ผมเชื่อว่าทุกท่านมีความเห็นไม่แตกต่างไปจากผมมากนักว่าสังคมไหนๆในโลกนี้ย่อมที่จะมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่อง เล็กน้อย จนไปถึงในเรื่องที่คอขาดบาดตาย มีตัวอย่างมากมายใช่ไหมครับ
สังคมบ้านเรามี คนมีฐานะดี มีคนยากจน มีคนที่มีการศึกษาสูง และคนด้อยโอกาส มีคนผิวสีขาว และผิวสีดำ มีคนพูดเสียงเหน่อแบบใครก็ไม่รู้ อิอิ.. เราจึงมีประชาชนไทยแบบ A แบบ B แบบ C และ..... แต่ทั้งหมดคือคนไทยที่มีศูนย์รวมใจอยู่ที่สถาบันสูงสุดของเรา
เรามีการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมี......ฯ เรามีคณะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยระบบพรรคต่างๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งนั้นมีการโกงการเลือกตั้ง เพราะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริง มีคนทำจริง ผิดจริง โดยกระบวนการยุติธรรมของเราเป็นผู้ชี้ขาด และประชาชนคนไทยก็ยอมรับกระบวนการยุติธรรมนี้ เรามีคณะรัฐบาลและฝ่ายค้าน เหมือนกับระบบประชาธิปไตยในประเทศต่างๆทั่วโลก
คณะรัฐบาล เข้ามาบริหารประเทศชาติตามนโยบายที่แถลงแก่รัฐสภา และที่หาเสียงกับประชาชน บริหารประเทศผ่านระบบกระทรวงทบวงกรมต่างๆ คณะรัฐบาลจึงมีพื้นที่ทำงานตามระบบ ซึ่งส่งผลโดยตรงและโดยอ้อมต่อประเทศ ประชาชน และ อีกมากมาย
พื้นที่ทำงานของรัฐบาลคือพื้นที่ G ตามระบบดังกล่าวมาแล้ว คือผ่านกระทรวงทบวงกรมต่างๆ งานต่างๆถูกประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน และฝ่ายการเมืองต่างๆทราบ โดยใช้ TV วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ และเป็นพื้นที่ทำงานของรัฐบาลที่ประชาชนรับทราบมากที่สุด พื้นที่ส่วนนี้รัฐใช้อำนาจบริหารจัดการโดยเปิดเผยตามกฎหมาย...
แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่ามีพื้นที่อีกส่วนหนึ่งที่ประชาชนไม่รับทราบ หรือทราบบ้างไม่ทราบบ้าง คือพื้นที่ U พื้นที่ส่วนนี้เองครับที่เป็นประเด็นในปัจจุบัน ผมอยากจะชี้ว่ามันเป็นประเด็นของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ที่ระบบการประชาสัมพันธ์ปกติของรัฐไม่ได้ทำ หรือตั้งใจไม่ทำ เพราะทุกรัฐบาลก็มีพื้นที่ส่วนนี้อยู่ด้วยกันทั้งนั้น มากน้อยต่างกัน รุนแรงมากน้อยต่างกัน ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติบ้านเมืองต่างกัน
ผมมีความคิดเห็นส่วนตัวว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารนี้ ตามกฎหมายรองรับด้วย แต่มันเป็นพื้นที่ที่มีผลประโยชน์มหาศาลจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าถึงได้ นอกเสียจากว่า คนใน หรือกลุ่มนักวิชาการ กลุ่มการเมืองที่รู้เท่าทัน จะนำข้อมูลเหล่านี้ออกมาบอกกล่าวแก่สื่อมวลชน ประชาชนจึงทราบ แต่ก็เชื่อว่าไม่ทั้งหมด
ผมเองได้รับข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ U นี้จากเพื่อนๆ G2K แต่ส่วนใหญ่ผมได้ข้อมูลมาจากกลุ่มเพื่อนๆที่เป็น “คนคอเดียวกัน” มากกว่า จึงเข้าใจว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่างๆนั้น เป็นอย่างไร
เมื่อมาพิจารณาสังคม G2K ซึ่งมีความหลากหลายของสมาชิกนั้น ย่อมมีคอการเมืองอยู่ เป็นเรื่องปกติธรรมดา เหมือนในหน่วยงาน เหมือนในกลุ่ม ก๊วน ต่างๆ มันเป็นสิ่งปกติของความหลากหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่เพื่อนๆได้รับข่าวสารต่างๆที่เราไม่ได้รับรู้มาก่อน มากมาย ต่างก็นำมาเผื่อแผ่กัน เพียงพึงระมัดระวังบ้างเท่านั้นนะครับ
ต้องยอมรับว่าสังคมทุนนิยมนั้น ความมั่งคั่งเป็นอุดมการณ์ การศึกษาไม่ว่าสูงว่าต่ำจำนวนไม่น้อยคือวิชาความรู้ที่นำมาเพื่อวิ่งเข้าสู่อุดมการณ์นั้น บางคนถึงกับบ้าคลั่งด้วยซ้ำไป โดยใช้ทุกวิถีทางเพื่อจะก้าวไปยืนที่นั่น และหนทางลัดคือการเมือง อำนาจ...
