ตอนจำความได้แล้ว ด้วยความซุกซนของเด็กๆ ดิฉันตกคลองที่บ้านสวนแถวบางกระดี่ไปหลายรอบค่ะ และตอนเป็นเด็กช่วงนั้นก็ยังว่ายน้ำไม่เป็นหรอกค่ะ ดีที่มีคนเห็นทุกครั้งก็เลยรอดทุกครั้งไป
เด็กเล็กนี่จะไม่ระมัดระวังตนเองหรอกค่ะ ยิ่งพอเห็นของตกน้ำ หรือเห็นปลาในน้ำ อะไรทำนองนี้ ก็จะพยายามเอื้อมไปเอาให้ได้ค่ะ ข่าวร้ายๆ ก็เลยมีมาให้ได้เห็นนักต่อนักแล้วค่ะ เรียกได้ว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับเด็กเล็กค่ะ
ดิฉันอ่านข่าวนี้ค่ะ Group teaches infants not to drown ประเด็นสำคัญคือ เขาสอนให้เด็กเล็กที่จมน้ำรู้จักหมุนตัวกลับและลอยน้ำพร้อมเงยหน้าค่ะ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ควรสอนให้เด็กเล็กที่แม้ยังพูดไม่ได้ให้สามารถช่วยตนเองให้รอดจากการจมน้ำได้
VDO Clip วิธีการช่วยชีวิตตนเองจากการจมน้ำของเด็กเล็ก
สถิติของการตายของเด็กเล็กของไทย อันดับหนึ่งคือ จมน้ำตาย ครับ ดังนั้น วีดิทัศน์นี้จึงมีประโยชน์มาก ๆ ครับ
ขอบคุณครับ :)
เด็กปรับตัวเก่งมากๆ เลยนะคะ ถ้าสอน ^ ^
เห็นรอยยิ้ม(แต้)ของตอนสุดท้ายที่พ่อเขาไปช้อนขึ้นมาเนี่ยรู้เลยว่าเล่นสนุกอยู่..น่ารักจริงๆ
อยากบอกว่ายังไม่เห็นคลิปนี้เลยค่ะ แต่เอามาใส่ไว้ก่อนแม้ยังดูไม่ได้ เพราะประเทศไทยสกัดกั้น YouTube ค่ะ
ใส่ clip นี้ไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจะสามารถเข้าดูได้ ในความเป็นแม่เมื่อได้เห็นแล้วอยากจะร้องไห้ ตอนดูใจเต้นแรงกว่าปกติมาก บอกได้เลยว่ากลัวมากไม่อยากให้ลูกตกน้ำ กะไว้ว่าเมื่อน้องโตขึ้นจะให้เรียนว่ายน้ำอย่างแน่นอน
เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากครับทำให้ผมได้รู้ว่าเด็กขนาดนี้ว่ายนำได้แล้วครับผมจะเอาไปสอนให้เป็นประโยชน์
เรียน ท่านอาจารย์ ดร.จันทววรรณ ปิยะววัฒน์ การเรียนการสอนว่ายน้ำในบ้านเรานั้นยังไม่มีมาตรฐาน ขาดความครบถ้วนสมบูรณ์ การสอนว่ายน้ำที่เราสอนกันอยู่นั้นเป็นเพียงแค่การสอนว่ายน้ำเพื่อการแข่งขันหรือ Competition Swimming คือ สอนเฉพาะท่าว่ายน้ำเพื่อการแข่งขัน คือ ท่าฟรีสไตล์ ท่ากบ ท่ากรรเชียงและท่าผีเสื้อ เราไม่ได้สอนทักษะทางน้ำอื่นๆ ที่จำเป็นได้แก่ ทักษะการเอาชีวิตรอดจากอุบัติภัยทางน้ำ วิธีการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ (คนตกน้ำ คนตกน้ำ) ทำให้คนไทยเราขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องความปลอดภัยทางน้ำ การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ขาดความตระหนักและไม่รู้จักวิธีป้องกันอุบัติภัยทางน้ำ ในเมื่อเราสอนว่ายน้ำกันเช่นนี้มานานกว่า 40 ปีโดยไม่มีหลักสูตรการสอนว่ายน้ำที่ได้มาตรฐาน ครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้สังคมไทยส่วนใหญ่เข้าใจผิดและมีความเชื่อว่า เพียงแค่ว่ายน้ำเป็นหรือว่ายน้ำได้ก็จะไม่จมน้ำ และมีความปลอดภัยทางน้ำเพียงพอแล้ว หารู้ไม่ว่า ทักษะที่จำเป็นที่จะทำให้สามารถเอาชีวิตรอด และมีความปลอดภัยทางน้ำเพียงพอก็ คือ ทักษะการเอาชีวิตรอดจากอุบัติภัยทางน้ำ (Survival Swimming skill) ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ ทักษะการเอาชีวิตรอด ท่าว่ายน้ำมาตรฐาน การช่วยคนตกน้ำและการกู้ชีพด้วยการผายปอดและนวดหัวใจ ( ในต่างประเทศ ทักษะทั้งสองส่วนนี้จะรวมอยู่ด้ายกันในหลักสูตรการเรียนว่ายน้ำ ในบ้านเราเอามาเพียงแค่ส่วนเดียวเน้นเพื่อการแข่งขัน อย่างในคลิปนี้เป็นการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดในเด็กเล็ก ( Baby Survival Swimming ) แต่ในขณะนี้ สำนักโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณะสุข และสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ ( Thai Life Saving Society ) ได้จัดทำ VDO การเรียนว่ายน้ำหลักสูตร การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด "Survival Swimming Curriculum" สอนโดยทีมครูของ YMBA Survival Swimming ถ้าท่านใดสนใจลองไปดูชมได้ที่ youtube หรือที่ facebook/ YMBA Survival Swimming ก็ได้ครับโดยที่ facebook/ YMBA Survival Swimming จะมีทีมครูสอมมาตอบข้อสงสัยด้วยครับ
เป็นประโยชน์มากค่ะ ดิฉันนำลิงก์ของ YMBA Survival Swimming มาใส่ไว้ในบันทึกนี้ให้เลยค่ะ http://th-th.facebook.com/pages/YMBA-Survival-Swimming/130158410341420
ขอบคุณมากค่ะ
เรียน ท่านอาจารย์ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ ครับ. ผมขออนุญาตนำบทความเรื่อง เด็กไทยว่ายน้ำเป็น / วินิจ รังผึ้ง โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 13พ.ค.51 เป็นผู้หนึ่งที่ส่งบุตรชายของตัวเองเ้าเรียนว่านน้ำหลักสูตร การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด "Survival Swimming Curriculum" ของ สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ Thai Life Saving Society (TLSS )ทีมครูสอนว่ายน้ำ YMBA Survival Swimming ที่สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณะสุข แล้วนำผลที่ได้มาเขียนบทความนี้มาเรียน เพื่อผู้สนใจทั้งหลายได้ทราบ ครับ...
เด็กไทยว่ายน้ำเป็น / วินิจ รังผึ้ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤษภาคม 2551 13:44 น.
โดย : วินิจ รังผึ้ง
ช่วงโรงเรียนปิดเทอมภาคฤดูร้อนในเดือนมีนาคม-เมษายน หลายๆครอบครัวมักจะพาเด็กๆไปเที่ยวทะเล ไปเล่นน้ำ
เล่นทรายกันอย่างสนุกสนาน เพราะทะเลนั้นเป็นสิ่งที่เด็กๆแทบทุกคนชื่นชอบ ยิ่งในช่วงหน้าร้อนด้วยแล้ว ยิ่งเป็นสุดยอด
ปรารถนาแต่จากสถิติที่น่าตกใจและหลายคนคาดไม่ถึงก็คือ ทั่วประเทศไทยในแต่ละปีมีเด็กและเยาวชนอายุ 1-17 ปีเสียชีวิตจากการจมน้ำตายราว 2,650 คน และยังมีเด็กอีกราว 3,000 รายประสบเหตุเกือบเสียชีวิตจากการจมน้ำ จากสถิติดังกล่าวแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีเด็กไทยจมน้ำตายเฉลี่ยวันละ 7 คน หรือราวทุก 3-4 ชั่วโมงจะมีเด็กๆจมน้ำตาย 1 คน ซึ่งเป็นสาเหตุการเสีย
ชีวิตในเด็กสูงที่สุดในปัจจุบัน สูงยิ่งกว่าการเสียชีวิตจากโรคระบาดร้ายแรงใดๆทั้งสิ้น และในจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กที่
