สวัสดีครับ P   6. สิทธิรักษ์  

ผมเชื่อว่าบทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน  พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน  มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา  ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด

 

ด้วยความคาราวะท่าน บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

ถูกต้องอย่างที่สุดครับ

บทบาทแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

หน้าที่แต่ละคนต่างกัน

ชั้นต่างๆในกลุ่มชนแตกต่างกันไป

การรับรู้ข่าวสารต่างกันไป

สังคมการรับรู้ก็ต่างกันไป

แต่บางครั้งความต้องการจุดเป้าหมายคล้ายกัน

ความรักชาติ รักประชาธิปไตย รักในหลวง

ผมไม่ทราบว่าใครอายุมากกว่ากันนะครับ ขออนุญาติใช้คำกลางๆไปก็แล้วกันนะครับ

  • ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่คนไทยทุกคนต้องสนใจการเมืองและตามเรื่องการเมืองให้ทัน เพราะการเมืองมีส่วนในทุกย่างก้าวของเรา มีนักการเมืองจำนวนหนึ่งที่รักชาติ รักบ้านเมือง สร้างบ้านเมืองด้วยอุดมการณ์ ผมเทอดทูน แต่ก็มีนักการเมืองบางส่วนที่ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ นี่ต้องยอมรับกันว่ามีทุกสมัย ทุกพรรคการเมือง มีมากมีน้อยเท่านั้น
  • การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ลึกลับนั้นสำคัญ  หากไม่มีใครที่มีโอกาสมีความสามารถในการขุดขุ้ยข้อมูงส่วนนั้นมาเปิดเผย ประชาชนก็ไม่มีทางรับรู้เลย อย่าว่าแต่ประชาชนเลย เราเองเป็นชนชั้นกลางหลายเรื่องก็ไม่ทราบ  หากคนในไม่เอาข้อมูลมาบอกกล่าว

บทบันทึกท่านบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา) เกิดขึ้นได้เพราะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติของประเทศ การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีเป้าหมายในการโค่นล้ม ระบอบหนึ่งซึ่งกำลังเติบโต มีอำนาจ มีกฎหมายในมือ

การขอใช้หรือสู่เป้าหมาย พื้นที่ U ที่ท่านได้กล่าวถึง  เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง  เพื่ออะไร 

เพื่อ ให้ทุกส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหว ร่วม หรือ ต่อต้าน ได้รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจน ให้รู้การเคลื่อนไหวที่เป็นจริง นำไปสู่การรับรู้  สู่ความเข้าใจได้ถูกต้อง

ผมสนับสนุน พธม. ที่ออกมาให้ข้อมูลประชาชนมากมาย แต่ผมไม่กล่าวถึงในเรื่องอื่นๆนะครับ เรื่องการให้ข้อมูลดีครับ

การรับรู้คู่ตรรกะในการแยกแยะความถูกต้องต่อเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องและรอบด้าน

ยังมีหมู่คนจำนวนมากที่ไม่รับรู้ ไม่แยแส แต่ก็ชอบออกความเห็นในเชิงห่วง และในเชิงรำคาญ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   แต่ยังมีเป้าหมายคล้ายกัน  คือรักประชาธิปไตย และในหลวงของเรา

ยังไม่พอ ยังออกความเห็นที่แสนรำคาญกลุ่มชนที่ออกมาต่อต้านอำนาจรัฐในปัจจุบัน

ผมยอมรับความต่างของคน โอกาสการเข้าถึงข่าวสารของคน และเบ้าหลอมของคนแต่ละคนต่างกัน เมื่อมี พธม ย่อมมี กลุ่มเชียร์รัฐ เป็นเรื่องปกติ เราไม่มีทางให้ทุกคนเห็น และเข้าใจเหมือนกันได้ทุกคน  แต่ไม่หยุดการให้ข้อมูลข่าวสารนะครับ  ถูกผิดใช้เหตุผล ใช้วิจารณญาณ ใช้ฐานการรับรู้ของตัวเองเป็นตัวพิจารณา

แน่นอนเมื่อทำดังกล่าวแล้วก็ยังมีคนที่รักรัฐบาลสุดใจขาดดิ้น รักอดีตนายกสุดใจขาดดิ้น  และตรงข้ามก็มีคนยอมตายแทนสนธิได้ ผมเชื่อเช่นนั้นแม้ว่ารัฐจะพยายามให้เหตุผลต่างๆแล้วก็ตาม

แม้ในกองทัพแดงยังมีปรากฏการณ์เช่นนี้เลยครับ ท่านสิทธิรักษ์

ครับ ส่วนหนึ่งชอบความสงบ ชอบภาวะความเป็นอยู่ที่ร่มรื่นของตัวเองและครอบครัว กลัวความวุ่นวายที่ไม่สิ้นสุด   สู่แสนรำคาญเหลือเกิน จึงเกิดกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่เป็นสีขาว 

