การปฏิรูปการศึกษา มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้มากกว่าให้เกิดการสอน จึงได้พยายามสร้างวลีไหม่ๆ ขึ้นเช่น แผนจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น การประเมินผลตามสภาพจริง และอีกหลากหลาย ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ แต่นักการศึกษาไทยใช้เพียง "ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง" ทำให้สื่อความได้ไม่สมบูรณ์ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ไม่ตรงกันก็เกิดขึ้นในวงกว้าง ทั้งนักการเมืองก็ไม่ชอบคำว่า "ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง" ด้วยอาจเข้าใจว่า เป็นศูนย์กลางของวงกลมหรืองัยไม่อาจทราบได้ จึงต้องพัฒนามาเป็น "ผู้เรียนเป็นสำคัญ" ซึ่งฟังดูดีมาก แต่นำไปสู่ความเข้าใจของผู้เกี่ยวข้องได้มากน้อยเพียงใด? เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ตรงกับความหมายของปรัชญาเดิมที่นำมาใช้หรือไม่? ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง
วลีต่างๆ เหล่านี้ เกี่ยวพันกันอย่างยิ่ง ดุจเกลียวเชือกแต่ละเส้นที่ฝั้นรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ที่มีทั้งพลัง และประโยชน์ใช้สอยที่เดียว
ลองมาคิดดูซิว่า "ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้(Child-centered learning)" ซึ่งความจริงน่าจะแปลว่า "การเรียนรู้ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ความต้องการของผู้เรียน"มากกว่านั้น เป็นอย่างไร?
มีผู้ให้ความหมายสั้นๆ ว่า Student/child centred = focusing on student/child (individual characters and needs(SR(IP:144.138.31.18. http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=55635, ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2, 12 ก.ค. 2549 (18:31).)), คงพอเห็นลางๆ เกี่ยวกับผู้เรียนเป็นศูนย์กลางหรือเป็นสำคัญบ้างแล้วนะว่า เป็นการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งให้นักเรียนหรือเด็กที่มีความแตกต่างกัน ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมกับลักษณะและความต้องการของแต่ละบุคคล
นั่นก็คือ การจัดการเรียนรู้ที่ให้เด็กแต่ละคนได้เรียนรู้ตามความสนใจของเขา หรือมีอิสระในการเรียนรู้ในสิ่งที่เขาต้องการ ตรงกับความถนัดของเขา แต่ปัจจุบันเป็นการสอนสิ่งที่ครูต้องการสอนมากกว่านักเรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้
ขอเล่าเรื่องตลกให้ฟังสักเรื่อง "เมื่อประมาณ 10 ปีผ่านมา คงได้อ่านข่าวที่ครูโรงเรียนหนึ่งเห็นความสามารถของเด็กคนหนึ่งที่ช่างคิดริเริ่มและสร้างสรรค์ เช่นเครื่องปิดเปิดน้ำประปา หมอนปิดเปิดทีวีของแม่ และของเล่นอีกมากมายที่เขาเอาไปอวดเพื่อน ทำให้เพื่อนๆ ติดใจไม่สนใจการฟังครูพล่าม=/=พร่ำสอน ทำให้ครูโกรธมาก เห็นว่านักเรียนคนนั้นขัดขวางการสอนของครู ทั้งๆ ที่ ความจริง บทเรียนของครูไม่น่าสนใจเหมือนสิ่งที่เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นมาและนำมาให้เล่น ซึ่งทั้งแปลกและใหม่ จับต้องได้ น่าสนุกสนาน ในที่สุด เด็กคนนั้นที่เรียนรู้อย่างความต้องการของผู้เรียนเป็นศูนยฺกลางการเรียนรู้ ต้องออกไปจากโรงเรียนที่มีการสอนเป็นศูนย์กลาง แต่จะเรียนรู้หรือไม่? ไม่ทราบได้ แต่ที่แน่ๆ ประเทศชาติเสียสมองอัจฉริยะไปหนึ่งคน ปัจจุบันไม่มีใครสนใจว่าเด็กคนนั้นไปอยู่ที่ไหน ก้าวหน้าหรือถอยหลังอย่างไร? (ใครทราบข่าวช่วยเล่าให้ฟังบ้างนะ)
