นี้เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม AAR ผมไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ และไม่เคยทราบเลยว่า คำว่า " AAR " นะจริง ๆ แล้วมีความหมายว่ายังไงเห็นเปิดอ่านบล๊อค บ่อยมากที่เจอคำนี้ ก็สงสัยมาตลอดเลยครับ แต่มาถึงวันสุดท้ายของงานประชุม เดินเข้าไปในห้องประชุมเห็นเขาจัดเก้าอี้ล้อมวงไว้ ยังคุยเล่นกับอาจารย์บ้างท่านเลยว่าสงใสจะเล่นเก้าอีดนตรี หรือเปินให้ทำ  SWOT ของแต่ละโครงงการ แต่สุดท้ายแล้วไม่ใช่ แต่ก็ดครับดีมากๆ หากสิ่งที่พูดออกมานั้นสามารถนำมากลั่นกรอง และผ่านกระบวนการวิเคระห์ เอาสิ่งที่ไม่ดีมาปรับปรุง เอาสิ่งที่มดีมาเป็นกำลังใจ นั้นแสดงไว้เราได้ประโยชน์จากตรงนั้นจริง แต่คงหน้าจะเสียได้มากหากว่า สิ่งที่ทุก ๆ ท่านแสดงออกมานั้นมันไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ ต่อไป

