เป็นที่ทราบกันดีว่า สมองคนเรามีนาฬิกาชีวิตหรือนาฬิกาเวลา (circadian rhythm) ซึ่งจะทำงานได้ดีถ้าได้รับแสงตอนกลางวัน และลดแสงตอนกลางคืน

 

...

เป็นที่ทราบกันดีว่า สมองคนเรามีนาฬิกาชีวิตหรือนาฬิกาเวลา (circadian rhythm) ซึ่งจะทำงานได้ดีถ้าได้รับแสงตอนกลางวัน และลดแสงตอนกลางคืน

วันนี้มีผลการศึกษาที่สนับสนุนว่า การได้รับแสงตอนกลางวัน และลดแสงตอนกลางคืนมีส่วนช่วยให้สมองเสื่อมช้าลง และซึมเศร้าน้อยลงมาฝากครับ

...

คณะนักวิจัยจากรอแยล เนเธอร์แลนด์ อคาเดมี ออฟ อาท แอนด์ ซายส์ (ราชวิทยาลัยศิลปะและวิทยาศาสตร์ เนเธอร์แลนด์) อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างคนสูงอายุที่ได้รับการดูแลที่บ้าน 189 คน

กลุ่มตัวอย่างได้รับการแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่ม กลุ่มที่ 1 จะได้รับการติดไฟแสงสว่างในบ้าน และเปิดไฟในช่วง 9.00 - 18.00 นาฬิกา สาเหตุที่ต้องติดไฟให้แสงสว่างในบ้าน เนื่องจากเป็นเมืองหนาว แสงแดดน้อยปีละหลายๆ เดือน

...

กลุ่มที่ 2 จะได้รับยาเมลาโทนิน (melatonin) ซึ่งมีฤทธิ์ในการปรับนาฬิกาเวลาของร่างกายเมื่อเดินทางข้ามทวีป หรือเกิดอาการเมาเวลา (jet lag / เจท แลก)

กลุ่มที่ 3 จะได้รับแสงสว่างตอนกลางวันด้วย ได้ยาเมลาโทนินด้วย กลุ่มที่ 4 ให้อยู่แบบเดิมๆ

...

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ได้รับยาเมลาโทนินอย่างเดียวนอนหลับได้ดีขึ้น ทว่า... อาการซึมเศร้าเพิ่มขึ้น

ส่วนกลุ่มที่ได้รับแสงสว่างตอนกลางวันพบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังตาราง

...

กลุ่มที่ได้รับแสงสว่าง ลดลงร้อยละ
สมองเสื่อม(ตามอายุที่เพิ่มขึ้น) 5%
อาการซึมเศร้า 19%

...

อาจารย์ท่านกล่าวว่า ปัญหานอนไม่หลับ โดยเฉพาะนอนไม่หลับตอนกลางคืน และหลับตอนกลางวัน เป็นปัญหาใหญ่ในคนสูงอายุ และคนที่มีสมองเสื่อม

การจัดสภาพแวดล้อมให้มีแสงสว่างมากหน่อยตอนกลางวัน และลดแสงลงตอนกลางคืน มีส่วนช่วยให้นาฬิกาเวลาของสมองทำงานได้ดีขึ้น

...

เรียนเสนอให้พวกเราหันมานอนตอนกลางคืนให้พอทุกวัน และลดแสงสว่างตอนกลางคืนให้น้อยลง ซึ่งจะช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น และสมองมีแนวโน้มจะเสื่อมช้าลง อาการซึมเศร้าหรือเซ็งๆ น้อยลงไปด้วย

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                  

  • Thank BBC > Light therapy 'can slow dementia' > [ Click ] > June 10, 2008. // souce > JAMA.

 

  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง... ควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์แพทย์ชุมชน (CMU) โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > 11 มิถุนายน 2551.