กลุ่มสีขาวก็มีที่มาที่ไป

กลุ่มสีเหลืองก็มีที่มาที่ไป

กลุ่มสีแดงก็เหมือนกัน

เราบางครั้งลึมกันไป  ความสำเร็จบางเรื่องที่เราร่วมกันได้รับ ร่วมกันเสพทุกวันนี้ล้วนเป็นเรื่องราวความสำเร็จจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มชนที่รักความเป็นธรรมต่างๆ

จนทุกวันนี้บางคนได้เสพ ได้สุข ได้ลิ้มความสดใส เกิดจากอะไร มันเสริม มันต้าน มันต่อสู้กันมาอย่างไร  ภายในมันทำอะไรกันอยู่  แล้วต่อไปมันจะเข้าสู่อะไร ถ้าไม่ต่อสู้

ภาพที่ท่านเห็นเป็น เปลือก เป็นผิว กระพี้

ข้อมูลข่าวสารจึงจำเป็นอย่างยิ่ง

สมัยก่อนผมน่ะหรือ อย่าว่าแต่ถนนราชดำเนินเลย มากกว่านี้ผมก็ลุยมาแล้ว  ประสบการณ์ชีวิตสอนเราหลายอย่าง หากเรามีโอกาสนั่งสรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนกับคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับชีวิต

เหตุผลนั้นเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งบนฐานประชาธิปไตย  แต่มากกว่าเหตุผลก็ต้องมีความเชื่อ ความศรัทธาอย่างบริสุทธิ์ใจ

เมื่อผมอยู่ชนบท เฝ้ามองชนบทเปลี่ยนแปลงทั้งด้วยมือผมเอง ทั้งด้วยงานของภาครัฐ และกระแสสังคมใหญ่  มันมีภาพเล็กๆที่เปลี่ยนแปลงที่จำลองภาพใหญ่ของประเทศอยู่มากมาย

สิ่งหนึ่งที่ผมเห็น คือ "การปรับตัว"  การปรับตัวของสังคม ของประเทศครับ  หากจะเรียกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับ อธรรม ก็เกินความจริง  เพราะไม่มีใคร "ชั่วสุดชั่ว" และ "ดีแสนดี" มันมีมากมีน้อย ฯลฯ เดี่ยวกลุ่มโน้นขึ้นมา แล้วลงไป กลุ่มใหม่ขึ้นมาแล้วก็ลงไป...

องค์กรในหมู่บ้าน ผมเห็นคณะกรรมการเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่น แล้วก็ เวลาผ่านไปก็ปรับตัวให้เข้ากับวัตถุประสงตชค์ขององค์กร ปรับเข้ากับความต้องการของสมาชิก และความเห็นโดยรวม  กลุ่มนิ่งสักพัก แล้วก็มีประเด็นใหม่เกิดขึ้น ก็ปรับกันอีก  เป็นเช่นนี้ ไม่ยั่งยืนอยู่ดีมีสุขเท่าเดิมไปตลอดนั้น ไม่มีครับ 

ปรับมากปรับน้อย ใช้เวลามาก เวลาน้อย  บางกลุ่มใช้เวลามากกว่า ปี หลายปีก็มี

สังคมใหญ่ เช่นประเทศไทย  อาจต้องใช้เวลาเป็นร้อยปี สิ่งสำคัญคือการศึกษาให้เข้าใจ การให้การศึกษากับประชาชนและสร้างสำนึกแก่นแท้ของความผาสุขภายใต้ระบบนี้  แน่นอนผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่รุนแรง

 

รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ  และมันคุ้มครองโดยธรรมชาติต่อผู้เขียน ผู้ร่าง  ไม่มีที่ไหนจะร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง

การยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ชั่วคราว ไม่ใช่เขาหยิบยื่นให้  ได้มาซึ่งการต่อสู้คัดค้าน

มันยังมีอะไรอีกข้างใน พวกเขากำลังสู้กับอะไร อันนี้แหละที่พึงรับรู้  รัฐบาลกำลังทำอะไร ต้องการอะไร ไปทางไหน  อันนี้อีกแหละที่เราจะต้องรับรู้

 

บทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน  พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน  มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา  ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด

 

ผมสนับสนุนการทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ครับ บนเวที พธม.นั้นมีคนที่ผมสนิทสนมด้วยมากกว่า 3 คน แต่ผมไม่เห็นด้วยที่ใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม 

 

ท่านบางทรายถูกต้องเหลือเกินครับ

บทบาทหน้าที่ที่แตกต่าง ตรงกับองค์รวมของสังคม

ผลสะเทือนต่อองค์รวม ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำและศึกษาให้ถ่องแท้ แล้วจึงสู่การปฎิบัติ

 

วันนี้ร่ายเสียยาว

ใช้เนื้อที่ต่อยอดของท่านบางทราย หวังว่าคงอนุญาตินะครับ

อย่าลืมว่า ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยการร้องขอ  ได้มาจากการต่อสู้  

ขอบคุณมากครับ

 

ผมก็ร่ายยาวเช่นกัน

ต้องขอบคุณมากๆเลยครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน