
Afforestation with Eucalyptus globulus and leaf litter decomposition in streams of northern Spain
Authors: Pozo J.1; Basaguren A.1; El?segui A.1; Molinero J.1; Fabre E.2; Chauvet E.2
Source: Hydrobiologia, Volumes 373-374, 1998 , pp. 101-110(10)
สรุปย่อ : เมื่อเปรียบเทียบการย่อยสลายของใบยูคาลิปตัสกับต้น Alder ในแม่น้ำทางตอนเหนือของสเปนพบว่าใบของยูคาลิปตัสย่อยสลายได้ช้ากว่า และมีแร่ธาตุอาหารในใบน้อยกว่า

Allelopathic Effect of Eucalyptus on Soil Characteristics and Growth of Maize
Author: M. Ayyaz Khan, Tahir Afzal Khitran, M. Safdar Baloch and M. Zubair Sulemani
Source: Pakistan Journal of Biological Sciences 2(2):390-393, 1999 Sarhad Journal of Agriculture (Pakistan)
สรุปย่อ : ผลการทดสอบความเป็นพิษของใบยูคาลิปตัสโดย Gomal University ประเทศปากีสถาน เมื่อปี 1999 พบว่ามีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของข้าวโพด โดยทำให้เปอร์เซ็นต์ความงอกลดลง ชะลอการงอกของเมล็ด การเจริญเติบโตของรากและต้นอ่อนลดลงโดยเปรียบเทียบความสูงและน้ำหนักกับข้าวโพดที่ปลูกโดยไม่ผสมกับน้ำคั้นใบยูคาลิปตัส นอกเหนือจากนี้แล้วยังทำให้ดินทุกชุดที่ทำการทดลองมีสภาพเป็นกรดมากขึ้น และมีระดับของฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้น

Man-made Versus Natural Forests in Mid-Yunnan, Southwestern China
Plant Diversity and Initial Data on Water and Soil Conservation
Researcher : Cindy Q. Tang, Xiuli Hou, Kai Gao, Tiyuan Xia, Changqun Duan, and Denggao Fu Department of Ecology and Environmental Science, School of Life Sciences, Yunnan University, Kunming
Year : 2007
สรุปย่อ : ผลการวิจัยของ Yunnan University ของจีนเมื่อปี 2007 โดยเปรียบเทียบสวนยูคาลิปตัสกับสวนป่าชนิดอื่น พบว่าสวนป่ายูคาลิปตัสพบความหลากหลายของพืชชนิดอื่นน้อยที่สุด การรับน้ำฝน(interception)ต่ำสุดพอๆกับสวนป่าสน มีการชะล้างธาตุอาหารสูง ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำสุดเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ปลูกไม้พุ่มเตี้ยๆ ป่ากึ่งธรรมธรรมชาติ ป่าขั้นที่สอง ป่าสมบูรณ์(climax forest)

The Allelopathic Effects of Eucalyptus camaldulensis
Roger del Moral, Cornelius H. Muller
American Midland Naturalist, Vol. 83, No. 1 (Jan., 1970), pp. 254-282
สรุปย่อ : ผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกา มักพบว่าในพื้นที่ที่มีการปลูกยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส จะไม่ค่อยพบพืชอื่นๆในบริเวณด้านล่างและใกล้เคียง ผลดังกล่าวเกิดขึ้นจากยูคาลิปตัสมีสารพิษประเภท Cineole and alpha-pinene โดยการทดลองที่ทำทั้งในห้องทดลอง โรงเรือนกระจก และการทดลองในภาคสนาม พบว่าความเป็นพิษมีผลน้อยในดินที่เป็นดินทราย มีผลระดับปานกลางในสภาพดินที่ระบายน้ำไม่ดี ระบายอากาศไม่ดี สภาพดินตื้น และดินที่มีอนุภาคเนื้อละเอียดเป็นองค์ประกอบ(colloidal content)

Soil Nitrogen Mineralization under a Eucalyptus Plantation and a Natural Acacia Forest in Senegal
F. BERNHARD-REVERSATLaboratoire d’Ecologie Végétale ORSTOM, B.P. 1286, Pointe-Noire (Congo)
Year 1987
สรุปย่อ การศึกษาพบว่าปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจนในแปลงที่ปลูกพืชตระกูลถั่ว Acacia ในเซเนกัลมีสูงถึง 40-50 ppm เมื่อเปรียบเทียบกับ 11-14 ppm ของพื้นที่ปลูกยูคาลิปตัส

ผลกระทบของแทนนินต่อระบบนิเวศน์บางประการของดินจากการปลูกยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิสอายุต่างกัน
ผู้ดำเนินการ 1. นางนิตยาพร ตันมณี . นายเกรียงศักดิ์ หงส์โต . นายปรีชา โพธิ์ปาน
สรุปย่อ
ผลจากการศึกษาพบว่า การสะสมของแทนนินในแปลงดินที่ปลูกยูคาลิปตัสอายุ 17 ปี มีปริมาณสูงสุดในทุกฤดูและทุกระดับความลึก รองลงมาเป็นแปลงดินหญ้า และต่ำสุดเป็นแปลงดินที่ปลูกยูคาลิปตัสอายุ 4 ปี แสดงว่ามีการสะสมของแทนนินตามอายุของยูคาลิปตัส
พบว่าแปลงดินที่ปลูกยูคาลิปตัสมี nitrifying bacteria ต่ำสุดเพราะถูกยับยั้งด้วยแทนนินที่สะสมในแปลงดินที่ปลูกยูคาลิปตัส ผลการทดลองนี้เป็นไปในแนวเดียวกับผลงานวิจัยของ Rice และ Pancholy (1973) ซึ่งทำการทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่า แทนนิน เพียง 2 ppm สามารถยับยั้ง nitrification ในดินได้

