อีแซว ประชัน หมอลำ..
ควันหลง...เฮฮาศาสตร์ ๕...(ฟื้นไข้มาเล่าต่อ)
เช้าวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เมื่อรับประทานอาหารเช้ากันแล้ว (เราช่วยกันบริการ ช่วยกันล้าง บางทีก็ช่วยกันทำด้วย) ก็เริ่มเข้าสู่กิจกรรมกระบวนการ คณะวิทยากรให้สมาชิกนอนหลับตามสบายให้ฟังเสียงดนตรีขลุ่ยที่น้องจิเป่า และกีตาร์ ที่อ.ประสาท ดีด จากนั้นจึงให้สมาชิกได้มีโอกาสเล่าความรู้สึกทั้งจากสิ่งที่ได้ฟังและการที่ได้มาร่วมกิจกรรม กิจกรรมช่วงแรกทำกันชั้นบนของอาคารแห่งมหาชีวาลัยอีสาน แต่ต่อมาได้ขยับขยายลงมาข้างล่าง



คราวนี้อ.ประสาท กับน้องจิ เล่นดนตรีไปตามอารมณ์โดยไม่ต้องคำนึงถึงโน้ต สมาชิกปล่อยอารมณ์ไปตามเสียงดนตรี น้องจิและอ.ประสาท(กีตาร์เทพ)เล่นได้ไพเราะมาก น้องจินั่งหลับตาและเป่าขลุ่ยไปตามอารมณ์ที่ถูกถ่ายทอด เป็นบทเพลงที่แต่งขึ้นสดๆ โดยที่ทั้งสองคนไม่ได้นัดกันมาก่อน ต่างคนต่างเล่น มีอารมณ์อย่างไรก็บรรเลงไปอย่างนั้น...แต่น่าประหลาด..เสียงดนตรีในวันนั้นช่างไพเราะอย่างลึกล้ำ....ผมได้คุยกับน้องจิว่าหนูเป่าเพลงอะไร..น้องจิ..ถามกลับว่า..หนูไม่รู้ตัวหนูเหมือนไม่ได้ยินว่าหนูเป่าอะไรออกไป..ครูช่วยบอกหน่อยซิว่าหนูเป่าอะไรออกไป....เป็นเรื่องน่าแปลก..

จากนั้นวิทยากรก็จัดกิจกรรมอีกหลายกิจกรรมให้เราได้ศึกษา เรียนรู้พื้นภูมิซึ่งกันและกันผลัดกันฟังผลัดกันเล่า พยายามอย่าใช้พื้นที่ให้มากกว่ากัน เช่นบางคนอาจผูกขาดการพูดในกลุ่มมากว่าคนอื่น เมื่อฟังเพื่อนเล่าเรื่องของเพื่อนแล้วให้ผู้ฟังสรุปเรื่องที่ผู้เล่าเล่าให้ฟัง ว่าตรงกับที่ผู้เล่าเล่าไหม การแบ่งกลุ่มมีทั้งจับเป็นคู่และจับเป็นกลุ่ม
ผมขอผ่านเรื่องมาถึงกิจกรรมตอนบ่ายสมาชิกแต่ละภาคจะต้องช่วยกันทำอาหารเพื่อนำมาให้สมาชิกรับประทานในมื้อเย็น แต่ละภาคก็เตรียมอาหารพื้นเมืองมาโชว์กันเต็มที่ ผมอยู่ภาคกลางซึ่งมีป้าจุ๋มเป็นแม่ครัวมืออาชีพ จึงสบายไปหลายอย่าง วันนี้ทีมภาคกลางที่นำโดยป้าจุ๋ม นำเสนออาหาร ๒ อย่าง อย่างหนึ่งคือ แกงส้มชะอมทอด กับอาหารว่าง เมี่ยงคำ ผมรับหน้าที่แต่งบทแหล่แนะนำอาหาร น้องจิ น้องโจ้ ทำหน้าที่ร้องแหล่ เมื่อเริ่มรับประทานอาหารปรากฏว่าแกงส้มชะอมทอดของป้าจุ๋ม..ขายดี..หมดก่อนใคร
ตกเย็นต่อค่ำที่ลานเวทีดงไผ่ แห่งมหาชีวาลัยอีสาน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ คณะหมอลำและหมอขวัญได้จัดขบวนบายศรีสู่ขวัญแห่เข้ามาน้องจิแต่งชุดแม่เพลงอีแซวร่วมขบวนด้วยคณะหมอขวัญได้สูดขวัญ(ร้องบทเรียกขวัญ)โดยย่อ และทำพิธีผูกด้าย พ่อครูบาผูกให้ผมเป็นคนแรกๆแล้วก็ผูกให้สมาชิกทุกคน

จากนั้นหมอลำก็เริ่มแสดง ร้องกลอนลำเรื่องราวของพ่อครูบา ภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่และเรื่องการอนุรักษ์สิ่งที่มีค่าล้ำ เมื่อหมอลำจบลงก็ถึงเวลาเพลงอีแซว จากโรงเรียนบางลี่วิทยา จังหวัดสุพรรณบุรี

การแสดงในวันนี้มีน้องโจ้เป็นพ่อเพลง น้องจิเป็นแม่เพลง น้องนีน่า เป็นคนรำลูกคู่ ครูพิสูจน์ เป็นคนตีกลองตะโพน น้องสายลม เป็นคนตีฉิ่งและเป็นคนตีตะโพนสลับกับครูพิสูจน์ น้องเอก ตีกรับและช่วยตีกลองบ้าง
การแสดงเริ่มต้นด้วยการไหว้ครูเป็นการถือพานนั่งร้องของพ่อเพลงแม่เพลงทั้งสองคน จากนั้นก็เริ่มออกตัว และร้องรำ สอดแทรกด้วยมุกตลก และเพลงพื้นบ้านหลายชนิด ทั้งเพลงยั่ว เพลงเกี่ยวข้าว เพลงพานฟาง เพลงสงฟาง เพลงทรงเครื่องเรื่องแก้วหน้าม้า บางครั้งครูพิสูจน์ก็ลุกขึ้นมาช่วยร้องช่วยเล่าประกอบการแสดง



ในช่วงท้ายครูพิสูจน์ ได้นำชื่อของสมาชิกชาวเฮฮาศาสตร์ ที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มาเรียงร้อยแล้วร้องเป็นเพลงอีแซว ชื่อใดที่ตกไปหายไป ก็ร้องเพิ่มกันสดๆโดยมีน้องจิช่วยด้นสดๆและช่วยตีกลองไปร้องไป คนใดที่มาทีหลังหรือขาดตกไปก็ได้ขออภัยกันไว้ การแสดงเพลงอีแซวในคืนนั้นนานเกือบ ๒ ชั่วโมง ท่ามกลาง พ่อ แม่ พี่ น้อง ลุง ป้า ตา น้า อา ของน้องจิ ที่มาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม และส่งเสียงเชียร์บ้างแซวบ้างอย่างสนุกสนาน เมื่อได้เวลาพอสมควรน้องจิและน้องโจ้ก็ร้องบทลาและอวยพรท่านผู้ชม
คืนนั้นมีผู้มีอุปการคุณมอบมาลัยน้ำใจ...มีธนบัตรติดมาให้น้องจิ น้องโจ้ และน้องนีน่า ด้วย พวกเราชาวบางลี่วิทยา ขอกราบขอบพระคุณชาวเฮฮาศาสตร์ทุกคนที่มาให้กำลังใจและชมการแสดงของลูกหลานอย่างอบอุ่น ขอบคุณน้องสายลม น้องเอก ขอบใจน้องนีน่า ที่ร่วมแสดงด้วย ขอขอบพระคุณ โล่รางวัลเกียรติยศที่มอบให้ เพลงอีแซวโรงเรียนบางลี่วิทยา ขอบพระคุณ ลุงเอก ป้าจุ๋ม ที่อุปการะน้องจิ น้องโจ้ และครูพิสูจน์ ให้ได้เข้าร่วมกิจกรรมดีๆในครั้งนี้ เราจะไม่ลืมพระคุณ
ขอบพระคุณพ่อครูบาสุทธินันท์ ที่ให้ความเมตตาทั้งวิทยาทาน วัตถุทานและน้ำใจล้นเหลือ
ขอบคุณแม่ครัว ขอบคุณเพื่อนสมาชิกคุณหมอ คุณครู ผอ. อาจารย์ นักวิชาการเกษตร เพื่อนสมาชิกหลากสาขาอาชีพ วิทยากร และบุคลากรทุกฝ่ายที่ร่วมกันจัดกิจกรรมครั้งนี้ครับ...ผมคงเอ่ยชื่อไม่หมด..แต่ทุกคนอยู่ในหัวใจผมนะครับ...อ.ขจิต