จมน้ำตายเป็นเด็กที่อยู่ในวัยเพียง 5-9 ปี เด็กผู้ชายจะมีสถิติการเสียชีวิตจากการจมน้ำมากกว่าเด็กผู้หญิง 2.5 เท่า โดยเด็กๆ
ในพื้นที่ภาคอีสานมีสถิติการเสียชีวิตจากการจมน้ำตายมากที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นเพราะอากาศในภาคอีสานนั้นร้อน และเด็กๆใน
ชนบทภาคอีสานซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองจำเป็นต้องออกไปทำงานในไร่นา จึงเป็นโอกาสให้เด็กๆชักชวนกันแอบไปเล่นน้ำตามลำ
คลอง หนอง บึง จนเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น
การจมน้ำตายของเด็กนั้นความจริงส่วนใหญ่ก็มิได้เกิดจากแหล่งน้ำที่ไกลตัวเลย โดยจุดเกิดเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นห่าง
จากบ้านเด็กเพียง 100 เมตรจำนวน 3 ใน 4 หรือไม่ก็เกิดขึ้นจากสิ่งที่นึกไม่ถึงเช่นเด็กเล็กๆที่อยู่ในวัยเพิ่งหัดเดินเตาะแตะอยู่
ในบ้าน แต่พ่อแม่ผู้ปกครองหรือพี่เลี้ยงอาจจะละสายตาไปดูโทรทัศน์ วิ่งไปรับโทรศัพท์ หรือหันไปทำธุระการงานเพียงชั่วครู่
เมื่อหันกลับมาดูอีกทีก็พบว่าเด็กหัวคะมำคว่ำหน้าสำลักน้ำอยู่ในกะละมังซักผ้า กะละมังล้างจานในบ้านเสียแล้ว ซึ่งเสี้ยวเวลา
แห่งความเผอเรอหรือการทำธุระช่วงสั้นๆนั้นก็เป็นเวลาที่มากมายเพียงพอสำหรับความสูญเสียที่น่าเศร้านั้น
ทั่วประเทศไทยในแต่ละปีจะมีเด็กคลอดใหม่ราว 8 แสนคน แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือในจำนวนเด็กๆที่จำเติบโตขึ้นมาเป็น
กำลังสำคัญของชาตินั้นสามารถจะว่ายน้ำเป็นน้อยมาก โดยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่มีอยู่ราว 13 ล้านคนนั้นจะมีเด็กที่ว่ายน้ำ
เป็นเพียงร้อยละ 16.3 เท่านั้น จึงนับเป็นความเสี่ยงกับการจมน้ำตายได้อย่างสูงยิ่ง จากปัญหาดังกล่าวทำให้กระทรวง
สาธารณสุข โดยกลุ่มป้องกันการบาดเจ็บ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ได้ตระหนักในปัญหานี้จึงได้จัดทำโครงการ
"เด็กไทย ว่ายน้ำเป็น" เพื่อสอนให้เด็กไทยได้ "ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำได้ ออกกำลังกายดี" โดยจัดอบรมเป็นโครงการนำ
ร่องสำหรับบุตรหลานข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขก่อน โดยรับเด็กที่ว่ายน้ำไม่เป็นอายุ 5-9 ปีจำนวน 104 คน มาฝึกอบรม
ทักษะการว่ายน้ำและการเอาตัวรอดจากการจมน้ำ การช่วยเหลือเพื่อนที่ตกน้ำอย่างถูกวิธีและปลอดภัย บริเวณสระว่ายน้ำ
ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีวิทยากรผู้มากประสบการณ์จากสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำมาเป็นครูฝึก โดยเริ่มอบรมตั้งแต่
เดือนมีนาคม มาสิ้นสุดเอาต้นเดือนพฤษภาคม
การอบรมครั้งนี้ผมมีโอกาสส่งเด็กชายกล้า ลูกชายจอมซนวัย 5 ขวบเศษเข้าไปรับการอบรม เนื่องจากคุณแม่ของลูก
ชายเป็นนักวิชาการอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข แรกๆก็ยังเป็นห่วงเป็นใยและไม่มั่นใจว่าเด็กชายกล้าจอมซ่าจะเรียนไปกับเขา
ได้ เพราะยังเล็กเกินไป และเคยพาไปเรียนว่ายน้ำกับครูตามสระว่ายน้ำมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ยอมว่ายเป็นสักที เอาแต่ซนเอาแต่
เล่นเอาแต่คุย ซึ่งนั่นขนาดสอนกันตัวต่อตัวยังไม่ค่อยจะคืบหน้าอะไร ยิ่งมาเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ เกรงคุณครูจะดูแลไม่ทั่วถึง
เผลอแผล็บเดียวเดี๋ยวเจ้าจอมซ่าจะลงไปดำผุดดำว่ายอยู่ก้นสระเสียก็จะยุ่ง คิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ ในที่สุดก็ตัดใจยอมให้
ไปเข้าอบรม ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะการอบรมเขามิได้มุ่งเน้นที่จะสอนเด็กให้ว่ายน้ำเป็นเหมือน
หลักสูตรการสอนว่ายน้ำทั่วไป แต่เขาจะเน้นที่พื้นฐานของความปลอดภัยในการเล่นน้ำและการช่วยเหลือตัวเองให้ปลอดภัย
จากการจมน้ำเป็นหลัก เช่นการไม่โดดลงไปช่วยเมื่อเห็นเพื่อนตกน้ำ แต่จะช่วยเหลืออย่างถูกวิถีด้วยการตะโกนขอความช่วย
เหลือจากรอบข้าง หรือการช่วยชีวิตเพื่อนง่ายๆด้วยการใช้ขวดน้ำอัดลมพลาสติกหรือขวดน้ำเปล่าๆ ที่อยู่ใกล้ตัวโยนลงไปให้
เพื่อนเกาะเป็นชูชีพ รวมทั้งการฝึกลอยตัวในน้ำโดยการกอดขวดน้ำเปล่าเพียงขวดเดียว ซึ่งเมื่อฝึกให้ถูกท่าแล้ว เด็กๆก็
สามารถจะลอยตัวอยู่กลางผืนน้ำได้เป็นเวลานาน ก่อนที่จะประคองตัวเข้าสู่ฝั่ง ซึ่งเด็กๆทั้งเด็กเล็กเด็กโตที่เข้ารับการอบรม
สามารถทำได้ทุกคน
นอกจากนั้นยังฝึกให้เด็กๆ ฝึกลอยตัวด้วยท่าลูกหมาตกน้ำ ซึ่งเป็นท่าพื้นฐานของการฝึกลอยตัวที่ง่ายที่สุด ต่อด้วยการ
ฝึกลอยตัวในท่านอนหงายกรรเชียง ซึ่งจะลอยตัวอยู่ได้นานโดยสามารถผ่อนแรงและสามารถหายใจได้สบายที่สุด เมื่อลอย
ตัวท่าลูกหมาตกน้ำได้ ท่าลอยตัวกรรเชียงได้ ครูฝึกก็สอนท่าคว่ำหน้าตีขาพุ่งไปข้างหน้าเหมือนจรวด สลับกับการวาดแขน
ช่วยในการว่ายน้ำเพื่อให้ได้ระยะทางเข้าสู่ฝั่ง โดยหากคว่ำหน้าว่ายไปไม่ไหวก็พลิกตัวใช้ท่าลูกหมาตกน้ำกับท่าหงายท้อง
กรรเชียงลอยตัวเพื่อพักหายใจสลับกันไปจนสามารถจะเข้าถึงฝั่ง ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าการฝึกใช้ทั้ง 3 ท่าสลับกันนั้น ก็
สามารถจะทำให้เด็กๆไม่ว่าจะเด็กเล็กเด็กโตที่เข้าอบรมร้อยกว่าคน สามารถจะลอยตัวว่ายน้ำข้ามสระมาตรฐานขนาดกว้าง 25
เมตรยาว 50 เมตรได้อย่างน่าทึ่ง แม้นแต่ละคนจะไม่ได้ว่ายน้ำเป็นตามท่ามาตรฐาน แต่ทุกคนก็สามารถจะช่วยเหลือตัวเอง
ด้วยการลอยตัวเอาตัวรอดจากการจมน้ำเข้าสู่ฝั่งได้อย่างปลอดภัย
แทบไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 20 ชั่วโมงของการฝึกอย่างถูกวิธี จากหลักสูตรดีๆที่เน้นย้ำในความปลอดภัยและ
การให้เด็กๆสามารถจะช่วยเหลือตัวเองไม่ให้จมน้ำ โดยครูฝึกที่มากประสบการณ์จะสามารถมอบสิ่งสำคัญอันสูงค่า ที่จะติดตัว
กับเด็กๆ ไปตลอดชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดเมื่อผมประจักษ์ได้ในความสำเร็จเกินความคาดหมายของโครงการนี้ก็คือ ทำ
อย่างไรจะให้มีโครงการดีๆเช่นนี้ขยายตัวแพร่หลายออกไปให้เด็กๆไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสดีๆเช่นนี้บ้าง ซึ่งก็คงต้อง
