การลงทุนในหลักทรัพย์นั้น จะเกี่ยวข้องกับตลาดทุนซึ่งประกอบด้วยตลาดแรก (Primary Market) และตลาดรอง (Secondary Market) โดยตลาดรองจะสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดความคึกคักในตลาดแรกได้ และการลงทุนจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเจริญเติบโตให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกกับตลาดรอง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นายวัชริน ขวัญพะงุ้น · 12 มิ.ย. 2551
ฟ้ามิกแม็ก · 12 มิ.ย. 2551
โก๊ะจิจัง แซ่เฮ · 12 มิ.ย. 2551
บรรจง ผอ.ไอซีที · 12 มิ.ย. 2551
อรุโณทัย กศน. ตำบลพระยืน :แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต · 12 มิ.ย. 2551
บรรจง ผอ.ไอซีที · 12 มิ.ย. 2551
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกและตลาดรอง
มีความสัมพันธ์ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน
เมื่อการลงทุนในหลักทรัพย์ในตลาดแรกทำ
ให้ความเจริญเติบโตก็จะส่งผล
ให้ธุรกิจในตลาดรองมีการเติบโตตามมาด้วย
ส่งผลให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวทำให้เศรษฐกิจ
มีการเจริญเติบโตมากขึ้น
ความสัมพันธ์ตลาดแรกและตลาดรอง
ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่าถ้าตลาดแรก
มีความซื้อขายคล่องมีนักลงทุนมาระดมทุนกันมาก
ตลาดรองก็จะมีความคล่องตัวในการซื้อขายเหมือนกัน
โดยจะเห็นได้ว่าทั้งตลาดแรกและตลาดรองจะส่งเสริม
ซึ่งกันและกันซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกกับตลาดรอง ต่อการลงทุนในหลักทรัพย์และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ทั้งสองตลาดมีความสัมพันธ์กันคือ
ตลาดแรก คือ ตลาดสำหรับหลักทรัพย์ที่ออกใหม่โดยผู้ที่ต้องการเงินทุน และต้องการจะระดมเงินทุนจากผู้ลงทุนโดยตรงด้วยการออกและเสนอขายหลักทรัพย์
ตลาดรอง คือ ตลาดที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ที่ได้ผ่านการเสนอขายในตลาดแรกมาแล้ว คือหมายถึงการเปลี่ยนมือของผู้ถือหุ้นนั้นเอง ตลาดรองจึงมีความสำคัญต่อกลไกตลาดทุนของเราเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์แล้วยังช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับผู้ลงทุนในตลาดทุนได้อีกด้วย
การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นทางเลือกหนึ่งของการลงทุนระยะยาวสำหรับการออมและสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ การเข้าไปมีส่วนในหลักทรัพย์จะทำให้ผู้ลงทุนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจการและจะได้รับการจ่ายเงินปันผลจากกำไรที่เกิดขึ้นในการทำธุรกิจนั้นทุกๆปี จึงจะเห็นได้ว่าเป็นวิถีทางของการลงทุนโดยตรงกับความสำเร็จ แต่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็มีความเสี่ยงได้ด้วยเช่นกัน หากธุรกิจนั้นเจอกับสภาวะไม่เอื้ออำนวย หรือผลประกอบการตกต่ำลง เมื่อมีการลงทุนเกิดขึ้นก็ช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจดีขึ้นด้วยเช่นกัน
ตลาดแรก (Primary Market) หมายถึง การซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจที่เริ่มออกมาใหม่ ธนาคารพาณิชย์ในฐานะผู้แทนจำหน่ายได้นำพันธบัตรของรัฐบาลหรือของรัฐวิสาหกิจขายให้กับผู้ซื้อโดยตรง ตามราคาที่รัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจเสนอขายและดอกเบี้ยของพันธบัตร
ตลาดรอง (Secondary Market) หมายถึง การที่ธนาคารรับซื้อ-ขายพันธบัตรที่เคยออกจำหน่ายจากตลาดแรกมาแล้ว ที่ชาวบ้านเขาเคยซื้อไปแล้วก็นำมาขายให้ธนาคาร ธนาคารก็ขายต่อไปอีกเมื่อมีคนมาขอซื้อ การที่ชาวบ้านเขาเอาพันธบัตรมาขาย เนื่องจากเขาอาจต้องการใช้เงิน หรือรำคาญเต็มทีไม่อยากถือพันธบัตรนี้อีกแล้ว เหมือนซื้อขายรถมือสองตามท้องตลาดทั่วไป