คนที่บ้านบอกให้พักผ่อนมากๆๆก็ไม่เชื่อ ขอให้หายเร็วๆๆนะครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ พ่อจ๋า
อาการดีขึ้นแล้วใช่ไหมค่ะ พักผ่อนมากๆนะค่ะ น้องจิเป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้พ่อเจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^
เป็นห่วงอาจารย์มากนะคะ ขอให้แข็งแรงเร็วๆค่ะ
ขอบคุณ..อ.ขจิต...คุยกับอ.พรรณาแล้วหรือยัง...เป็นไงตัวจริงเสียงจริง..ครูหมวดผม
ขอบพระคุณ คุณพี่ศศินันท์ ผมไม่ได้ไปเยี่ยมพี่เสียนาน..จนคุณพี่ต้องมาเยี่ยมไข้ผม...ซาบซึ้งใจมากครับ
จิราภรณ์ ลูกรัก..พรุ่งนี้แล้วซินะ..ที่ลูกของพ่อจะเริ่มชีวิตการเรียนในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยพี่พ่อรักและเคยเรียนมาก่อน...จงสืบสานวัฒนธรรมและพัฒนาความรู้สู่อนาคตที่สดใสนะจ๊ะ..รักห่วงใย..และพร้อมจะช่วยเหลือตลอดเวลา
ประทับใจในบทบาทครูในดวงใจ
ห่วงใยในโรคาพาธ
ทราบว่าค่อยยังชั่วก็เบาใจมานิดหนึ่ง
สวัสดีครับอาจารย์พิสูจน์
มายกมือด้วยคน อิอิ
อาจารย์ฟื้นไข้แล้ว ดีจังค่ะ ^ ^
ขอบคุณ..หมอเจ๊..ไชโย้...ผมมีหมอกิตติมศักดิ์ประจำตัวแล้ว..ขอบคุณมากครับ..สำหรับคำแนะนำที่มีประโยชน์มาก..ผมจะเชื่อหมอ...มีอะไร..จะปรึกษาครับ
ขอบพระคุณ พ่อครู ผู้สร้างสรรค์
ครูบาสุทธินันท์ ผู้ยิ่งใหญ่
ขอขอบคุณ มหาชีวาลัย
ขอฝากรัก เอาไว้ บุรีรัมย์
ขอขอบคุณ คำแนะนำและสิ่งดีๆที่มอบให้ ครับ คุณสมนึก
ขอบคุณ อ.สายลม ตีกลองได้เก่งกว่าผมเสียอีก...วันนั้นผมตีผิดตีถูกเพราะ..ประสาทสั่งงานไม่ทัน
ตกลงผมจะทำตามคำแนะนำ...แต่ตอนที่แต่งสดๆ..อาจจำไม่ได้นะครับ..ขาดใครช่วยบอกผมจะเติม...รอสักพักนะครับ...จะนำมาเสนอครับ
ขอบคุณครูโย่ง...ยินดีทำตามคำขอนะครับ..รอต้นฉบับสักหน่อยนะครับ
ขอบคุณอ.ดวงพร...สำหรับคำอวยพรและความห่วงใย..ซึ้งใจครับ
ขอบคุณและซาบซึ้ง...มากๆ..ในน้ำใจและไมตรีจิต..ของ..รศ.ดร.กมลวัลย์ คนสวย คนเก่ง คนดี ..ของเราครับ