ในอดีตการต้มเหล้าหรือหมักเหล้า จะทำกันในช่วงเทศกาลต่างๆ เพื่อเตรียมไว้รับแขกที่มาเยือนหรือเอาไว้ฉลองกันเองในครอบครัวจึงทำให้วิธี การทำสรถ.(สุราท้องถิ่น)มีความพิถีพิถัน......แต่ต่อมาหลังๆนี่เริ่มมีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้หัวใจของผู้ประกอบการบางท่าน (บางท่านนะครับ) เสียสมดุลทางความคิด มีการนำเอายาฆ่าหญ้าหรือยาฆ่าแมลง มาเป็นส่วนผสม ตามความเชื่อ(บ้าๆ)ว่ายิ่งเหล้าแรงยิ่งดี....ผลเสียจึงเกิดแก่ผู้บริโภค...

                 " ตะวาคึกคัก  วันนี้นั่งหมอง         (เมื่อวาน)                                        ไปกิ๋นเหล้าดอง  สุนยาฆ่าหญ้า      (ผสม)
                   เกยกิ๋นของดี  ม่วนใจ๋ถ้วนหน้า       (เคยกิน)(สุขใจ)
                   พอมีก๋านก๊า  คนแปร... "               (การค้า)

เมื่อวานดื่มกินสนุกสนานแต่พอวันนี้เมาค้างไม่สบายเพราะเหล้าผสมยาฆ่าหญ้า(เงินทองทำให้คนเปลี่ยนไป)

       เวลาเปลี่ยน......ใจคนเปลี่ยน.....ช่างกระไร........ใจหนอใจคน...........ฯลฯ ช่างเหลือเกินซะจริงๆ   แต่ว่าความเห็นแก่ตัวนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ...

   ในยุคสมัยก่อนๆ โน้น ผู้เฒ่าผู้แก่เคยเล่าว่าหนุ่มสาวเวลาเกี้ยวพาราสี  ก็จะมี ค่าวก้อม(กลอนสั้น) มาพูดจาหยอกล้อ กัน โต้ตอบกันเหมือนเพลง อีแซว หรือลำตัด ของทางภาคกลาง......

หนุ่มเกี้ยว :  น้องสาวหมู่นี่   อยู่ตี้ตางไหน     (กลุ่มนี้)(ที่ทาง)

                 เป๋นดีไค่ไป   มอบส่องห้องห้าง  (อยากจะไป)(แอบมอง)

สาวๆบ้านอยู่แถวไหนพี่อยากจะไปแอบซุ่มโป่งข้างห้อง

สาวแก้    :  บ้านน้องแต้  บ่ไก๋ป๋างจ๊าง  (แท้,จริง)(ไม่ไกลปางช้าง)

                อมฮอลล์เตียวตาง  หื้อสองเม็ดเสี้ยง     (เดินทาง)(ให้)(หมด)

บ้านน้องเหรออยู่ไม่ไกลจากปางช้างหรอกเดินทางใช้เวลาประมาณว่า อมฮออลล์ต่อเนื่องกันสองเม็ดพอฮอลล์หมดก็ใกล้ถึงแล้วล่ะ...

    ขอขยายความคำว่าอมฮอลล์เดินทางซักนิดนึงครับ  แถวๆชนบทสมัยก่อน เวลาบอกระยะทางก็จะบอกตามหลักกิโลเมตร ของทางหลวง นั่นเหละครับ แต่ส่วนที่เป็นทางที่แยกออกมาจากทางหลวง  มันกะระยะกันยาก ก็เลยนานาจิตตังครับ ที่ผมได้ยินมาก็คือถ้าเราถามชาวบ้านว่าว่า ไปหมู่บ้านข้างหน้าอีกไกลมั้ย  แล้วชาวบ้านตอบว่า " สองกิโล อมฮอลล ์" ก็หมายถึงว่า เดินไปจนสุดทางหลวงนี่สองกิโลเมตร พอพ้นเขตทางหลวง แล้วให้อมฮอลล์ อีกหนึ่งเม็ด ห้ามเอาลิ้นดุน ถ้าฮอลล์ละลายหมดเมื่อไหร่ ตดบ่าตันหายเหม็น      (ไม่อยากแปลครับอันนี้แหะๆ) ก็จะถึงแล้ว  ฮอลล์สมัยก่อนเนื้อจะแน่นมาก เม็ดนึง  อมเป็นชั่วโมงยังไม่หมด  แต่สมัยนี้ ดูเม็ดมันจะกลวงๆยังไงก็ไม่ทราบได้ เม็ดนึงไม่ถึงสิบนาที...... อย่าเครียดครับ สคบ.ไปดูหนุ่มสาวเกี้ยวกันต่อดีกว่าครับ....

หนุ่มเกี้ยว     :   เจ็บแข้งขาห้าน  ขึ้นบ้านบ่ไหว          (กะเผลก)

                      ขอนั่งจามไอ   กะล่างบ้านหล้า         (ใต้ถุน)

พี่เจ็บขาขึ้นไปบนบ้านไม่ไหวขอนั่งใต้ถุนบ้านได้มั้ย....

สาวแก้         :   นั่งเต๊อะนั่งเต๊อะ  บ่าใจตี้ไผ             (นั่งเถอะ)(ไม่ใช่)(ที่ใคร)

                      ข้างตี๋นขั้นใด   ฮ่อมนอนหมาโก้ง       (บันได)(หมาลายด่าง)

นั่งเถอะนั่งเถอะไม่ใช่ที่ของใครหรอก ข้างๆบันไดเป็นที่นอนของเจ้าด่างมัน.....

หนุ่มเกี้ยว     :    รถถีบขี้เหมี้ยง  ปั่นมาแอ่วสาว          (จักรยาน)(สนิม)(เที่ยว)

                      ตกห้วยน้ำงาว   เตี่ยวกะหรัดโซ่        (เป็นอาการกางเกงติดโซ่รถ)

ปั่นรถจักรยานเก่าๆเป็นสนิม มาเที่ยวหาสาวเจ้า แต่จักรยานตกห้วยแม่น้ำงาว เพราะขากางเกงติดโซ่

สาวแก้   :         นั่งง้มโก๊ะโง๊ะ  ยาโป๊ะหัวแม่ตี๋น    (นั่งก้มหน้า)(หัวแม่เท้า)

                      รถปิ้นจะลิ่ิ่น  ยังลู่แมนหน้า..ยังลู่แมนหน้า    (ตีลังกา)(ยังมาเสนอหน้า)          

มานั่งซึมอยู่ทำไม รถล้มแถมหัวแม่็เท้าก็เจ็บ  แล้วยังมาเสนอหน้าอีก......

พอได้ยินประโยคนี้แล้วก็เตรียมหาใบบัวบก ไปคั้นเอาน้ำมาต้มแก้ช้ำอกช้ำใจได้แล้วครับท่าน....

                                                   สรีสวัสดีครับ

                                                          รพี กวีข้างถนน