วันนี้ขณะที่นั่งพิมพ์งานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ และได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้องให้คำปรึกษา แต่ยังไม่ได้ทันมองหน้า  และได้ยินเสียงว่า สวัสดีค่ะ  พี่อนงค์   เงยหน้าดู พบนิสิต  และเขาพูดว่า น้องเองค่ะ   เป็นนิสิตหญิงปีที่ 4   ที่เคยพักการเรียนได้  และได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ไม่บอกใคร เพราะ มีปัญหาสุขภาพจิต  เครียดเรื่องการเรียน  การเงิน  สับสนหลายเรื่อง นำไปสู่ปัญหาทางด้านสุขภาพจิต ครอบครัวตัดสินใจให้พักการเรียนเพื่อรักษาตัว

 

และถามว่า  พี่จำได้ไหม เมื่อปีที่แล้วได้มาปรึกษากับพี่นั่นแหละ  และมีอาการไม่สบาย ควบคุมตนเองไม่ได้ เรียนไม่รู้เรื่อง ผู้ปกครองจึงต้องนำตัวไปรักษาตัวที่บ้าน และได้พักการเรียนไป 1 ปี  แต่ขณะนี้หนูหายแล้ว กลับมาเรียนในปีนี้  และวันที่กลับมามหาวิทยาลัยไม่พบเพื่อนเลย  เพราะว่าเขาได้ออกไปฝึกงานของนิสิตปีที่ 4 หมดแล้ว แต่หนูต้องเรียนช้าไปหนึ่งปี  แต่ก็ไม่เป็นไร โชคดีที่ได้กลับมาเรียนอีก  ครั้งนี้จะพยายามตั้งใจให้สำเร็จให้ได้

 

น้องนิสิตมีความมุ่งมั่นมาก  พยายามรับฟังและเข้าใจ ให้กำลังใจ ชื่นชมในความตั้งใจของนิสิตเอง  เธอเข้มแข็งมากเมื่อมองย้อนไปในครั้งแรกที่เข้ามารับคำปรึกษา  และเธอเล่าว่า หลังจากหายป่วยแล้วก็ไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ ทำงานทุกอย่างที่ทำได้  เพื่อ เก็บเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับมาเป็นค่าเล่าเรียน จากการพูดคุยความคิด  ความรับผิดชอบ  มีความพร้อมเกือบ 100 % เธอขยัน และต้องการจะหางานทำเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของครอบครัวและพยายามตั้งใจเรียนให้สำเร็จการศึกษาตามความตั้งใจ และที่มาพบพี่อนงค์ อีกอย่างจะมาบอกเบอร์โทรศัพท์เบอร์ใหม่และเบอร์เก่าไม่ใช้แล้วค่ะ

ความรู้สึกของผู้ให้คำปรึกษา ปลื้มใจ และ รู้สึกชื่นชมนิสิต ดีใจ ที่น้องกลับมาเรียน  และมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ  และภูมิใจที่ผู้ใช้บริการได้กลับมาบอกเรื่องราว และตัวของเขาให้ผู้ให้คำปรึกษาได้รับทราบ ว่าว่าหลังจากให้คำปรึกษาไปแล้ว  ชีวิตของน้องเป็นอย่างไร และดำเนินชีวิตอย่างไร แม้ในครั้งแรกที่ก้าวเดินในเส้นทางของปัญหาที่พบอุปสรรคมากมาย 

ก็ยังไม่สายสำหรับการศึกษาเมื่อมีโอกาส เพียง เพราะครอบครัวให้ความรัก ความเข้าใจ และให้โอกาส  เพียงแค่นี้  น้องรายนี้ก็สามารถที่จะได้รับวัคซีนทางใจ เพื่อนำไปเผชิญกับโลกภายนอกได้อย่างมั่นใจ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแรงในการให้กำลังใจ  ให้น้องให้สามารถใช้ชีวิตต่อไปให้สำเร็จการศึกษาตามที่ตั้งไว้ต่อไป