การมีอุดมการณ์ดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การเข้าถึงอุดมการณ์ด้วยวิธีการที่ผิดกฏหมาย หรือเอาเปรียบสังคม ประเทศ นั้นคือปัญหาของสังคม
จึงจำเป็นที่เราต้องก้าวให้เท่าทันเส้นทางเดินต่างๆ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในสังคมยุคนี้ เพียงแต่เรารู้เท่าทันหรือไม่ เราเสพอย่างไร เรามีข้อมูลมากเพียงพอแค่ไหน เพราะข้อมูลข่าวสารมีผลกระทบเสมอจึงเป็นเรื่องพึงระมัดระวังบ้าง
ผมเชื่อว่าบทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด
มีคนจำนวนมากที่เสพข้อมูลอย่างเงียบๆ และช่วยเหลือสังคม สร้างสังคม ผลักดันสังคมแบบเงียบๆ เพราะเขาก็มีข้อจำกัดของเขาอยู่ ก็เป็นปกติของความหลากหลายน่ะครับ
สำหรับ GotoKnow แล้ว
การเอาข้อมูลข่าวสารมาสู่สาธารณะเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็น
หากเพื่อนๆกระทำด้วยความระมัดระวังแล้ว
ผมเชื่อว่า สาระทางการเมืองก็ไม่ต่างไปจากสาระวิชาความรู้เรื่องอื่นๆเลย
ด้วยความศรัทธา และเชื่อมั่นในสิ่งดีงามและการสร้างสรรค์สังคม
การสร้างสรรสังคมทำให้หลายรูปแบบจริง
การรู้จักบทบาทหน้าที่ของตัวเอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ทุกคนควรพึงกระทำ
ถ้าเราทุกคนทำตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และเคารพในสิทธิของผู้อื่น มีใจเป็นกลาง รู้จักเปิดตา เปิดหู เปิดใจ น้อมใจรับในความเป็นไปในแต่ละบทบาทหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง
คิดว่า....สังคมเราคงไม่เป็นเหมือนอย่งทุกวันนี้
.....
เมื่อก่อน....สิ่งที่ผุดขึ้นในมโนสำนึกจะคิดเสมอว่าทำไมคนนั้นไม่ทำอย่างนี้ คนนี้ไม่ทำอย่างนั้น ไม่เป็นดังใจเรา โดยที่ไม่มองตัวเอง และคิดว่าเมื่อคนอื่นทำได้ ฉัน....ย่อมทำได้ แต่ไม่อยู่ในกฎ กติกา มารยาท และบทบาทหน้าที่
ปัจจุบัน....จิตสำนึกย้อนมองตัวเอง
การเริ่มจากตัวเองก่อน ในสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่มองถึงคนอื่นว่า ทำไมคนนี้ไม่ทำ คนนั้นไม่ทำ แต่ถ้าเราทำ ก็ถือว่าเรา "เป็นหนึ่ง" ที่ทำตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง
ในส่วนของตนเอง.....
บทบาทหน้าที่ในความเป็นหนึ่งในครอบครัว....ทำหน้าที่ลูก ทำหน้าที่พี่น้องให้ครบ ตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง
บทบาทหน้าที่ในการทำงาน...ทำงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มศักยภาพ พัฒนาตนเองในงานเพื่อเป้าหมายขององค์กร
บทบาทหน้าที่ต่อสังคม....ประพฤติตนเป็นพลเมืองดี ทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎ ระเบียบ กติกา มารยาท ภายใต้บริบท กฎหมายที่มีอยู่ รวมถึงสิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ
บทบาทในฐานพุทธศาสนิกชน...ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปฏิบัติตนตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติตนในทางสายกลาง
ทุกอย่าง...อยู่ในขั้นที่ฝึกปฏิบัติ...
คนเราแค่คิด...ก็ถือว่าดีแล้ว....
แต่ถ้าทำต่อ...ก็จะได้ดีอีกระดับหนึ่ง...
ถ้าทำถึงเป้าหมาย ....ก็ถือว่าดีที่สุดแก่ตัว...แก่งาน...แก่สังคม...และความสงบสุขของประเทศ
เริ่มที่เราเถอะค่ะ....
