว่ามากมายคือสิ่งที่ไม่มีในข้อสอบ ได้แก่ นิสัยใจคอ  ความซื่อสัตย์  ความมีศีลธรรม  ความใจกว้าง 


 แม้จะอยู่ในวัยซุกซน แต่ศิษย์ของครู Rafe จะมีกิริยามารยาทเรียบร้อย  มีทักษะในการฟัง  และรู้จักเงียบเพื่อแสดงความเคารพผู้อื่น

 

วิจารณ์ พานิช
๖ มิ.ย. ๕๑