หากเปรียบตลาดแรกเสมือนโชว์รูมรถยนต์ใหม่ ตลาดรองก็เปรียบได้กับสถานที่สำหรับซื้อขายรถยนต์มือสอง ที่เจ้าของครอบครองมาสักระยะหนึ่งแล้วต้องการจะขายต่อ และเมื่อใดที่มีผู้สนใจรถคันดังกล่าวก็จะมาซื้อเพื่อนำไปใช้งานต่อ
ฉะนั้น ตลาดรองจึงมีความสำคัญต่อกลไกตลาดทุนของเราเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์แล้วยังช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับผู้ลงทุนในตลาดทุนได้อีกด้วย
******************************************************************************
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกกับตลาดรอง
ตลาดแรกPrimary Market คือ ตลาดที่ซื้อขายหลักทรัพย์ออกใหม่เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ได้รับเงินทุนจากผู้ซื้อหลักทรัพย์ใหม่
ตลาดรอง Secondary Market คือ ตลาดที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีการผ่านการเสนอขายในตลาดแรกมาแล้ว
ตลาดรองมีบทบาทเกื้อกูลต่อตลาดแรกเพราะตลาดรองจะทำให้การระดมทุนในตลาดแรกง่ายขึ้นเนื่องจากมีตลาดรองทำให้คนที่ซื้อขายในตลาดแรกสามารถมาขายเปลี่ยนมือได้เมื่อมีการขยายการลงทุนก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น
การลงทุนในตลาดแรก
การลงทุนในตลาดแรก คือการซื้อขายตราสารหนี้จากการเสนอขายครั้งแรก ของผู้ออกตราสารหนี้ ผ่านช่องทางผู้จัดการการจัดจำหน่าย (Underwriter) ตัวแทนการจัดจำหน่าย (Selling agent) ที่ถูกแต่งตั้งจากผู้ออกตราสารหนี้ หรือจากบริษัทผู้ออกหุ้นกู้โดยตรง ในกรณีที่เสนอขายเอง ราคาที่ซื้อขายในตลาดแรกนี้ มักกำหนดที่ราคาพาร์ที่ส่วนใหญ่เท่ากับ 1,000 บาทต่อหน่วย สถาบันที่เกี่ยวข้องในเรื่องการจำหน่ายหุ้นกู้ คือบริษัทหลักทรัพย์ และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนี้ จากสำนักงาน ก.ล.ต. ผู้ออกหุ้นกู้ จะกำหนดช่วงเวลาการเสนอขาย ก่อนวันที่ออกหุ้นกู้ไว้แน่นอน โดยรายละเอียดของเงื่อนไข และข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ จะระบุไว้ใน หนังสือชี้ชวน ในกรณีที่เสนอขายเป็นการทั่วไป หรือเสนอขายต่อประชาชนและนักลงทุนทั่วไป จำนวนเงินเริ่มต้นขั้นต่ำที่กำหนดไว้ สำหรับการซื้อหุ้นกู้ในตลาดแรกคือประมาณ 50,000 ถึง 100,000 บาท แต่สำหรับหุ้นกู้ที่เสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันนั้น จำนวนเงินขั้นต่ำที่จะซื้อ มักมิได้กำหนด หรือาจกำหนดไว้ในจำนวนที่สูงมาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบัน ที่มีเงินลงทุนจำนวนมาก
การซื้อขายตราสารหนี้ในตลารอง
ตลาดรองการซื้อขายตราสารหนี้ โดยทั่วไปเป็นธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อขายรายใหญ่ และมักดำเนินการในรูปแบบที่เรียกว่า Over the counter คือซื้อขายผ่านตัวกลางเรียกว่าผู้ค้าตราสารหนี้ (Dealer) หรือซื้อขายกันเองระหว่างนักลงทุนสถาบัน ไม่มีตลาดที่เป็นศูนย์กลางของธุรกรรมการซื้อขาย ราคาที่ซื้อขาย ขึ้นอยู่กับอำนาจการต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย นักลงทุนสถาบันที่มีปริมาณการซื้อขายมาก จึงมีอำนาจต่อรองสูง ในขณะที่นักลงทุนรายย่อย มักไม่สามารถเข้าถึงตลาดนี้ได้ การชำระราคาและส่งมอบ จะดำเนินการกันเองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
ดังนั้น
"ความสัมพันธ์ของตลาดแรกและตลาดรองต่อการลงทุนในหลักทรัพย์ย่อมที่จะมีความสอดคล้องกัน เพราะการที่จะสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ในตลาดรองได้นั้น หลักทรัพย์นั้นจะต้องเคยผ่านการลงทุนในตลาดแรกมาก่อนแล้ว เมื่อมีการลงทุนในตลาดแรกและตลาดรองมากขึ้นก็จะทำให้มีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจก็จะส่งผลทำให้เศรษฐกิจเกิดการเจริญเติบโตได้ดีขึ้น"
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกกับตลาดรอง..............?