เป็นไปได้ไหมว่า เป็นการเรียนรู้ที่เน้นไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่นักเรียนสนใจ และถนัดอย่างเข้มข้นไปเลย โดยมีวิชาอื่นๆ เป็นส่วนประกอบ หรือผลพลอยได้ ไม่ใช่คนหนึ่งต้องเรียนทุกวิชา หรือ 8 สาระตามที่นักหลักสูตรได้กำหนดไว้ แต่ควรจะเด่นไปในสาระใดสาระหนึ่งโดยมีสาระอื่นเป็นสิ่งหรือสภาวะแวดล้อมให้เรียนรู้บ้าง
ตัวอย่างเช่น "นักเรียนสนใจเกมคอมพิวเตอร์ ครูก็ให้นักเรียนหาเกมมาเล่น แต่ต้องเรียนรู้ว่า เกมนั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครจะช่วยเขาได้บ้าง(แหล่งเรียนรู้)ก็ให้ไปหาเขา(แหล่งเรียนรู้)และเรียนรู้มา จนกว่าเขาจะสร้างเกมขึ้นมาได้เอง"
คราวนี้ลองมาวิเคราะห์ดูซิว่านักเรียนคนนี้ได้เรียนอะไรบ้าง? แน่นอน ๑. เขาต้องได้เรียนคอมพิวเตอร์อย่างเข้มข้น ๒. เขาต้องได้เรียนภาษาอังกฤษจากจอคอมพ์. จากการเขียนโปรแกรมเกม ๓. การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ๔. การใช้จินตนาการริเริ่มสร้างเรื่องราว ๕. ความคิดสร้างสรรค์นำเรื่องราวที่คิดขึ้นมาดัดแปลงเป็นเกม ๖. เรียนรู้การทำงานและเป็นอาชีพได้ ๗. เรียนรู้การสังคมกับคนอื่น คนที่ไปขอความรู้เขา คนที่มีหนังสือ บรรณารักษ์ห้องสมุดทุกห้องที่เขาไปใช้ คนอื่นที่เข้าไปอ่านหนังสือ ๘. ได้เรียนรุ้คณิตศาสตร์ที่มีอย่างเหลือเฟือในการเรียนรู้คอมพิวเตอร์ ๙. เรียนรู้ภาษาไทยที่ต้องทำรายงานส่งครูตามกติการ ๑๐. งานศิลปะ การออกแบบ สร้างภาพ การคิดคำนวณ ในเกม เท่านี้ไม่รู้ว่าพอหรือยัง? ลองไปคิดเพิ่มดูซี อาจเป็นสิบๆ สาระทีเดียว มากกว่าสาระที่ครูสอนเสียอีก
ปัญหา ครูจะมีความสามารถช่วยเหลือ สนับสนุนนักเรียนคนนั้นให้เดินทาง นั่งเรือไปถึงฝั่งได้หรือไม่? เท่านั้น อย่าให้เหมือนนักเรียนที่เล่าให้ฟังล่ะ ขายหน้าแย่เลย
อีกเรื่องหนึ่งก็ได้ "ได้ไปดูงานผ้าทอมือ ณ ที่แห่งหนึ่ง บังเอิญได้พบ ผอ. โรงเรียน ณ ที่นั้นด้วย เขาเขาอธิบายให้ฟังถึงลูกศิษย์ของเขาอย่างภาคภูมิใจเหลือเกิน ที่สามารถช่วยงานทอของพ่อแม่ได้ตั้งแต่นำฝ้ายมาปั่นเป็นเส้นด้าย แล้วนำมาทอเป็นผ้าลายสวยงามตามวัฒนธรรม ศิลปะ ประเพณีของเขา จึงถามประโยคหนึ่งว่า "นักเรียนคนนี้เก่งมาก จากที่เห็นเขาทำงานแทนพ่อแม่เขาได้ทุกขั้นตอนเลย แล้วเคยให้เกรดเขาในเรื่องการทอผ้าด้วยมือบ้างหรือไม่? คำตอบ คือ ไม่เคย เพราะไม่เกี่ยวกับกาเรียนการสอน
เป็นงัย นักเรียนแสดง Child-centered learning ให้ครูเห็นอย่างเด่นชัดเลย แต่ครูกับไม่รู้ว่านี่คือ การเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีการทอผ้าในครอบครัวเป็นแหล่งเรียนรู้ มีพ่อแม่เป็นภูมิปัญญา ทางศิลปะ หัตถกรรม วิทยาศาสตร์การย้อมสี มีลูกค้าให้ฝึกค้าขาย ได้ทั้งเรียนรู้คณิตฯ การสื่อสารด้วยภาษาไทย การออกกำลังกายทอผ้า ย้อมด้าย ตากด้าย ด้วยเทคโนโลยีพื้นบ้าน โดยมีหูก กี่ ด้าย กระสวยส่งด้าย เป็นสื่อ การป้องกันภัยจากการทำงาน การย้อม และอื่นๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และคนในชุมชน ครบสาระที่หลักสูตรต้องการไหม อาจจะแย้งว่าภาษาอังกฤษ ไม่เห็นได้เลย ก็อาจเป็นได้ ถ้าครูภาษาอังกฤษไม่ใส่ใจให้เขียนเรื่องราวทอผ้าเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ สั้น หรือคำพูดสำหรับแขกชาวต่างชาติที่มาดู ซื้อ ผ้า ของเขา
การคุยกันวันนี้ดูจะช่วยให้เข้าใจคำสำคัญ "(ความต้องการของ)นักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรุ้" ได้บ้าง พร้อมกับเห็นความสัมพันธ์ของวลีต่างๆ ในกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียนได้อย่างชัดเจน และเป็นประโยชน์กับท่านที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้บ้าง
สวัสดี พบกันใหม่นะ ในเรื่องสาระการเรียนรู้