วันนี้ตื่นแต่เช้าเพราะรับปากกับท่าน ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาว่าจะไปเยี่ยมบ้านนักเรียนด้วยกัน หนังสือเชิญเขียนไว้ ๘ โมงเช้า แต่ ผอ.บอกว่าท่านมาสัก ๘.๓๐ น.รถจะออกพอดีไม่ต้องเสียเวลา ผมก็เลยถือโอกาสชวนคุณแอ๊ดไปทานอาหารเช้านอกบ้านกันก่อนแล้วไปถึงตรงเวลาเป๊ะ พอไปถึงรถก็มาจอดเทียบพร้อมเดินทางทันที
บ้านแรกที่ไปคือบ้านของน้อง มาธิตา หนูพลัด อยู่ที่ตำบลฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต คุณพ่อมีอาชีพขายน้ำพวกชาเย็น กาแฟเย็น นมเย็น โดยคุณแม่ขายที่โรงเรียนวัดลัฏฐิวนารามที่น้องเขาเรียนอยู่ คุณพ่อออกเร่ขายทั่วไป มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัว น้องเขาเรียนเก่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้เกรดเฉลี่ย ๓.๘๘ วันเสาร์อาทิตย์คุณพ่อคุณแม่จะออกไปเร่ขายทั่วไป ส่วนลูกๆอยู่บ้านก็ขายหน้าบ้าน บ้านนี้เขามีสี่สาวครับ

จากการสอบถามคุณพ่อก็บอกว่าอยากให้จัดอุปกรณ์การเรียนให้ลูกด้วย เพราะบ้านที่อยู่เป็นบ้านเช่าเดือนละ ๒,๐๐๐ กว่าบาท ค่าครองชีพในภูเก็ตก็สูง ความตั้งใจของแม่ก็อยากให้ลูกได้เรียนสูงๆจะได้ไม่ลำบาก น้องมาธิตา บอกว่าอยากเรียนหมอ แต่น้องไม่ชอบวิชาวิทยาศาสตร์ อ้าว..งง อิอิ ลองซักไซ้ไล่เรียงกันดูก็พอเข้าใจจากการอธิบายของ ผอ.โรงเรียนซึ่งเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ปรากฏว่าที่โรงเรียนไม่มีอุปกรณ์การเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์เลยแม้แต่ชิ้นเดียว จึงไม่มีสิ่งจูงใจให้เด็กอยากเรียน ผอ.ก็เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นาน แต่ก็ได้ปรับปรุงการเรียนการสอนทั้งภาควิชาการและด้านคุณธรรมจริยธรรม ปิดเทอมเด็ก ป.๕ จะบวชเณรภาคฤดูร้อนทุกคน ทุกวันพระให้เด็กเอาปิ่นโตไปวัด ลดเวลาเรียนไปเน้นเรื่องคุณธรรม แต่เรื่องอุปกรณ์การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ก็ได้รับการตอบสนองจากเขตพื้นที่ทันทีเพราะมีอุปกรณ์ที่จะใช้ทดลองวิทยาศาสตร์เหลืออยู่ ๑ ชุดพอดี เรียกได้ว่ามีการแก้ปัญหาทีเดียวจากการเยี่ยมบ้าน

จากนั้นเราไปเยี่ยมบ้านเด็กหญิงเจี่ยม เซ่งบุตร น้องเป็นชาวไทยใหม่ อยู่ที่บ้านราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ปรากฏว่าคุณพ่อเสียชีวิต คุณแม่มีสามีใหม่ ฐานะทางบ้านยากจน และน้องเขามีโรคประจำตัวคือโรคหอบ แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากสายด่วน ๑๓๘๗ มูลนิธิคุณหญิงสุพินดา จักรพันธุ์ มาซ่อมแซมบ้านให้ และนายลอต นอเบิร์ด นักดำน้ำชาวสวีเดนได้มาเจอน้องและได้ติดตามไปที่โรงเรียน ได้มอบทุนเพื่อช่วยดูแลรักษาสุขภาพของน้องและค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษากับค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีกประมาณ ๑๐๐ ยูโร ประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท โดยผู้อำนวยการโรงเรียนและครูเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายเป็นรายวันและตามความจำเป็นโดยเงินดังกล่าวฝากธนาคารไว้ น้องเขาเรียนชั้น ป.๑ มาแล้ว แต่ก็ต้องเรียนซ้ำชั้นในปีนี้เพราะผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะเด็กที่นี่ไม่เคยเรียนชั้นอนุบาลขึ้นชั้น ป.๑ เลยจึงตามเพื่อนๆไม่ทัน และจากสภาพสังคมที่ชุมชนที่นี่เป็นชุมชนที่ไม่ได้สนใจเรื่องการศึกษาแต่สนใจความเป็นอยู่การเอาชีวิตรอด เป็นวิถีชีวิตของชาวเลอุรักลาโว้ย จะไปโทษเขาก็ไม่ได้ เพราะชนเผ่าของเขาดำรงชีวิตมากับทะเล อยู่กับธรรมชาติ



ไหนๆก็ไปแล้ว ครูก็เลยพาไปเยี่ยมบ้านนักเรียนคนอื่นด้วยในตัว ยิ่งเห็นสภาพก็ยิ่งเห็นว่าใครบอกว่าคนภูเก็ตรวย เคยมารู้มาเห็นว่าคนจนเขาอยู่อย่างไร เลยเอาภาพมาให้ดู เสร็จจากการเยี่ยมบ้านนักเรียนวันนี้กลับถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประมาณเที่ยงเศษ ก็กลับมาเขียนบันทึกให้อ่านกันนี่แหละครับ
ถามว่าผมไปเกี่ยวอะไรด้วยกับการไปเยี่ยมบ้านนักเรียน อืมม์...รัฐมนตรีกระทรวงศึกษายังไปเยี่ยมบ้านนักเรียนเลย แล้วประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาจะไปเยี่ยมบ้านนักเรียนมั่งไม่ได้เหรอ...อิอิอิ
ไปตอนกลางคืนหรือ กลางวันครับ อิอิ
สวัสดีครับท่าน ผอ.ประจักษ์
ขอบคุณที่มาเยี่ยมให้กำลังใจอยู่บ่อยๆครับ
คุณสุขสมมาแบบงงๆว่าผมไปกลางวันหรือกลางคืน
ผมไปเยี่ยมบ้านนักเรียนครับจึงไปกลางวัน แต่ถ้าไปเยี่ยมเด็กกับคุณสุขสมจะไปกลางคืน ฮ่าๆ
สวัสดีครับ ผมชื่นชอบกิจกรรมในทำนองนี้มาก และเคยมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านนิสิตบ่อยเหมือนกัน ยิ่งในสมัยที่ตนเองเคยไปกำกับดูแลเรื่องทุนการศึกษานั้น ผมจะเน้นย้ำให้ไปเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง มีการบันทึกวีดีโอ และตัดต่อเป็นเรื่องเป็นราว
หลายคนที่เราไปพบเจอนั้น อดที่จะสงสารและยกย่องหัวจิตหัวใจของผู้ปกครองไม่ได้ เพราะเขาทุมเททุกอย่างเพื่อให้ลุกได้เรียนหนังสือ ...
บางคนไม่มีแม้กระทั่งบ้านอยู่ ...
บางคนครอบครัวหย่าร้าง ต้องอยู่กับญาติ ๆ
.... สิ่งเหล่านี้ยืนยันได้ว่า ชีวิต ต้อง "สู้" ...และชีวิตคือการศรัทธาต่อการมีชีวิตอยู่ .....
....
ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณอ.แผ่นดิน ที่แวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
เห็นแล้วน่าสงสารเด็กๆครับ เด็กในเมืองที่พ่อแม่ฐานะดี นอนห้องแอร์ มีความพร้อมที่จะเรียน และเรียนได้ดี ส่วนเด็กยากจนแม้ที่นอนยังไม่อาจเลือกได้ อย่าไปคิดถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเลย แต่บางครอบครัวพ่อแม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาถึงแม้จะยากจนแต่ก็ผลักดันให้ลูกเรียนหนังสือ ก็ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
รู้สึกว่าอาจารย์เริ่มสนุกกับงานอีกครั้งหนึ่งแล้ว อิอิ
สวัสดีค่ะ น่าสงสารน้อง ๆ เขานะคะ ขอเป็นกำลังใจค่ะ
สวัสดีครับท่าน ศน.เอื้องแซะ
ขอบคุณที่มาเติมเต็มให้กับบันทึกนี้
ผมคงจะสวมหมวกอีกใบไปร่วมเยี่ยมบ้านนักเรียนโรงเรียนสตรีภูเก็ตครับ แต่ที่โรงเรียนผมได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนที่มีระบบช่วยเหลือดูแลโรงเรียนได้เยี่ยมครับ
สมัยผมเป็นนายกสมาคมผู้ปกครองฯก็มอบทุนให้กับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีขึ้น ๒๐ ลำดับแรก ให้ทุนกับนักเรียนที่มีผลการเรียนสูงสุดแต่ละวิชา ส่วนที่มีผลการเรียนดีขึ้นแต่ไม่อยู่ในลำดับ ๑-๒๐ ก็มีประกาศนียบัตรให้
จัดโครงการพ่อแม่ใจดี คณะกรรมการของผมจะทำหน้าที่พ่อแม่ใจดีให้เด็กระบายสิ่งคับข้องใจ โดยครูจะจับตาดูเด็กที่มีปัญหามาดูว่าครอบครัวมีปัญหาอย่างไร เกิดเหตุอะไรขึ้น แล้วจะไม่ถามซ้ำซากครูจะสรุปข้อมูลมาให้แล้วรายงานให้สมาคมทราบ เราจะเป็นพ่อแม่ให้เด็กเขาปรึกษา และทำได้ผลมาแล้วครับ
ตั้งแต่เป็นประธานกรรมการสถานศึกษาฯงานในหน้าที่ก็เยอะ ก็เลยไม่ค่อยได้เข้าร่วมประชุมในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฯครับเลยไม่ทราบว่ายังทำโครงการนี้กันอยู่หรือเปล่า
สวัสดีค่ะ ท่านอัยการรำระบำชาวเกาะ อิอิ
ขอปรบมือดังๆ แสดงความชื่นชมให้กับผู้สนับสนุนและผู้ดำเนินกิจกรรมทุกท่านเลยค่ะ (โดยเฉพาะท่านอัยการ) ได้เห็นของจริงแบบนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาได้ชัดมาก ดีที่ได้เห็นเด็กได้รับการช่วยเหลือ ต่อไปเด็กพวกนี้ก็เป็นบุคลากรของชาติ ช่วยเขาได้เร็ว..สังคมก็จะดีขึ้น แม้จะน้อยคน..แต่ก็ยังดีจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณนะคะ ^ ^
เป็นกิจกรรม ที่น่าชื่นชมมากนะคะ เป็นพี่ๆก็จะไปเยี่ยมค่ะ
ถ้าได้ประธานแบบท่านอัยการแบบนี้ทุกทีก็ดีนะซิ ดีใจแทนเด็กๆๆด้วยครับ ขอบคุณครับ
มารายงาน เช่นกันค่ะ
วันนี้ ที่เชียงใหม่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทวงศึกษาธิการ ก็มาเยี่ยมบ้านนักเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ ตามโครงการเยี่ยมบ้านของสพฐ. และเปิดพิธีการสัมมนา เรื่อง พิษภัยจากการใช้อินเตอร์เน็ต ของสพฐ.ร่วมกับกระทรวง ICT ที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยค่ะ ร่วมกันหลายหน่วยงานค่ะ
เป็นเรื่องน่ายินดีที่ผู้ใหญ่เล่งเห็นความสำคัญ เพราะทุกๆภาคเรียน ส่วนมากจะพวกคุณครูที่ทำกัน
เป็นส่งกันส่งเสริม ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนค่ะ
สวัสดีครับคุณ amp
ขอบคุณที่ให้กำลังใจเพื่อเด็กๆครับ
สวัสดีครับครูปู
ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนหรือยังครับ
อย่ายอมาก ผมเขินเป็นเหมือนกันนะเนี่ย อิอิ
ขอบคุณคุณกมลวัลย์มากครับ
ที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบันทึกนี้ครับ
สวัสดีครับคุณพี่ศศินันท์
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
ช่วงนี้ไม่ค่อยเขียนบันทึกเลยนะครับ
สวัสดีครับว่าที่ดร.ขจิต
ยังมีงานต้องทำอีกเยอะครับ ที่ผมเขียนว่าเทศกาลก็เพราะกลัวว่าทำกันเป็นแบบผักชี หมดเทศกาลแล้วก็เลิกราไป มันไม่ได้ประโยชน์ครับ
สวัสดีครับครูเอ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม
หากทำจริงจังไม่ใช่แค่ตามรัฐมนตรีชั่วครั้งชั่วคราวก็ดีแน่ครับ
ระบบติดตามช่วยเหลือนักเรียน อยู่ที่โรงเรียนให้ความสำคัญกับเด็กและปฏิบัติต่อเนื่องโดยการติดตามดูปัญหาของเด็กอย่างใกล้ชิด การเยี่ยมบ้านนักเรียนแบบปูพรมเบื้องต้นก็จะดีที่บ้านกับโรงเรียนจะได้ใกล้ชิดกันขึ้น และได้รับรู้ปัญหาเบื้องต้น จากนั้นก็คอยตามดูเด็กว่ามีปัญหาทางการเรียนหรือสุขภาพหรือไม่ แล้วครูประจำชั้นเจาะจงดูเป็นรายๆไป ก็จะได้ผลครับ แต่ที่สำคัญคือทั้งโรงเรียนต้องร่วมมือกันทำงานด้วยกันครับ