การลงทุนในตลาดแรก
การลงทุนในตลาดแรก คือการซื้อขายตราสารหนี้จากการเสนอขายครั้งแรก ของผู้ออกตราสารหนี้ ผ่านช่องทางผู้จัดการการจัดจำหน่าย (Underwriter) ตัวแทนการจัดจำหน่าย (Selling agent) ที่ถูกแต่งตั้งจากผู้ออกตราสารหนี้ หรือจากบริษัทผู้ออกหุ้นกู้โดยตรง ในกรณีที่เสนอขายเอง ราคาที่ซื้อขายในตลาดแรกนี้ มักกำหนดที่ราคาพาร์ที่ส่วนใหญ่เท่ากับ 1,000 บาทต่อหน่วย สถาบันที่เกี่ยวข้องในเรื่องการจำหน่ายหุ้นกู้ คือบริษัทหลักทรัพย์ และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนี้ จากสำนักงาน ก.ล.ต. ผู้ออกหุ้นกู้ จะกำหนดช่วงเวลาการเสนอขาย ก่อนวันที่ออกหุ้นกู้ไว้แน่นอน โดยรายละเอียดของเงื่อนไข และข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ จะระบุไว้ใน หนังสือชี้ชวน ในกรณีที่เสนอขายเป็นการทั่วไป หรือเสนอขายต่อประชาชนและนักลงทุนทั่วไป จำนวนเงินเริ่มต้นขั้นต่ำที่กำหนดไว้ สำหรับการซื้อหุ้นกู้ในตลาดแรกคือประมาณ 50,000 ถึง 100,000 บาท แต่สำหรับหุ้นกู้ที่เสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันนั้น จำนวนเงินขั้นต่ำที่จะซื้อ มักมิได้กำหนด หรือาจกำหนดไว้ในจำนวนที่สูงมาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบัน ที่มีเงินลงทุนจำนวนมาก
การซื้อขายตราสารหนี้ในตลารอง
ตลาดรองการซื้อขายตราสารหนี้ โดยทั่วไปเป็นธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อขายรายใหญ่ และมักดำเนินการในรูปแบบที่เรียกว่า Over the counter คือซื้อขายผ่านตัวกลางเรียกว่าผู้ค้าตราสารหนี้ (Dealer) หรือซื้อขายกันเองระหว่างนักลงทุนสถาบัน ไม่มีตลาดที่เป็นศูนย์กลางของธุรกรรมการซื้อขาย ราคาที่ซื้อขาย ขึ้นอยู่กับอำนาจการต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย นักลงทุนสถาบันที่มีปริมาณการซื้อขายมาก จึงมีอำนาจต่อรองสูง ในขณะที่นักลงทุนรายย่อย มักไม่สามารถเข้าถึงตลาดนี้ได้ การชำระราคาและส่งมอบ จะดำเนินการกันเองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
ดังนั้น
"ความสัมพันธ์ของตลาดแรกและตลาดรองต่อการลงทุนในหลักทรัพย์ย่อมที่จะมีความสอดคล้องกัน เพราะการที่จะสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ในตลาดรองได้นั้น หลักทรัพย์นั้นจะต้องเคยผ่านการลงทุนในตลาดแรกมาก่อนแล้ว เมื่อมีการลงทุนในตลาดแรกและตลาดรองมากขึ้นก็จะทำให้มีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจก็จะส่งผลทำให้เศรษฐกิจเกิดการเจริญเติบโตได้ดีขึ้น"