ตลาดแรก
: คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำหน้าที่กำกับและดูแลตลาดแรก โดยบริษัทใดที่ต้องการออกหลักทรัพย์ใหม่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (Initial Public Offering) หรือเสนอขายหลักทรัพย์อื่นๆ แก่ประชาชน ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และดำเนินการตามเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จะต้องตรวจสอบสถานะทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัทนั้นก่อนที่จะอนุมัติให้บริษัททำการออกหลักทรัพย์ขายแก่ประชาชนได้
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกกับตลาดรอง..............?
ตลาดแรก
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำหน้าที่กำกับและดูแลตลาดแรก โดยบริษัทใดที่ต้องการออกหลักทรัพย์ใหม่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (Initial Public Offering) หรือเสนอขายหลักทรัพย์อื่นๆ แก่ประชาชน ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และดำเนินการตามเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จะต้องตรวจสอบสถานะทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัทนั้นก่อนที่จะอนุมัติให้บริษัททำการออกหลักทรัพย์ขายแก่ประชาชนได้
ตลาดรอง
หลังจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกหลักทรัพย์จะสามารถทำการซื้อขายในตลาดรองได้ก็ต่อเมื่อผู้ออกหลักทรัพย์นั้นได้ยื่นคำขอและได้รับอนุมัติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว
จะเห็นได้ว่าตลาดแรก กับตลาดรองมีความสัมพันธ์ในลักษณะวงกลม หรือวงจรที่ต้องหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันไป เพื่อให้เกิดสภาพคล่องแก่ผู้ที่ลงทุน
ตลาดแรก เป็นแหล่งกลางในการซื้อ-ขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ การเสนอขายหลักทรัพย์อาจทำได้โดยธุรกิจผู้ที่ต้องการเงินทุน
ตลาดรอง เป็นแหล่งกลางในการเสนอขายและซื้อหลักทรัพย์ที่เคยผ่านการซื้อขายในตลาดแรกมาแล้ว
ตลาดแรกและตลาดรอง มีความสัมพันธ์เกื้อกูลในด้านของการลงทุนซึ่งกันและกัน และมีผลต่อการดำเนินธุรกิจและความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ
ตลาดแรก เป็นตลาดที่เปิดเพื่อจะระดมทุนเป็นการเปิดขายหลักทรัพย์ต่างๆในครั้งแรก
ตลาดรอง เป็นตลาดที่เป็นแหล่งซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีการผ่านการขายมาแล้ว จะเป็นตลาดที่ผู้มีหลักทรัพย์นั้นนำหลักทรัพย์ที่ตนเองมีอยู่มาขาย
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกกับตลาดรองคือ
มีความสัมพันธ์เป็นการทำให้ตลาดแรกนั้นมีการระดมทุนมากขึ้นโดยที่ตลาดรองนั้นเป็นตัวช่วยให้ตลาดแรกมีผู้ที่ต้องการลงทุนเพิ่มมากขึ้นและการที่ตลาดรองได้เป็นแหล่งซื้อขายหลักทรัพย์ยังเป็นการช่วยให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตอีกด้วย
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกกับตลาดรองต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