ถึงแม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ ในสังคม
ก็ถือเป็นว่ามีการเริ่ม
อยากเป็นหนึ่งใน 60 กว่าล้านคนที่ทำดีเพื่อตนเอง เพื่อองค์กร เพื่อสังคม ซึ่งจะส่งผลถึงประเทศชาติ และความสุขของมวลมนุษย์ค่ะ
กราบสวัสดีงาม ๆ นะคะ
ตามมาอ่านค่ะ
เห็นด้วยค่ะ พี่บางทราย
คิดว่าหากบันทึกโดยนำเสนอข้อมูลบนหลักฐานเชิงประจักษ์ การโต้แย้งกระทำเพื่อการเรียนรู้ และตัดสินบนเหตุผล ก็น่าจะเป็นวิถีที่จะทำให้เกิดจุดแข็งบนพื้นที่นี้ด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
เข้ามายกมือเห็นด้วยว่าบนพื้นที่สาธารณะอย่าง G2K ที่มีคน " คอการเมือง " ..เค้ามีสิทธิ์ในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงได้ค่ะ และสามารถนำเสนอได้ทุกด้าน ทุกเรื่อง เพียงแต่ระวังเรื่องคำที่ใช้และความหมาย เพราะอาจก่อให้เกิดการแสดงออกด้วยอารมณ์และอาจส่งผลให้เจ้าของบันทึก ยุ่งยาก ลำบากใจได้นะคะพี่บางทราย
สิ่งที่เบิร์ดอยากให้ความเห็นต่อก็คือ นอกจากการนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงอย่างตรงไปตรงมาแล้ว..ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการกระตุกต่อมคิดด้วยน่ะค่ะ เช่นเรื่องของพื้นฐานที่ทำให้เราร้อน วุ่นวายกันอยู่นี้ก็มาจากคะแนนเสียง 1 คะแนนที่เราทุกคนใส่ใจหรืออาจไม่ใส่ใจในการกาทุกครั้งนั่นแหละค่ะ...จะทำอย่างไรให้เกิดการลงมือทำร่วมกันและเดินด้วยกันได้อย่างดีแบบมีจิตสำนึก เพื่อชี้แนะปัญหา และทางแก้ไข / ทางออกร่วมกัน มากกว่าการนำเสนอเพียงอย่างเดียวและเพื่อให้การถกกันเรื่องนี้ของคอการเมืองมีความสนุกและมีทางออก รวมทั้งช่วยคลายความร้อน ความตึงของสังคมได้ไม่ใช่แค่การแสดงออกของอารมณ์ เพราะ G2K มีหมวดการเมือง การปกครองนะคะ
เบิร์ดเข้ามาทำให้บันทึกของพี่บางทรายวุ่นวายหรือเปล่าคะ แหะ แหะ..
ผมเชื่อว่าบทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด
ด้วยความคาราวะท่าน บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
ถูกต้องอย่างที่สุดครับ
บทบาทแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
หน้าที่แต่ละคนต่างกัน
ชั้นต่างๆในกลุ่มชนแตกต่างกันไป
การรับรู้ข่าวสารต่างกันไป
สังคมการรับรู้ก็ต่างกันไป
แต่บางครั้งความต้องการจุดเป้าหมายคล้ายกัน
ความรักชาติ รักประชาธิปไตย รักในหลวง
บทบันทึกท่านบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา) เกิดขึ้นได้เพราะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติของประเทศ การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีเป้าหมายในการโค่นล้ม ระบอบหนึ่งซึ่งกำลังเติบโต มีอำนาจ มีกฎหมายในมือ
การขอใช้หรือสู่เป้าหมาย พื้นที่ U ที่ท่านได้กล่าวถึง เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่ออะไร
เพื่อ ให้ทุกส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหว ร่วม หรือ ต่อต้าน ได้รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจน ให้รู้การเคลื่อนไหวที่เป็นจริง นำไปสู่การรับรู้ สู่ความเข้าใจได้ถูกต้อง
การรับรู้คู่ตรรกะในการแยกแยะความถูกต้องต่อเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องและรอบด้าน
ยังมีหมู่คนจำนวนมากที่ไม่รับรู้ ไม่แยแส แต่ก็ชอบออกความเห็นในเชิงห่วง และในเชิงรำคาญ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังมีเป้าหมายคล้ายกัน คือรักประชาธิปไตย และในหลวงของเรา
ยังไม่พอ ยังออกความเห็นที่แสนรำคาญกลุ่มชนที่ออกมาต่อต้านอำนาจรัฐในปัจจุบัน
ครับ ส่วนหนึ่งชอบความสงบ ชอบภาวะความเป็นอยู่ที่ร่มรื่นของตัวเองและครอบครัว กลัวความวุ่นวายที่ไม่สิ้นสุด สู่แสนรำคาญเหลือเกิน จึงเกิดกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่เป็นสีขาว
กลุ่มสีขาวก็มีที่มาที่ไป
กลุ่มสีเหลืองก็มีที่มาที่ไป
กลุ่มสีแดงก็เหมือนกัน
เราบางครั้งลึมกันไป ความสำเร็จบางเรื่องที่เราร่วมกันได้รับ ร่วมกันเสพทุกวันนี้ล้วนเป็นเรื่องราวความสำเร็จจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มชนที่รักความเป็นธรรมต่างๆ
