ผมเชื่อว่าทุกท่านมีความเห็นไม่แตกต่างไปจากผมมากนักว่าสังคมไหนๆในโลกนี้ย่อมที่จะมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่อง เล็กน้อย จนไปถึงในเรื่องที่คอขาดบาดตาย มีตัวอย่างมากมายใช่ไหมครับ

 

 

 

สังคมบ้านเรามี คนมีฐานะดี มีคนยากจน มีคนที่มีการศึกษาสูง และคนด้อยโอกาส มีคนผิวสีขาว และผิวสีดำ  มีคนพูดเสียงเหน่อแบบใครก็ไม่รู้ อิอิ.. เราจึงมีประชาชนไทยแบบ A แบบ B แบบ C และ.....  แต่ทั้งหมดคือคนไทยที่มีศูนย์รวมใจอยู่ที่สถาบันสูงสุดของเรา

 

 

เรามีการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมี......ฯ เรามีคณะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยระบบพรรคต่างๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งนั้นมีการโกงการเลือกตั้ง เพราะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริง มีคนทำจริง ผิดจริง โดยกระบวนการยุติธรรมของเราเป็นผู้ชี้ขาด และประชาชนคนไทยก็ยอมรับกระบวนการยุติธรรมนี้   เรามีคณะรัฐบาลและฝ่ายค้าน เหมือนกับระบบประชาธิปไตยในประเทศต่างๆทั่วโลก

 

 

 

 

คณะรัฐบาล เข้ามาบริหารประเทศชาติตามนโยบายที่แถลงแก่รัฐสภา และที่หาเสียงกับประชาชน บริหารประเทศผ่านระบบกระทรวงทบวงกรมต่างๆ คณะรัฐบาลจึงมีพื้นที่ทำงานตามระบบ ซึ่งส่งผลโดยตรงและโดยอ้อมต่อประเทศ ประชาชน และ อีกมากมาย

 

 

 

พื้นที่ทำงานของรัฐบาลคือพื้นที่ G ตามระบบดังกล่าวมาแล้ว คือผ่านกระทรวงทบวงกรมต่างๆ งานต่างๆถูกประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน และฝ่ายการเมืองต่างๆทราบ โดยใช้ TV วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ และเป็นพื้นที่ทำงานของรัฐบาลที่ประชาชนรับทราบมากที่สุด พื้นที่ส่วนนี้รัฐใช้อำนาจบริหารจัดการโดยเปิดเผยตามกฎหมาย...

 

แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่ามีพื้นที่อีกส่วนหนึ่งที่ประชาชนไม่รับทราบ หรือทราบบ้างไม่ทราบบ้าง คือพื้นที่ U พื้นที่ส่วนนี้เองครับที่เป็นประเด็นในปัจจุบัน ผมอยากจะชี้ว่ามันเป็นประเด็นของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ที่ระบบการประชาสัมพันธ์ปกติของรัฐไม่ได้ทำ หรือตั้งใจไม่ทำ เพราะทุกรัฐบาลก็มีพื้นที่ส่วนนี้อยู่ด้วยกันทั้งนั้น มากน้อยต่างกัน รุนแรงมากน้อยต่างกัน  ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติบ้านเมืองต่างกัน

 

ผมมีความคิดเห็นส่วนตัวว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารนี้ ตามกฎหมายรองรับด้วย แต่มันเป็นพื้นที่ที่มีผลประโยชน์มหาศาลจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าถึงได้ นอกเสียจากว่า คนใน หรือกลุ่มนักวิชาการ กลุ่มการเมืองที่รู้เท่าทัน จะนำข้อมูลเหล่านี้ออกมาบอกกล่าวแก่สื่อมวลชน ประชาชนจึงทราบ  แต่ก็เชื่อว่าไม่ทั้งหมด 

 

ผมเองได้รับข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ U นี้จากเพื่อนๆ G2K แต่ส่วนใหญ่ผมได้ข้อมูลมาจากกลุ่มเพื่อนๆที่เป็น คนคอเดียวกัน มากกว่า จึงเข้าใจว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่างๆนั้น เป็นอย่างไร

 

 

 

เมื่อมาพิจารณาสังคม G2K ซึ่งมีความหลากหลายของสมาชิกนั้น ย่อมมีคอการเมืองอยู่ เป็นเรื่องปกติธรรมดา เหมือนในหน่วยงาน เหมือนในกลุ่ม ก๊วน ต่างๆ มันเป็นสิ่งปกติของความหลากหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่เพื่อนๆได้รับข่าวสารต่างๆที่เราไม่ได้รับรู้มาก่อน มากมาย ต่างก็นำมาเผื่อแผ่กัน เพียงพึงระมัดระวังบ้างเท่านั้นนะครับ

 

ต้องยอมรับว่าสังคมทุนนิยมนั้น ความมั่งคั่งเป็นอุดมการณ์ การศึกษาไม่ว่าสูงว่าต่ำจำนวนไม่น้อยคือวิชาความรู้ที่นำมาเพื่อวิ่งเข้าสู่อุดมการณ์นั้น บางคนถึงกับบ้าคลั่งด้วยซ้ำไป โดยใช้ทุกวิถีทางเพื่อจะก้าวไปยืนที่นั่น และหนทางลัดคือการเมือง อำนาจ...

การมีอุดมการณ์ดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การเข้าถึงอุดมการณ์ด้วยวิธีการที่ผิดกฏหมาย หรือเอาเปรียบสังคม ประเทศ นั้นคือปัญหาของสังคม

 

จึงจำเป็นที่เราต้องก้าวให้เท่าทันเส้นทางเดินต่างๆ  การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในสังคมยุคนี้ เพียงแต่เรารู้เท่าทันหรือไม่ เราเสพอย่างไร เรามีข้อมูลมากเพียงพอแค่ไหน เพราะข้อมูลข่าวสารมีผลกระทบเสมอจึงเป็นเรื่องพึงระมัดระวังบ้าง

 

ผมเชื่อว่าบทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน  พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน  มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา  ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด

 

มีคนจำนวนมากที่เสพข้อมูลอย่างเงียบๆ และช่วยเหลือสังคม สร้างสังคม ผลักดันสังคมแบบเงียบๆ เพราะเขาก็มีข้อจำกัดของเขาอยู่ ก็เป็นปกติของความหลากหลายน่ะครับ

สำหรับ GotoKnow แล้ว

 

การเอาข้อมูลข่าวสารมาสู่สาธารณะเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็น

หากเพื่อนๆกระทำด้วยความระมัดระวังแล้ว

ผมเชื่อว่า สาระทางการเมืองก็ไม่ต่างไปจากสาระวิชาความรู้เรื่องอื่นๆเลย

 

ด้วยความศรัทธา และเชื่อมั่นในสิ่งดีงามและการสร้างสรรค์สังคม