***ก็คือตลาดรองมีบทบาทเกื้อกูลต่อตลาดแรกเพราะตลาดรองจะทำให้การระดมทุนในตลาดแรกง่ายขึ้น มีการส่งเสริมซึ่งกันและกัน และตลาดรองทำให้คนที่ซื้อขายในตลาดแรกสามารถมาขายเปลี่ยนมือ ส่งผลให้มีการขยายการลงทุนก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นตามมาด้วย
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกกับตลาดรอง
คือมีการส่งเสริมซึ่งกันและกัน เมื่อการลงทุนหลักทรัพย์ในตลาดแรกก็จะมีตลาดรองคอยช่วยส่งเสริมก็จะทำให้การระดมทุนในตลาดแรกง่ายขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวทำให้เศรษฐกิจ มีการเจริญเติบโตมากขึ้น
ตลาดแรกและตลาดรองมีความสัมพันธ์กันคือตลาดรองจะช่วยส่งเสริมตลาดแรกคือตลาดรองจะเป็นตลาดซื้อ-ขายเปลี่ยนมือหลักทรัพย์ที่ได้ทำการซื้อ-ขายจากตลาดแรกมาแล้วจึงทำให้นักลงทุนกล้าที่จะซื้อ-ขายหลักทรัพย์ในตลาดแรกมากขึ้นและการที่มีการซื้อ-ขายหลักทรัพย์มากขึ้นส่งผลให้มีการลงทุนก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวและเจริญเติบโตมากขึ้น
ตลาดแรก (Primary Market) หมายถึง การซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจที่เริ่มออกมาใหม่ ธนาคารพาณิชย์ในฐานะผู้แทนจำหน่ายได้นำพันธบัตรของรัฐบาลหรือของรัฐวิสาหกิจขายให้กับผู้ซื้อโดยตรง ตามราคาที่รัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจเสนอขายและดอกเบี้ยของพันธบัตร
ตลาดรอง (Secondary Market) หมายถึง การที่ธนาคารรับซื้อ-ขายพันธบัตรที่เคยออกจำหน่ายจากตลาดแรกมาแล้ว ที่ชาวบ้านเขาเคยซื้อไปแล้วก็นำมาขายให้ธนาคาร ธนาคารก็ขายต่อไปอีกเมื่อมีคนมาขอซื้อ การที่ชาวบ้านเขาเอาพันธบัตรมาขาย เนื่องจากเขาอาจต้องการใช้เงิน หรือรำคาญเต็มทีไม่อยากถือพันธบัตรนี้อีกแล้ว เหมือนซื้อขายรถมือสองนั่นแหละ
ตลาดแรกและตลาดรองมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เมื่อมีการลงทุนในตลาดรองมากขึ้นมีการซื้อขายมากก็จะทำให้นักลงทุนในตลาดแรกเกิดการกระตุ้นทำให้นักลงทุนในตลาดแรกมีการออกหุ้นตัวใหม่ๆออกมาขาย ทำให้เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโต
ตลาดแรก เป็นตลาดเพื่อการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ผู้ต้องการเงินทุนได้ออกใหม่แล้วนำไปขายในตลาดเป็นครั้งแรก
ตลาดรอง เป็นตลาดที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผ่านการซื้อขายจากตลาดแรกมาแล้ว
ความสัมพันธ์ ของทั้งสองตลาดก็เป็นแบบอาศัยส่งเสริมซึ่งกันและกัน เช่น บริษัทที่ต้องการจำหน่ายหลักทรัพย์ออกใหม่ก็จะนำมาจำหน่ายที่ตลาดแรก เมื่อมีผู้ซื้อไปแล้วต้องการที่จะขายก็จะนำมาที่ตลาดรอง จะเห็นได้ว่าหากขาดตลาดใดตลาดหนึ่งไปจะทำให้การซื้อขายหลักทรัพย์ขาดความสมบูรณ์ ดังนั้นเมื่อมีการซื้อขายหลักทรัพย์จากทั้งสองตลาดมากขึ้น บริษัทต่างๆ ก็จะออกหลักทรัพย์มาจำหน่ายกันมากขึ้นก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นไปด้วยทำให้มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาทำการซื้อขายกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างตลาดเเรกเเละตลาดรอง