ผมคงสรุปสั้น ๆ ว่าได้อะไร จากการจัดงานครั้งนี้

  1. ความคาดหวังก่อนไปงาน
    • หวังว่าคงมีการแสดงความคิดเห็นของนักวิจัยในโครงงารต่าง ๆ อย่างหลากหลายเหมือนการระดมสมอง
    • คงมีการจัดทำคู่มือ และช่องทางการของทุนเพราะเข้าใจว่า นักวิจัยหลาย ๆ ท่านยังไม่ทราบว่า มีแหล่งทุนอะไรบ้าง และมีเมื่อไหร่
    • จำนวนผู้เข้างานเนืองจากที่ทางผู้จัดประเมินไว้ 100 คน
  2. สิ่งที่ได้ตำกว่าความคาดหวัง
    • จำนวนผู้เข้าประชุมตำกว่าที่ประเมินมาก ผมสรุปประเด็นที่คนเข้าฟังน้อยดังนี้ ตามความเข้าใจผมและจากประสบการณ์ในการจัดประชุมระดับประเทศมาสองสามครั้ง
      • การประชาสัมพันธ์ น้อยและช้า แต่ตรงช้านะผมเข้าใจว่าเป็นกระบวนการทำงานของแต่ละคณะ ซึ่งครั้งก่อนผมเคยสอบถามไปที่งานของภาคว่าเนื่องจากต้นเรื่องบางเรื่องของผมใช้เวลาเดินทางจากตึกมิ่งขวัญมาที่ภาค 6 วัน ครับเหมือนผมส่งจดหมายไปต่างประเทศเลย
      • ความไม่ชัดเจนของแบบตอบรับ
      • ความไม่เข้าใจในลักษณะงานประชุมของผู้ที่จะเข้าร่วมประชุม (ยกตัวอย่างผมก็ไม่เข้าใจ ต้องโทรถามมีนาหลายรอบมาก ต้องทำไงบ้าง) และเมื่อไม่เข้าใจก็ไม่ถาม ไม่พยายามที่จะเข้าใจ อันนี้คงโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ แต่คงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องปรับปรุง การจัดงานพยายามอย่าให้มีจุดไหนที่กลุ่มลูกค้าหรือเป้าหมายคิดเอง เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเขาจะไม่คิดและเราจะเสียกลุ่มนั้นไป
      • ช่วงเวลาของการจัดประชุม เป็นช่วงที่อาจารย์ทุกท่านต้องตรวจข้อสอบ โครงงานต่าง ๆ
    • เอกสารประกอบ ตามที่กล่าวไป คือสรุป ช่องทางแหล่งทุน  เดียวคราวหน้า ผมช่วยสรุปแหล่งทุนสำคัญ ๆ ไปให้ หากไม่ลืม ประเภทของทุน หากเปรียบการวิจัยเหมือนการซื้อและขายสิ้นค้า นักวิจัยเป็นผู้ขาย  วิจัยโครงการเหมือนสินค้า ผมว่า มน. มีนักขายเก่ง ๆ สิ้นค้าดี ๆ เยอะ ครับ แต่นักขายเหล่านั้นอาจจะยังไม่ทราบว่าสิ้นค้านี้จะขายที่ไหน ตลาดไหน จะซื้อสิ้นค้าประเภทนี้
      • แนวทางแก้ไข ละจะทำยังไง คงต้องช่วยกันคิดหลาย ๆ ท่านครับ แต่สำหรับผมคิดว่าควรมียกระดับหน่วยงานวิจัยให้มีหน้าที่และอำนาจมากกว่านี้ หน่วยงานหรือสำนักงานวิจัยและบริการ ยกตัวอย่างของ มจธ. "ควรหรือไม่ควรจะไปดูงาน"
      • สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวท.) จัดตั้งขึ้นตามประกาศพระราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 114 ตอนที่ 16 ก. เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้คือ ให้สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เพื่อเป็นแหล่งดำเนินการวิจัย การพัฒนาและการวิศวกรรม ถ่ายทอดเทคโนโลยีสหวิทยบริการ เพื่อสนองนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์และเน้นนโยบายการพึ่งพาตนเอง สร้างขีดความสามารถของภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาวิชาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ 
    •  ผู้ที่ดูแลหรือผู้บริหารระดับองค์กร คณะภาค ควรจะไป แต่นี้ไม่มี เมื่อต้นไผ่ไม่ไป มีแต่ใบกับกิ่งก้านไผ่ไป มันคงต้องใช้เวลานะครับที่จะให้ไผ่ต้นนั้น (ใผ่แห่งการวิจัย) จะลู่ลมไปในแนวทางเดียวกันแนวทางแห่งการวิจัย
  3. สิ่งที่ได้เกินความคาดหวัง
    • ความรู้สึก ในแง่ของความเป็นกันเอง ดีมากๆๆ
    • แนวคิดในการเขียนโครงการชุด เมื่อก่อนผมคิดเสมอว่าไปแล้วได้อะไร โครงการเราก็เขียนมาเยอะได้มากก็มาก แต่หลังจากที่ได้รับฟังอาจารย์พีรเดช แล้ว ย้อนกลับไปมองงานที่เราเขียนหากกลับเอามาเขียนใหม่คิดว่าคงเขียนได้ดีกว่านั้น ดีครับย่อมรับ หากบางครั้งเราคิดว่าของเราดีโดยที่ไม่ยอมรับอย่างอื่น
    • รู้จักนักวิจัยเพิ่มมากขึ้น แต่หากมีโอกาส ขอให้นักวิจัยแต่ละท่านแนะนำตัว กันด้วยระหว่างท่านอาหารหรือในห้อง หรือควรมีป้ายชื่อ แต่การแนะนำดีว่าป้ายชื่อ
    • เครื่อข่าย
  4. สิ่งที่ได้โดยที่ไม่ได้หวัง
    • ความสนุกสนาน การพักผ่อน
    • ความบันเทิง ไม่คิดว่า อาจารย์เสมอ จะร้องเพลงแนววัยรุ่น
    • การร่วมกลุ่ม สามัคคี ทำได้ทุกอย่างและทำได้ดีเกินคาด เช่น การร่วมร้องเพลงหมู
  5. สิ่งที่อยากเห็นและอยากให้เกิด
    • การจัดงานลักษณะนี้ต่อไป
    • สภากาแฟ งานวิจัย อาจจะจัดสักมุมหนึ่งในอาคาร หรือห้องไหน ไว้เจอกันสักอาทิตย์ละครั้งเป็นอบ่างน้อย  ที่ห้องพักผม ผมจะให้นักศึกษาที่ทำงงานกับผม มานั่งดืมกาแฟ คุยกันทุกวันอย่างน้อยวันละครั้ง มันได้อะไรมากกว่าการดืมกาแฟ
    • หน่วยงานที่ดูแลวิจัยและส่งเสริมการวิจัย
    • มหาลัยแห่งการวิจัยจริง ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้

นั้นคือความรู้สึกจริง ๆ และคิดว่าหลาย ๆ ท่านคงรู้สึกเหมือนกัน เจอกันอีกครั้ง