วิงวอนให้รัฐบาลเห็นความสำคัญผลักดันส่งเสริมเป็นนโยบายหลักของประเทศ มีการจัดทำหลักสูตรการอบรมที่เน้นย้ำในเรื่อง
ของความปลอดภัยในการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นเป็นสำคัญมากกว่าการมุ่งเน้นไปที่การว่ายน้ำเป็นเพียงเท่านั้น รวมทั้งให้มี
การขยายเครือข่ายไปยังหน่วยงานต่างๆเช่นโรงเรียนที่มีสระว่ายน้ำ ซึ่งหลายๆโรงเรียนเช่นโรงเรียนของ กทม.ก็ได้เริ่มหลัก
สูตรว่ายน้ำเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ในเด็กระดับประถม 6 กันแล้ว หรือหากจะขยายไปยังหน่วยงานบริหารท้องถิ่นเช่น อบต.ที่มี
งบประมาณมากมายในแต่ละปี หากจะนำมาทำโครงการสร้างสระว่ายน้ำในตำบล ให้เด็กๆได้มีที่เล่นน้ำที่ปลอดภัยอยู่ในสาย
ตาของผู้ใหญ่ และจัดหลักสูตรอบรมให้กับลูกหลานในท้องถิ่นก็เชื่อว่าเด็กไทยจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการจมน้ำตายกันมาก
มายเช่นทุกวันนี้.
ขอบพระคุณคุณวิชัยมากค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่า เด็กไทยมีสถิติจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยวันละถึง 7 คน และเป็นเด็กผู้ชายเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย และครึ่งหนึ่งที่จมน้ำเสียชีวิตอยู่ในวัน 5-9 ปี
และต้องขอบคุณอย่างยิ่งค่ะ ที่ทำให้ดิฉันทราบว่าเพียงแค่กะละมังใส่น้ำที่แม่ตั้งทิ้งไว้ข้างนอกบ้านเพื่อรองน้ำฝนจะสามารถเป็นตัวการทำให้ลูกชายในวัยกำลังซนของดิฉันสามารถจมน้ำได้
ปล. ก่อนจะมาตอบคุณวิชัย ดิฉันเพิ่งไปเทน้ำในกะละมังทิ้งและเก็บกะมะมังไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
คุณวิชัยค่ะอยากทราบว่ามีศูนย์ฝึกที่หาดใหญ่บ้างไหมค่ะ
คุณวิชัยค่ะ ดิฉันนำข้อมูลมาเป็นบันทึกไว้ให้ค่ะ http://gotoknow.org/blog/think/412605
เรียน ท่านอาจารย์ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ ครับ.
ผมต้องขอประทานโทษท่านอาจารย์ด้วยครับ สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ Thai Life Saving Society (TLSS )และทีมครูสอนว่ายน้ำ YMBA Survival Swimming ไม่มีศูนย์ฝึกอบรมที่หาดใหญ่ครับ แต่ถ้าท่านอาจารย์สนใจให้มีการอบรมเรื่องนี้ที่หาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลากร หน่วยงานราชการ และประชาชน ชาวหาดใหญ่ ผมขออนุญาตเรียนท่านอาจารย์ติดต่อ พันเอกอดิศักดิ์ สุวรรณประกร ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ/ผู้อำนวยการหลักสูตรการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด E-mail : [email protected] ครับ ปกติแล้ว สมาคมฯ และทีมครูสอนYMBA เดินทางไปให้การอบรมได้ทั่วไทย ครับ เป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและทำให้คนไทยตกน้ำแล้วไม่จมน้ำตาย และต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่ได้ให้เกียรติ Link กับ YMBA Survival Swimming ใน facebook ครับ
หากมีการฝึกอบรมที่หาดใหญ่ กรุณาแจ้งด้วยนะคะ จะได้พาน้องไปฝึกด้วยค่ะ