คือเป็นตลาดที่เกื้อหนุนซึ่งกันเเละกันใรการซื้อขายเเลกเปลี่ยนพันธบัตรรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ โดยตลาดรองจะมีหน้าที่รับซื้อจากตลาดเเรกมาก่อน โดยจะเป็นเสมือนการระดมทุนที่ส่งผลทำให้เศรษฐกืจเติบโตมากขึ้น ก่อให้เหิดสภาพคล่องมากยิ่งขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างตลาดแรกและตลาดรองคือ
ตลาดแรกเป็นตลาดที่เสนอการขายหลักทรัพย์ออกใหม่เป็นครั้งเเรกแล้วนำมาขายเป็นครั้งแรกส่วนตลาดรองเป็นตลาดที่เสนอขายหลักทรัพย์ที่ผ่านการซื้อขายจากตลากแรกแล้วนำมาเปลี่ยนมือใหม่ ซึ่งตลาดแรกกับตลาดรองจะมีความสัมพันธ์กันโดยการส่งเสริมซึ่งกันและกันในการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างๆ ทำให้มีการซื้อขายได้คล่องตัวมากขึ้นส่งเสริมให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น มีการลงทุนมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต
ความสัมพันธ์ของตลาดแรกกับตลาดรอง
ตลาดแรกกับตลาดรองนั้นมีความสัมพันธ์กัน เนื่องจากตลาดแรกนั้นเป็นตลาดที่เป็นแหล่งกลางในการเสนอขายและซื้อหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ โดยที่ตลาดรองนั้นเป็นตลาดที่เป็นแหล่งกลางในการเสนอขายและซื้อหลักทรัพย์ซึ่งเคยผ่านการซื้อขายในตลาดแรกมาแล้ว เพราะฉะนั้นจึงเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัวมากขึ้นและทำให้เศรษฐกิจมีความเจริญเติบโตตามไปด้วย
ความสัมพันธ์ของตลาดแรก และตลาดรอง
ความสัมพันธ์ระหว่างตลาดแรก และ ตลาดรอง
ตลาดแรก จะเป็นตลาดซึ่งจะออกตราสารทางการเงินใหม่ เมื่อประชาชนหรือภาคธุรกิจเข้ามามีบทบาทในการซื้อตราสารทางการเงินที่ออกใหม่ แล้วเกิดความจำเป็นที่ต้องการเงินจำนวนนั้นที่ได้เคยซื้อตราสารทางการเงินไว้ ก็สามารถที่จะนำตราสารดังกล่าวไปขายต่อที่ตลาดรองได้ ซึ่งตลาดแรกจะมีการซื้อขายตราสารทางการเงินเพียงครั้งเดียว ส่วนตลาดรองจะมีการซื้อขายตราสารทางการเงินมากกว่าหนึ่งครั้งหรือหลายๆครั้ง
เราจะเห็นว่าตลาดแรกและตลาดรองมีความสำคัญซึ่งกันและกัน และยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจภายในประเทศอีกด้วย ซึ่งทำให้ระบบเศรษฐกิจเกิดการเจริญเติบโตมากขึ้น เนื่องจากมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการระดมเงินทุนนั่นเอง
ความสัมพันธ์ระหว่างตลาดแรกกับตลาดรอง ตลาดแรก เป็นตลาดที่มีการซื้อขายตราสารทางการเงินใหม่ โดยยังไม่มีการซื้อขายมาก่อนและเมื่อมีการระดมเงินทุนเกิดขึ้นซึ่งจะทำให้มีการกระจายการลงทุนมากขึ้นมีผู้เข้ามาลงทุนมากขึ้น และสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ตลาดรอง เป็นตลาดที่มีการซื้อขายตราสารทางเงินโดยมีการซื้อขายในตลาดแรกมาแล้ว
ดังนั้น ตลาดแรกและตลาดรองจึงมีความสัมพันธ์ต่อกันและกันเป็นอย่างมากและที่สำคัญทั้งตลาดแรกและตลาดรองมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย เพราะถ้ามีการซื้อขายตราสารใหม่เกิดขึ้นก็จะทำให้มีตราสารในตลาดรองเพิ่มขึ้นทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นเศรษฐกิจภายในประเทศมีการขยายการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น