ผมเชื่อว่าบทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด
ด้วยความคาราวะท่าน บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
ถูกต้องอย่างที่สุดครับ
บทบาทแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
หน้าที่แต่ละคนต่างกัน
ชั้นต่างๆในกลุ่มชนแตกต่างกันไป
การรับรู้ข่าวสารต่างกันไป
สังคมการรับรู้ก็ต่างกันไป
แต่บางครั้งความต้องการจุดเป้าหมายคล้ายกัน
ความรักชาติ รักประชาธิปไตย รักในหลวง
ผมไม่ทราบว่าใครอายุมากกว่ากันนะครับ ขออนุญาติใช้คำกลางๆไปก็แล้วกันนะครับ
- ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่คนไทยทุกคนต้องสนใจการเมืองและตามเรื่องการเมืองให้ทัน เพราะการเมืองมีส่วนในทุกย่างก้าวของเรา มีนักการเมืองจำนวนหนึ่งที่รักชาติ รักบ้านเมือง สร้างบ้านเมืองด้วยอุดมการณ์ ผมเทอดทูน แต่ก็มีนักการเมืองบางส่วนที่ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ นี่ต้องยอมรับกันว่ามีทุกสมัย ทุกพรรคการเมือง มีมากมีน้อยเท่านั้น
- การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ลึกลับนั้นสำคัญ หากไม่มีใครที่มีโอกาสมีความสามารถในการขุดขุ้ยข้อมูงส่วนนั้นมาเปิดเผย ประชาชนก็ไม่มีทางรับรู้เลย อย่าว่าแต่ประชาชนเลย เราเองเป็นชนชั้นกลางหลายเรื่องก็ไม่ทราบ หากคนในไม่เอาข้อมูลมาบอกกล่าว
บทบันทึกท่านบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา) เกิดขึ้นได้เพราะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติของประเทศ การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีเป้าหมายในการโค่นล้ม ระบอบหนึ่งซึ่งกำลังเติบโต มีอำนาจ มีกฎหมายในมือ
การขอใช้หรือสู่เป้าหมาย พื้นที่ U ที่ท่านได้กล่าวถึง เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่ออะไร
เพื่อ ให้ทุกส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหว ร่วม หรือ ต่อต้าน ได้รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจน ให้รู้การเคลื่อนไหวที่เป็นจริง นำไปสู่การรับรู้ สู่ความเข้าใจได้ถูกต้อง
ผมสนับสนุน พธม. ที่ออกมาให้ข้อมูลประชาชนมากมาย แต่ผมไม่กล่าวถึงในเรื่องอื่นๆนะครับ เรื่องการให้ข้อมูลดีครับ
การรับรู้คู่ตรรกะในการแยกแยะความถูกต้องต่อเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องและรอบด้าน
ยังมีหมู่คนจำนวนมากที่ไม่รับรู้ ไม่แยแส แต่ก็ชอบออกความเห็นในเชิงห่วง และในเชิงรำคาญ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังมีเป้าหมายคล้ายกัน คือรักประชาธิปไตย และในหลวงของเรา
ยังไม่พอ ยังออกความเห็นที่แสนรำคาญกลุ่มชนที่ออกมาต่อต้านอำนาจรัฐในปัจจุบัน
ผมยอมรับความต่างของคน โอกาสการเข้าถึงข่าวสารของคน และเบ้าหลอมของคนแต่ละคนต่างกัน เมื่อมี พธม ย่อมมี กลุ่มเชียร์รัฐ เป็นเรื่องปกติ เราไม่มีทางให้ทุกคนเห็น และเข้าใจเหมือนกันได้ทุกคน แต่ไม่หยุดการให้ข้อมูลข่าวสารนะครับ ถูกผิดใช้เหตุผล ใช้วิจารณญาณ ใช้ฐานการรับรู้ของตัวเองเป็นตัวพิจารณา
แน่นอนเมื่อทำดังกล่าวแล้วก็ยังมีคนที่รักรัฐบาลสุดใจขาดดิ้น รักอดีตนายกสุดใจขาดดิ้น และตรงข้ามก็มีคนยอมตายแทนสนธิได้ ผมเชื่อเช่นนั้นแม้ว่ารัฐจะพยายามให้เหตุผลต่างๆแล้วก็ตาม
แม้ในกองทัพแดงยังมีปรากฏการณ์เช่นนี้เลยครับ ท่านสิทธิรักษ์
ครับ ส่วนหนึ่งชอบความสงบ ชอบภาวะความเป็นอยู่ที่ร่มรื่นของตัวเองและครอบครัว กลัวความวุ่นวายที่ไม่สิ้นสุด สู่แสนรำคาญเหลือเกิน จึงเกิดกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่เป็นสีขาว
กลุ่มสีขาวก็มีที่มาที่ไป
กลุ่มสีเหลืองก็มีที่มาที่ไป
กลุ่มสีแดงก็เหมือนกัน
เราบางครั้งลึมกันไป ความสำเร็จบางเรื่องที่เราร่วมกันได้รับ ร่วมกันเสพทุกวันนี้ล้วนเป็นเรื่องราวความสำเร็จจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มชนที่รักความเป็นธรรมต่างๆ
