ผมเชื่อว่าบทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน  พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน  มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา  ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด

 

ด้วยความคาราวะท่าน บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

ถูกต้องอย่างที่สุดครับ

บทบาทแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

หน้าที่แต่ละคนต่างกัน

ชั้นต่างๆในกลุ่มชนแตกต่างกันไป

การรับรู้ข่าวสารต่างกันไป

สังคมการรับรู้ก็ต่างกันไป

แต่บางครั้งความต้องการจุดเป้าหมายคล้ายกัน

ความรักชาติ รักประชาธิปไตย รักในหลวง

บทบันทึกท่านบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา) เกิดขึ้นได้เพราะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติของประเทศ การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีเป้าหมายในการโค่นล้ม ระบอบหนึ่งซึ่งกำลังเติบโต มีอำนาจ มีกฎหมายในมือ

การขอใช้หรือสู่เป้าหมาย พื้นที่ U ที่ท่านได้กล่าวถึง  เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง  เพื่ออะไร 

เพื่อ ให้ทุกส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหว ร่วม หรือ ต่อต้าน ได้รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจน ให้รู้การเคลื่อนไหวที่เป็นจริง นำไปสู่การรับรู้  สู่ความเข้าใจได้ถูกต้อง

การรับรู้คู่ตรรกะในการแยกแยะความถูกต้องต่อเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องและรอบด้าน

ยังมีหมู่คนจำนวนมากที่ไม่รับรู้ ไม่แยแส แต่ก็ชอบออกความเห็นในเชิงห่วง และในเชิงรำคาญ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   แต่ยังมีเป้าหมายคล้ายกัน  คือรักประชาธิปไตย และในหลวงของเรา

ยังไม่พอ ยังออกความเห็นที่แสนรำคาญกลุ่มชนที่ออกมาต่อต้านอำนาจรัฐในปัจจุบัน

ครับ ส่วนหนึ่งชอบความสงบ ชอบภาวะความเป็นอยู่ที่ร่มรื่นของตัวเองและครอบครัว กลัวความวุ่นวายที่ไม่สิ้นสุด   สู่แสนรำคาญเหลือเกิน จึงเกิดกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่เป็นสีขาว 

กลุ่มสีขาวก็มีที่มาที่ไป

กลุ่มสีเหลืองก็มีที่มาที่ไป

กลุ่มสีแดงก็เหมือนกัน

เราบางครั้งลึมกันไป  ความสำเร็จบางเรื่องที่เราร่วมกันได้รับ ร่วมกันเสพทุกวันนี้ล้วนเป็นเรื่องราวความสำเร็จจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มชนที่รักความเป็นธรรมต่างๆ

จนทุกวันนี้บางคนได้เสพ ได้สุข ได้ลิ้มความสดใส เกิดจากอะไร มันเสริม มันต้าน มันต่อสู้กันมาอย่างไร  ภายในมันทำอะไรกันอยู่  แล้วต่อไปมันจะเข้าสู่อะไร ถ้าไม่ต่อสู้

ภาพที่ท่านเห็นเป็น เปลือก เป็นผิว กระพี้

ข้อมูลข่าวสารจึงจำเป็นอย่างยิ่ง

รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ  และมันคุ้มครองโดยธรรมชาติต่อผู้เขียน ผู้ร่าง  ไม่มีที่ไหนจะร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง

การยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ชั่วคราว ไม่ใช่เขาหยิบยื่นให้  ได้มาซึ่งการต่อสู้คัดค้าน

มันยังมีอะไรอีกข้างใน พวกเขากำลังสู้กับอะไร อันนี้แหละที่พึงรับรู้  รัฐบาลกำลังทำอะไร ต้องการอะไร ไปทางไหน  อันนี้อีกแหละที่เราจะต้องรับรู้

บทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน  พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน  มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา  ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด

 

ท่านบางทรายถูกต้องเหลือเกินครับ

บทบาทหน้าที่ที่แตกต่าง ตรงกับองค์รวมของสังคม

ผลสะเทือนต่อองค์รวม ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำและศึกษาให้ถ่องแท้ แล้วจึงสู่การปฎิบัติ

 

วันนี้ร่ายเสียยาว

ใช้เนื้อที่ต่อยอดของท่านบางทราย หวังว่าคงอนุญาตินะครับ

อย่าลืมว่า ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยการร้องขอ  ได้มาจากการต่อสู้  

ขอบคุณมากครับ