สวัสดีครับน้อง P 1. น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ

 

ถ้าเราทุกคนทำตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และเคารพในสิทธิของผู้อื่น มีใจเป็นกลาง  รู้จักเปิดตา เปิดหู เปิดใจ  น้อมใจรับในความเป็นไปในแต่ละบทบาทหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง

คิดว่า....สังคมเราคงไม่เป็นเหมือนอย่างทุกวันนี้

 

หากพิจารณาตามหลักการของสถาบันขวัญเมือง ที่ให้พิจารณาตัวเองก่อน เปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด  วิธีการนี้เป็นวิธีทางธรรม โดยใช้คำอธิบายใหม่  พี่ไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนที่เคร่งทางคริสตธรรม เขาก็ว่าเหมือนกัน คือเปลี่ยนที่ตัวเราเองก่อน  เปลี่ยจนที่เราก็คือเปลี่ยนใจตัวเองก่อนนั่นเอง  ตรงกันครับน้องอึ่งอ๊อบ

สำหรับส่วนที่คนอื่น ไม่สนใจสิ่งที่เราพูดถึงนี้ ตรงข้ามเขาขึ้นมาเป็นผู้ปกครองเรา และใช้อำนาจทำทั้งประโยชนืแก่สังคมประเทศชาติ ขณะเดียวกันก็ใช้อำนาจอีกนั่นแหละแสวงหาผลประโยชน์โดยเลือกเส้นทางที่กฏหมายเอื้อมไม่ถึง หรือถึงน้อยที่สุด จนกระทั่งผิดโทนโท่ก็เอา  และพฤติกรรมแบบนี้ปกปิด มิดชิด ไม่เปิดเผย หากไม่มีผู้รู้ ประชาชนชั้นกลางก็ไม่มีทางรู้ อย่าไปกล่าวถึงชาวบ้านเลยยิ่งยากที่จะรับรู้สิ่งแฝงเร้รเช่นนั้น แบบนี้เราต้องหาทางเอาข้อมูลออกมาเรียนรู้กัน ที่เรียกว่าเปิดโปง เพียงแต่ว่าเวทีแบบนี้ต้องระวังนิดหนึ่ง ไม่โฉ่งฉ่างนะครับ

เมื่อก่อน....สิ่งที่ผุดขึ้นในมโนสำนึกจะคิดเสมอว่าทำไมคนนั้นไม่ทำอย่างนี้ คนนี้ไม่ทำอย่างนั้น ไม่เป็นดังใจเรา  โดยที่ไม่มองตัวเอง  และคิดว่าเมื่อคนอื่นทำได้  ฉัน....ย่อมทำได้  แต่ไม่อยู่ในกฎ กติกา มารยาท และบทบาทหน้าที่

เรามีสิทธิที่จะคิด แต่เราอย่าทำตัวเหมือนคนอื่นเลย ทำอย่างที่เราคิดแหละเหมาะสมที่สุดแล้ว 

สังคมจะซับซ้อนมากขึ้น จนเราแยกแยะยาก บางทีคนดีดีที่เราคิดว่าใช่เลย  ก็มีอะไรกิ๊กก๊อกเป็นแบบนั้นบ้าง เพราะถูบังคับด้วยสถานภาพบ้าง ตำแหน่งหน้าที่ วิถีที่เดินทางบ้าง ก็ต้องคอยพิสูจน์กันในระยะยาวๆครับ 

สังคมที่ซับซ้อนไม่มีอะไรที่ได้ดั่งใจ  แม้มีอำนาจสูงสุดหลายต่อหลายเรื่องยังต้องใช้เวลาเลยครับ

ปัจจุบัน....จิตสำนึกย้อนมองตัวเอง

การเริ่มจากตัวเองก่อน ในสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่มองถึงคนอื่นว่า ทำไมคนนี้ไม่ทำ คนนั้นไม่ทำ  แต่ถ้าเราทำ  ก็ถือว่าเรา "เป็นหนึ่ง" ที่ทำตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง

เยี่ยมเลยครับ หากเรานิ่งได้ สงบได้ แม้ว่าพายุสังคมจะกระหน่ำด้วยเรื่องอะไรต่อมิอะไรก็ตาม ปล่อยให้เวลาหอบมันผ่านไป ผ่านไป หากยืนหยัดได้ พี่จะ สาธุว่าแก่กล้ายิ่งนัก  ซึ่งหลายคนทำได้ครับน้องอึ่งอ๊อบ

ในส่วนของตนเอง.....

บทบาทหน้าที่ในความเป็นหนึ่งในครอบครัว....ทำหน้าที่ลูก ทำหน้าที่พี่น้องให้ครบ ตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง

บทบาทหน้าที่ในการทำงาน...ทำงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มศักยภาพ พัฒนาตนเองในงานเพื่อเป้าหมายขององค์กร

บทบาทหน้าที่ต่อสังคม....ประพฤติตนเป็นพลเมืองดี ทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎ ระเบียบ กติกา มารยาท ภายใต้บริบท กฎหมายที่มีอยู่ รวมถึงสิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ

บทบาทในฐานพุทธศาสนิกชน...ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปฏิบัติตนตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติตนในทางสายกลาง

 

ทุกอย่าง...อยู่ในขั้นที่ฝึกปฏิบัติ...

คนเราแค่คิด...ก็ถือว่าดีแล้ว....

แต่ถ้าทำต่อ...ก็จะได้ดีอีกระดับหนึ่ง...

ถ้าทำถึงเป้าหมาย ....ก็ถือว่าดีที่สุดแก่ตัว...แก่งาน...แก่สังคม...และความสงบสุขของประเทศ

 

เริ่มที่เราเถอะค่ะ....

ถึงแม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ ในสังคม

ก็ถือเป็นว่ามีการเริ่ม

อยากเป็นหนึ่งใน 60 กว่าล้านคนที่ทำดีเพื่อตนเอง เพื่อองค์กร เพื่อสังคม ซึ่งจะส่งผลถึงประเทศชาติ และความสุขของมวลมนุษย์ค่ะ

 

กราบสวัสดีงาม ๆ นะคะ

เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดเลยครับน้องอึ่งอ๊อบ  นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่ขลุกอยู่กับชนบท เฝ้าฟูมฟักเขาเท่าที่เราจะอุทิศเวลาของปุถุชนคนธรรมดาจะให้ได้

และอดภูมิใจ จนถึงแอบน้ำตารินก็เคยเมื่อเห็นชาวบ้านปลดเปลี้องทุกข์ของเขาออกไปได้... หากไม่มีโครงการ ไม่มีเรา เขาอาจจะจมปลักไปอยู่ส่วนไหนของสังคมก็ได้  แต่เราก็แค่แอบภูมิใจเท่านั้น ไม่สามารถแสดงออกในที่สาธารณะได้ 

มันเป็นสุข เมื่อเห็นชาวบ้านสุขครับน้องอึ่งอ๊อบ