จนทุกวันนี้บางคนได้เสพ ได้สุข ได้ลิ้มความสดใส เกิดจากอะไร มันเสริม มันต้าน มันต่อสู้กันมาอย่างไร ภายในมันทำอะไรกันอยู่ แล้วต่อไปมันจะเข้าสู่อะไร ถ้าไม่ต่อสู้
ภาพที่ท่านเห็นเป็น เปลือก เป็นผิว กระพี้
ข้อมูลข่าวสารจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
สมัยก่อนผมน่ะหรือ อย่าว่าแต่ถนนราชดำเนินเลย มากกว่านี้ผมก็ลุยมาแล้ว ประสบการณ์ชีวิตสอนเราหลายอย่าง หากเรามีโอกาสนั่งสรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนกับคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับชีวิต
เหตุผลนั้นเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งบนฐานประชาธิปไตย แต่มากกว่าเหตุผลก็ต้องมีความเชื่อ ความศรัทธาอย่างบริสุทธิ์ใจ
เมื่อผมอยู่ชนบท เฝ้ามองชนบทเปลี่ยนแปลงทั้งด้วยมือผมเอง ทั้งด้วยงานของภาครัฐ และกระแสสังคมใหญ่ มันมีภาพเล็กๆที่เปลี่ยนแปลงที่จำลองภาพใหญ่ของประเทศอยู่มากมาย
สิ่งหนึ่งที่ผมเห็น คือ "การปรับตัว" การปรับตัวของสังคม ของประเทศครับ หากจะเรียกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับ อธรรม ก็เกินความจริง เพราะไม่มีใคร "ชั่วสุดชั่ว" และ "ดีแสนดี" มันมีมากมีน้อย ฯลฯ เดี่ยวกลุ่มโน้นขึ้นมา แล้วลงไป กลุ่มใหม่ขึ้นมาแล้วก็ลงไป...
องค์กรในหมู่บ้าน ผมเห็นคณะกรรมการเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่น แล้วก็ เวลาผ่านไปก็ปรับตัวให้เข้ากับวัตถุประสงตชค์ขององค์กร ปรับเข้ากับความต้องการของสมาชิก และความเห็นโดยรวม กลุ่มนิ่งสักพัก แล้วก็มีประเด็นใหม่เกิดขึ้น ก็ปรับกันอีก เป็นเช่นนี้ ไม่ยั่งยืนอยู่ดีมีสุขเท่าเดิมไปตลอดนั้น ไม่มีครับ
ปรับมากปรับน้อย ใช้เวลามาก เวลาน้อย บางกลุ่มใช้เวลามากกว่า ปี หลายปีก็มี
สังคมใหญ่ เช่นประเทศไทย อาจต้องใช้เวลาเป็นร้อยปี สิ่งสำคัญคือการศึกษาให้เข้าใจ การให้การศึกษากับประชาชนและสร้างสำนึกแก่นแท้ของความผาสุขภายใต้ระบบนี้ แน่นอนผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่รุนแรง
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ และมันคุ้มครองโดยธรรมชาติต่อผู้เขียน ผู้ร่าง ไม่มีที่ไหนจะร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
การยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ชั่วคราว ไม่ใช่เขาหยิบยื่นให้ ได้มาซึ่งการต่อสู้คัดค้าน
มันยังมีอะไรอีกข้างใน พวกเขากำลังสู้กับอะไร อันนี้แหละที่พึงรับรู้ รัฐบาลกำลังทำอะไร ต้องการอะไร ไปทางไหน อันนี้อีกแหละที่เราจะต้องรับรู้
บทบาทการรับใช้สังคมนั้นมีกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน พระท่านก็สามารถทำหน้าที่รับใช้สังคมตามบทบาทของท่าน มากน้อยก็แล้วแต่ทัศนคติและเงื่อนไขของแต่ละท่าน ข้าราชการก็มีกรอบครอบอยู่ บางคนอาจจะดิ้นได้มากกว่าอีกหลายๆคน นักธุรกิจที่ยืนข้างประชาชนก็กำหนดบทบาทของเขาเองตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับเขา ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนเวทีด้วยกันทั้งหมด
ผมสนับสนุนการทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ครับ บนเวที พธม.นั้นมีคนที่ผมสนิทสนมด้วยมากกว่า 3 คน แต่ผมไม่เห็นด้วยที่ใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม
ท่านบางทรายถูกต้องเหลือเกินครับ
บทบาทหน้าที่ที่แตกต่าง ตรงกับองค์รวมของสังคม
ผลสะเทือนต่อองค์รวม ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำและศึกษาให้ถ่องแท้ แล้วจึงสู่การปฎิบัติ
วันนี้ร่ายเสียยาว
ใช้เนื้อที่ต่อยอดของท่านบางทราย หวังว่าคงอนุญาตินะครับ
อย่าลืมว่า ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยการร้องขอ ได้มาจากการต่อสู้
ขอบคุณมากครับ
ผมก็ร่ายยาวเช่นกัน
ต้องขอบคุณมากๆเลยครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน

6.