จนทุกวันนี้บางคนได้เสพ ได้สุข ได้ลิ้มความสดใส เกิดจากอะไร มันเสริม มันต้าน มันต่อสู้กันมาอย่างไร ภายในมันทำอะไรกันอยู่ แล้วต่อไปมันจะเข้าสู่อะไร ถ้าไม่ต่อสู้
ภาพที่ท่านเห็นเป็น เปลือก เป็นผิว กระพี้
ข้อมูลข่าวสารจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ และมันคุ้มครองโดยธรรมชาติต่อผู้เขียน ผู้ร่าง ไม่มีที่ไหนจะร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
การยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ชั่วคราว ไม่ใช่เขาหยิบยื่นให้ ได้มาซึ่งการต่อสู้คัดค้าน
มันยังมีอะไรอีกข้างใน พวกเขากำลังสู้กับอะไร อันนี้แหละที่พึงรับรู้ รัฐบาลกำลังทำอะไร ต้องการอะไร ไปทางไหน อันนี้อีกแหละที่เราจะต้องรับรู้
บทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด
ท่านบางทรายถูกต้องเหลือเกินครับ
บทบาทหน้าที่ที่แตกต่าง ตรงกับองค์รวมของสังคม
ผลสะเทือนต่อองค์รวม ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำและศึกษาให้ถ่องแท้ แล้วจึงสู่การปฎิบัติ
วันนี้ร่ายเสียยาว
ใช้เนื้อที่ต่อยอดของท่านบางทราย หวังว่าคงอนุญาตินะครับ
อย่าลืมว่า ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยการร้องขอ ได้มาจากการต่อสู้
ขอบคุณมากครับ
- เห็นด้วยกับท่านบางทรายและท่านสิทธิรักษ์ค่ะ
- สู้ในสิ่งที่ถูกต้องต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับน้อง
1. น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ
ถ้าเราทุกคนทำตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และเคารพในสิทธิของผู้อื่น มีใจเป็นกลาง รู้จักเปิดตา เปิดหู เปิดใจ น้อมใจรับในความเป็นไปในแต่ละบทบาทหน้าที่ได้อย่างถูกต้องคิดว่า....สังคมเราคงไม่เป็นเหมือนอย่างทุกวันนี้
หากพิจารณาตามหลักการของสถาบันขวัญเมือง ที่ให้พิจารณาตัวเองก่อน เปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด วิธีการนี้เป็นวิธีทางธรรม โดยใช้คำอธิบายใหม่ พี่ไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนที่เคร่งทางคริสตธรรม เขาก็ว่าเหมือนกัน คือเปลี่ยนที่ตัวเราเองก่อน เปลี่ยจนที่เราก็คือเปลี่ยนใจตัวเองก่อนนั่นเอง ตรงกันครับน้องอึ่งอ๊อบ
สำหรับส่วนที่คนอื่น ไม่สนใจสิ่งที่เราพูดถึงนี้ ตรงข้ามเขาขึ้นมาเป็นผู้ปกครองเรา และใช้อำนาจทำทั้งประโยชนืแก่สังคมประเทศชาติ ขณะเดียวกันก็ใช้อำนาจอีกนั่นแหละแสวงหาผลประโยชน์โดยเลือกเส้นทางที่กฏหมายเอื้อมไม่ถึง หรือถึงน้อยที่สุด จนกระทั่งผิดโทนโท่ก็เอา และพฤติกรรมแบบนี้ปกปิด มิดชิด ไม่เปิดเผย หากไม่มีผู้รู้ ประชาชนชั้นกลางก็ไม่มีทางรู้ อย่าไปกล่าวถึงชาวบ้านเลยยิ่งยากที่จะรับรู้สิ่งแฝงเร้รเช่นนั้น แบบนี้เราต้องหาทางเอาข้อมูลออกมาเรียนรู้กัน ที่เรียกว่าเปิดโปง เพียงแต่ว่าเวทีแบบนี้ต้องระวังนิดหนึ่ง ไม่โฉ่งฉ่างนะครับ
เมื่อก่อน....สิ่งที่ผุดขึ้นในมโนสำนึกจะคิดเสมอว่าทำไมคนนั้นไม่ทำอย่างนี้ คนนี้ไม่ทำอย่างนั้น ไม่เป็นดังใจเรา โดยที่ไม่มองตัวเอง และคิดว่าเมื่อคนอื่นทำได้ ฉัน....ย่อมทำได้ แต่ไม่อยู่ในกฎ กติกา มารยาท และบทบาทหน้าที่
เรามีสิทธิที่จะคิด แต่เราอย่าทำตัวเหมือนคนอื่นเลย ทำอย่างที่เราคิดแหละเหมาะสมที่สุดแล้ว
สังคมจะซับซ้อนมากขึ้น จนเราแยกแยะยาก บางทีคนดีดีที่เราคิดว่าใช่เลย ก็มีอะไรกิ๊กก๊อกเป็นแบบนั้นบ้าง เพราะถูบังคับด้วยสถานภาพบ้าง ตำแหน่งหน้าที่ วิถีที่เดินทางบ้าง ก็ต้องคอยพิสูจน์กันในระยะยาวๆครับ
สังคมที่ซับซ้อนไม่มีอะไรที่ได้ดั่งใจ แม้มีอำนาจสูงสุดหลายต่อหลายเรื่องยังต้องใช้เวลาเลยครับ
ปัจจุบัน....จิตสำนึกย้อนมองตัวเอง
การเริ่มจากตัวเองก่อน ในสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่มองถึงคนอื่นว่า ทำไมคนนี้ไม่ทำ คนนั้นไม่ทำ แต่ถ้าเราทำ ก็ถือว่าเรา "เป็นหนึ่ง" ที่ทำตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง
เยี่ยมเลยครับ หากเรานิ่งได้ สงบได้ แม้ว่าพายุสังคมจะกระหน่ำด้วยเรื่องอะไรต่อมิอะไรก็ตาม ปล่อยให้เวลาหอบมันผ่านไป ผ่านไป หากยืนหยัดได้ พี่จะ สาธุว่าแก่กล้ายิ่งนัก ซึ่งหลายคนทำได้ครับน้องอึ่งอ๊อบ
ในส่วนของตนเอง.....
บทบาทหน้าที่ในความเป็นหนึ่งในครอบครัว....ทำหน้าที่ลูก ทำหน้าที่พี่น้องให้ครบ ตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง
บทบาทหน้าที่ในการทำงาน...ทำงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มศักยภาพ พัฒนาตนเองในงานเพื่อเป้าหมายขององค์กร
บทบาทหน้าที่ต่อสังคม....ประพฤติตนเป็นพลเมืองดี ทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎ ระเบียบ กติกา มารยาท ภายใต้บริบท กฎหมายที่มีอยู่ รวมถึงสิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ
บทบาทในฐานพุทธศาสนิกชน...ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปฏิบัติตนตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติตนในทางสายกลาง
ทุกอย่าง...อยู่ในขั้นที่ฝึกปฏิบัติ...
คนเราแค่คิด...ก็ถือว่าดีแล้ว....
แต่ถ้าทำต่อ...ก็จะได้ดีอีกระดับหนึ่ง...
ถ้าทำถึงเป้าหมาย ....ก็ถือว่าดีที่สุดแก่ตัว...แก่งาน...แก่สังคม...และความสงบสุขของประเทศ
เริ่มที่เราเถอะค่ะ....
ถึงแม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ ในสังคม
ก็ถือเป็นว่ามีการเริ่ม
อยากเป็นหนึ่งใน 60 กว่าล้านคนที่ทำดีเพื่อตนเอง เพื่อองค์กร เพื่อสังคม ซึ่งจะส่งผลถึงประเทศชาติ และความสุขของมวลมนุษย์ค่ะ
กราบสวัสดีงาม ๆ นะคะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดเลยครับน้องอึ่งอ๊อบ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่ขลุกอยู่กับชนบท เฝ้าฟูมฟักเขาเท่าที่เราจะอุทิศเวลาของปุถุชนคนธรรมดาจะให้ได้
และอดภูมิใจ จนถึงแอบน้ำตารินก็เคยเมื่อเห็นชาวบ้านปลดเปลี้องทุกข์ของเขาออกไปได้... หากไม่มีโครงการ ไม่มีเรา เขาอาจจะจมปลักไปอยู่ส่วนไหนของสังคมก็ได้ แต่เราก็แค่แอบภูมิใจเท่านั้น ไม่สามารถแสดงออกในที่สาธารณะได้
มันเป็นสุข เมื่อเห็นชาวบ้านสุขครับน้องอึ่งอ๊อบ
สวัสดีครับ
2. แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
ตามมาอ่านค่ะ
หมวกขาวที่เสียสละ ขอบคุณมากๆครับ
สวัสดีครับน้องสร้อย
3. จันทรรัตน์
เห็นด้วยค่ะ พี่บางทราย
พี่เองก็สนับสนุน เพียงนิดเดียวเท่านั้นว่ากรุณาใช้ความระมัดระวังบ้างเท่านั้น ครับ การใช้คำหยาบ หรือแรงเกินไปนั้น แทนที่จะสร้างสรรค์มันจะกลายเป็น เวทีรบกันด้วยอักษรไป เหมือนกับหลายๆ blog ที่ผ่านๆมา เข้าไปเห็นเท่านั้นก็รีบเผ่นออกมา
สิ่งต่อไปนี้ของน้องสร้อยเป็นสิ่งที่สำคัญครับ
เอาดอกมะเขือต้นมาให้ครับ
ขอบคุณครับน้อง 4. กวิน ครับ
สวัสดีครับน้องสาว
5. เบิร์ด
เข้ามายกมือเห็นด้วยว่าบนพื้นที่สาธารณะอย่าง G2K ที่มีคน " คอการเมือง " ..เค้ามีสิทธิ์ในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงได้ค่ะ และสามารถนำเสนอได้ทุกด้าน ทุกเรื่อง เพียงแต่ระวังเรื่องคำที่ใช้และความหมาย เพราะอาจก่อให้เกิดการแสดงออกด้วยอารมณ์และอาจส่งผลให้เจ้าของบันทึก ยุ่งยาก ลำบากใจได้นะคะพี่บางทราย
เราเห็นตรงกันนะครับน้องเบิร์ดครับ
สิ่งที่เบิร์ดอยากให้ความเห็นต่อก็คือ นอกจากการนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงอย่างตรงไปตรงมาแล้ว..ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการกระตุกต่อมคิดด้วยน่ะค่ะ เช่นเรื่องของพื้นฐานที่ทำให้เราร้อน วุ่นวายกันอยู่นี้ก็มาจากคะแนนเสียง 1 คะแนนที่เราทุกคนใส่ใจหรืออาจไม่ใส่ใจในการกาทุกครั้งนั่นแหละค่ะ...จะทำอย่างไรให้เกิดการลงมือทำร่วมกันและเดินด้วยกันได้อย่างดีแบบมีจิตสำนึก เพื่อชี้แนะปัญหา และทางแก้ไข / ทางออกร่วมกัน มากกว่าการนำเสนอเพียงอย่างเดียวและเพื่อให้การถกกันเรื่องนี้ของคอการเมืองมีความสนุกและมีทางออก รวมทั้งช่วยคลายความร้อน ความตึงของสังคมได้ไม่ใช่แค่การแสดงออกของอารมณ์ เพราะ G2K มีหมวดการเมือง การปกครองนะคะ
ความเห็นของน้องเบิร์ดทำให้พี่นึกถึงสมัยโน้น ที่นักศึกษาออกชนบทเพื่อเผยแพร่ประชาธิปไตย ก็ออกไปแนะนำสิทธิต่างๆตามบทบาทหน้าที่ของพลเมืองไทยที่มีรัฐธรรมนูญระบุไว้
แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปมากแล้ว ลัทธิจ่ายเงิน หรือที่เรียกกันในกลุ่มนักวิชาการว่า "โรคร้อยเอ็ด" เพราะเกิดที่นั่นและจับได้เป็นหลักฐานครั้งแรก
แม้ท่าน มรว.คึกฤทธิ ปราโมท ท่านก็ยอมรับว่าการเมืองในปัจจุบันต้องใช้เงินเสียแล้ว และมีแต่แรงมากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น จับไม่ได้ไล่ไม่ทันมากขึ้น
พี่เคยเป็นคณะกรรมการองค์กรกลางขอนแก่นมาก่อน มีตัวอย่างเรื่องการใช้เงินซื้อเสียงมากมาย แต่เอาหลักฐานมาไม่ได้....
พี่เห็นทางเดียวคือการปลูกจิตสำนึก เพราะการศึกษาไม่ได้ช่วยมากเลย การศึกษาสูงสำนึกต่ำมีมากมายล้นแผ่นดินเชียว ยิ่งการศึกษาต่ำแต่ไม่เข้าใจว่าผลเสียมันมีมากมายมหาศาลนั้นเป็นอย่างไร
นี่คือสิ่งที่เห็นและตั้งโจทย์ว่าจะทำอย่างไรเพื่อขจัดตัวนี้ไปได้ ขณะนี้เห็นทางเดียวคือ สำนึก แล้วสร้างกันง่ายๆอย่างกับสั่งกาแฟกระป๋องในตู้เย็นร้านค้าได้ก็ดีซิ..มันยาก นี่แหละพี่จึงต้องเข็นครกขึ้นภูเขาหละ อิอิ..
เมื่อเห็นกระบวนการของสถาบันขวัญเมืองเข้าก็ประทับใจ คิดในใจว่า จะเอาไปใช้กับชาวบ้านเพื่อปลุกสำนึกได้อย่างไร...
เบิร์ดเข้ามาทำให้บันทึกของพี่บางทรายวุ่นวายหรือเปล่าคะ แหะ แหะ..
ไม่หรอกครับ ไม่วุ่น ไม่วาย ครับ
เอาดอกหอมๆไปหนึ่งดอกนะ เอาผูกผมยาวๆให้มันกลิ้งไปมาที่หัวจะได้หอมทั้งวัน อิอิ..
สวัสดีเจ้าค่ะ ลุงบางทรายจ๋าๆๆ
คิดถึงลุงค่ะ ทำอะไรอยู่หรอค่ะ พรุ่งนี้น้องจิจะกลับบ้านแล้ว มาวันอาทิตย์ คิคิ วันจันทร์สอบภาษาอังกฤษในเรื่องของการฟังค่ะ แงๆๆๆๆ รักลุงนะค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^
สวัสดีค่ะ ตามมาอ่าน รับทราบข้อมูลค่ะ
สวัสดีครับ
6. สิทธิรักษ์
ผมเชื่อว่าบทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด
ด้วยความคาราวะท่าน บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
ถูกต้องอย่างที่สุดครับ
บทบาทแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
หน้าที่แต่ละคนต่างกัน
ชั้นต่างๆในกลุ่มชนแตกต่างกันไป
การรับรู้ข่าวสารต่างกันไป
สังคมการรับรู้ก็ต่างกันไป
แต่บางครั้งความต้องการจุดเป้าหมายคล้ายกัน
ความรักชาติ รักประชาธิปไตย รักในหลวง
ผมไม่ทราบว่าใครอายุมากกว่ากันนะครับ ขออนุญาติใช้คำกลางๆไปก็แล้วกันนะครับ
บทบันทึกท่านบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา) เกิดขึ้นได้เพราะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติของประเทศ การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีเป้าหมายในการโค่นล้ม ระบอบหนึ่งซึ่งกำลังเติบโต มีอำนาจ มีกฎหมายในมือ
การขอใช้หรือสู่เป้าหมาย พื้นที่ U ที่ท่านได้กล่าวถึง เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่ออะไร
เพื่อ ให้ทุกส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหว ร่วม หรือ ต่อต้าน ได้รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจน ให้รู้การเคลื่อนไหวที่เป็นจริง นำไปสู่การรับรู้ สู่ความเข้าใจได้ถูกต้อง
ผมสนับสนุน พธม. ที่ออกมาให้ข้อมูลประชาชนมากมาย แต่ผมไม่กล่าวถึงในเรื่องอื่นๆนะครับ เรื่องการให้ข้อมูลดีครับ
การรับรู้คู่ตรรกะในการแยกแยะความถูกต้องต่อเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องและรอบด้าน
ยังมีหมู่คนจำนวนมากที่ไม่รับรู้ ไม่แยแส แต่ก็ชอบออกความเห็นในเชิงห่วง และในเชิงรำคาญ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังมีเป้าหมายคล้ายกัน คือรักประชาธิปไตย และในหลวงของเรา
ยังไม่พอ ยังออกความเห็นที่แสนรำคาญกลุ่มชนที่ออกมาต่อต้านอำนาจรัฐในปัจจุบัน
ผมยอมรับความต่างของคน โอกาสการเข้าถึงข่าวสารของคน และเบ้าหลอมของคนแต่ละคนต่างกัน เมื่อมี พธม ย่อมมี กลุ่มเชียร์รัฐ เป็นเรื่องปกติ เราไม่มีทางให้ทุกคนเห็น และเข้าใจเหมือนกันได้ทุกคน แต่ไม่หยุดการให้ข้อมูลข่าวสารนะครับ ถูกผิดใช้เหตุผล ใช้วิจารณญาณ ใช้ฐานการรับรู้ของตัวเองเป็นตัวพิจารณา
แน่นอนเมื่อทำดังกล่าวแล้วก็ยังมีคนที่รักรัฐบาลสุดใจขาดดิ้น รักอดีตนายกสุดใจขาดดิ้น และตรงข้ามก็มีคนยอมตายแทนสนธิได้ ผมเชื่อเช่นนั้นแม้ว่ารัฐจะพยายามให้เหตุผลต่างๆแล้วก็ตาม
แม้ในกองทัพแดงยังมีปรากฏการณ์เช่นนี้เลยครับ ท่านสิทธิรักษ์
ครับ ส่วนหนึ่งชอบความสงบ ชอบภาวะความเป็นอยู่ที่ร่มรื่นของตัวเองและครอบครัว กลัวความวุ่นวายที่ไม่สิ้นสุด สู่แสนรำคาญเหลือเกิน จึงเกิดกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่เป็นสีขาว
กลุ่มสีขาวก็มีที่มาที่ไป
กลุ่มสีเหลืองก็มีที่มาที่ไป
กลุ่มสีแดงก็เหมือนกัน
เราบางครั้งลึมกันไป ความสำเร็จบางเรื่องที่เราร่วมกันได้รับ ร่วมกันเสพทุกวันนี้ล้วนเป็นเรื่องราวความสำเร็จจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มชนที่รักความเป็นธรรมต่างๆ
จนทุกวันนี้บางคนได้เสพ ได้สุข ได้ลิ้มความสดใส เกิดจากอะไร มันเสริม มันต้าน มันต่อสู้กันมาอย่างไร ภายในมันทำอะไรกันอยู่ แล้วต่อไปมันจะเข้าสู่อะไร ถ้าไม่ต่อสู้
ภาพที่ท่านเห็นเป็น เปลือก เป็นผิว กระพี้
ข้อมูลข่าวสารจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
สมัยก่อนผมน่ะหรือ อย่าว่าแต่ถนนราชดำเนินเลย มากกว่านี้ผมก็ลุยมาแล้ว ประสบการณ์ชีวิตสอนเราหลายอย่าง หากเรามีโอกาสนั่งสรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนกับคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับชีวิต
เหตุผลนั้นเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งบนฐานประชาธิปไตย แต่มากกว่าเหตุผลก็ต้องมีความเชื่อ ความศรัทธาอย่างบริสุทธิ์ใจ
เมื่อผมอยู่ชนบท เฝ้ามองชนบทเปลี่ยนแปลงทั้งด้วยมือผมเอง ทั้งด้วยงานของภาครัฐ และกระแสสังคมใหญ่ มันมีภาพเล็กๆที่เปลี่ยนแปลงที่จำลองภาพใหญ่ของประเทศอยู่มากมาย
สิ่งหนึ่งที่ผมเห็น คือ "การปรับตัว" การปรับตัวของสังคม ของประเทศครับ หากจะเรียกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับ อธรรม ก็เกินความจริง เพราะไม่มีใคร "ชั่วสุดชั่ว" และ "ดีแสนดี" มันมีมากมีน้อย ฯลฯ เดี่ยวกลุ่มโน้นขึ้นมา แล้วลงไป กลุ่มใหม่ขึ้นมาแล้วก็ลงไป...
องค์กรในหมู่บ้าน ผมเห็นคณะกรรมการเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่น แล้วก็ เวลาผ่านไปก็ปรับตัวให้เข้ากับวัตถุประสงตชค์ขององค์กร ปรับเข้ากับความต้องการของสมาชิก และความเห็นโดยรวม กลุ่มนิ่งสักพัก แล้วก็มีประเด็นใหม่เกิดขึ้น ก็ปรับกันอีก เป็นเช่นนี้ ไม่ยั่งยืนอยู่ดีมีสุขเท่าเดิมไปตลอดนั้น ไม่มีครับ
ปรับมากปรับน้อย ใช้เวลามาก เวลาน้อย บางกลุ่มใช้เวลามากกว่า ปี หลายปีก็มี
สังคมใหญ่ เช่นประเทศไทย อาจต้องใช้เวลาเป็นร้อยปี สิ่งสำคัญคือการศึกษาให้เข้าใจ การให้การศึกษากับประชาชนและสร้างสำนึกแก่นแท้ของความผาสุขภายใต้ระบบนี้ แน่นอนผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่รุนแรง
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ และมันคุ้มครองโดยธรรมชาติต่อผู้เขียน ผู้ร่าง ไม่มีที่ไหนจะร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
การยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ชั่วคราว ไม่ใช่เขาหยิบยื่นให้ ได้มาซึ่งการต่อสู้คัดค้าน
มันยังมีอะไรอีกข้างใน พวกเขากำลังสู้กับอะไร อันนี้แหละที่พึงรับรู้ รัฐบาลกำลังทำอะไร ต้องการอะไร ไปทางไหน อันนี้อีกแหละที่เราจะต้องรับรู้
บทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด
ผมสนับสนุนการทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ครับ บนเวที พธม.นั้นมีคนที่ผมสนิทสนมด้วยมากกว่า 3 คน แต่ผมไม่เห็นด้วยที่ใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม
ท่านบางทรายถูกต้องเหลือเกินครับ
บทบาทหน้าที่ที่แตกต่าง ตรงกับองค์รวมของสังคม
ผลสะเทือนต่อองค์รวม ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำและศึกษาให้ถ่องแท้ แล้วจึงสู่การปฎิบัติ
วันนี้ร่ายเสียยาว
ใช้เนื้อที่ต่อยอดของท่านบางทราย หวังว่าคงอนุญาตินะครับ
อย่าลืมว่า ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยการร้องขอ ได้มาจากการต่อสู้
ขอบคุณมากครับ
ผมก็ร่ายยาวเช่นกัน
ต้องขอบคุณมากๆเลยครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน
สวัสดีครับ
7. จตุรัส
- เห็นด้วยกับท่านบางทรายและท่านสิทธิรักษ์ค่ะ
- สู้ในสิ่งที่ถูกต้องต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
ดูเหมือนว่าเราจะเป็นคนคอเดียวกันนะครับ
สวัสดีหลานสาว
13. โก๊ะจิจัง แซ่เฮ ^๐^!
สวัสดีเจ้าค่ะ ลุงบางทรายจ๋าๆๆ
คิดถึงลุงค่ะ ทำอะไรอยู่หรอค่ะ พรุ่งนี้น้องจิจะกลับบ้านแล้ว มาวันอาทิตย์ คิคิ วันจันทร์สอบภาษาอังกฤษในเรื่องของการฟังค่ะ แงๆๆๆๆ รักลุงนะค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^
เอ้า กลับไปกอดแม่ซะให้ชุ่มใจ เติมพลังใจ แล้วกลับมาสู้ชีวิตใหม่นะ ... ลุงเป็นกำลังใจให้อยู่แล้ว...
สวัสดีครับ คุณหมวกขาวผู้เสียสละ
14. กัญญา
สวัสดีค่ะ ตามมาอ่าน รับทราบข้อมูลค่ะ
หวังว่าเราอาจจะเดินชนกันบ้างที่ ศรีนครินทร์นะครับ อิอิ
คงไม่พลาดแน่เลยครับ น้องกัญญาครับ แล้วเจอะกันนะครับ