ผลกระทบของใบยูคาลิปตัสต่ออัตราการงอกของเมล็ดพืช
ผู้ทดลอง นายรตน หิรัญ
ปี พ.ศ.2543
บทสรุป การใช้ใบยูคาลิปตัสสดละเอียด 15 กรัมต่อทราย 1 กิโลกรัมมีผลทำให้ ถั่วลันเตา , ถั่วดำ , ถั่วแดง และถั่วฝักยาว ทั้ง 4 ชนิดมีเปอร์เซ็นต์การงอกเฉลี่ยลดลงมากที่สุดคือ 10.875 และในการใช้ใบยูคาลิปตัสแห้งละเอียด 15 กรัมมีเปอร์เซ็นต์การงอกเฉลี่ยคือ 14.8125 เมื่อเปรียบเทียบกับการใส่ใบยูคาลิปตัสปริมาณน้อยกว่าที่ 0, 5 และ 10 กรัม

ผลกระทบของการปลูกยูคาลิปตัสต่อคุณสมบัติดินและระบบนิเวศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ทำวิทยานิพนธ์ เดชชัย ศิริวัฒนกาญจน์
ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ หอมจันทน์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัณหา บุญพรหมมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชรัตน์ มงคลสวัสดิ์
ปี พ.ศ. 2532
สรุป พบว่า - การใส่อินทรียวัตถุจากใบยูคาลิปตัส ของพืชที่ทดสอบ 9 ชนิด ได้แก่ ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วลิสง, ถั่วพุ่ม, กระถิน, ข้าวโพด, ข้าวฟ่าง, ปอแก้ว และงา ลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นพืช 2 ชนิด ได้แก่ ปอแก้ว และ ถั่วพุ่ม ซึ่งแม้เปอร์เซนต์ความงอก จะลดลงที่ระดับการใส่อัตราสูง แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ - ในการตรวจวัดระดับน้ำใต้ดินในสวนป่ายูคาลิปตัส เปรียบเทียบกับระดับน้ำใต้ดินนอกสวนป่า เป็นเวลาต่อเนื่องกัน 48 สัปดาห์ พบว่า ระดับน้ำใต้ดินในสวนป่ายูคาลิปตัสอยู่ลึกกว่า 2 เมตร ตลอดระยะเวลาที่ศึกษา ในขณะที่ระดับ น้ำใต้ดินในจุดที่อยู่ในระดับเดียวกันของพื้นที่มีระดับน้ำใต้ดินในระดับที่ตื้นกว่า 2 เมตร

ผลกระทบของการปลูกยูคาลิปตัสต่อคุณสมบัติดินและการผลิตพืชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ผู้ทำการทดลอง ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ หอมจันทน์ ผศ.ดร.ชรัตน์ มงคลสวัสดิ์ นายเทพฤทธิ ตุลาพิทักษ์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการสนับสนุนของ USAID และสถาบันวิจัยและพัฒนา มข.
พ.ศ. 2532
สรุป ข้อมูลการวิจัยฯบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า การปลูกสวนป่ายูคาลิปตัส ซึ่งมีขนาดพืชตั้งแต่ 70-80 ไร่ขึ้นไปมีผลกระทบต่อระดับน้ำใต้ดิน โดยจะมีผลทำให้ระดับใต้ดินภายในสวนป่าลดต่ำลงกว่านอกสวนป่าเฉลี่ยในรอบ 36 สัปดาห์ ไม่น้อยกว่า 93 ซม. ไม่สอดคล้องกับรายงานของDabral(1970) และเริงชัย(2530)ระบุว่า Eucatyptus camaldulensis ใช้น้ำอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าไม้หว้า ไม้จามรี กระถินณรงค์ ประดู่แขกและขี้มอด แต่สอดคล้องกับรายงาน ของสะอาด (2531) ซึ่งพบว่าอัตราการใช้น้ำของ ยูคาลิปตัสตลอดทั้งปีเ ท่ากับ 1,200 มม./ปี เทียบ กับไม้สนซึ่งมีอัตราการใช้น้ำเพียง 760 มม./ปี
ในการศึกษาตลอดช่วงเวลา 7 เดือน แสดง ว่า ใบยูคาลิปตัสมีอัตราการสลายตัวที่ช้ามากเมื่อเทียบกับอินทรีย์วัตถุชนิดอื่น แม้แต่ฟางข้าว ใบมะม่วงและใบกระถินณรงค์
ข้อมูล จากผลกระทบของอินทรีย์วัตถุจากยูคาลิปตัส ต่อเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ด ปรากฏว่าอินทรีย์วัตถุจากใบยูคาลิปตัสมีผลทำให้เปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดพืชลดลงยกเว้น ปอแก้วและถั่วพุ่ม

ผลกระทบของการปลูกยูคาลิปตัสบนคันนาต่อพืชไร่ที่ปลูกในนา
ผู้ศึกษา Craig, I. A. and M. Saenlao. 2531. ผลกระทบของการปลูกยูคาลิปตัสบนคันนาต่อพืชไร่ที่ปลูกในนา. ใน: รายงานการสัมมนาระบบการทำฟาร์ม ครั้งที่ 5 : . ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2531 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ. น.108-116.
สรุปย่อ
ปอแก้วที่ปลูกก่อนข้าวเจริญเติบโตช้าลงอย่างเห็นได้ชัด มีผลกระทบเป็นระยะทางถึง 20 เมตร จากต้นยูคาลิบตัสต้นพืชที่ได้รับผลกระทบจะมีอาการแคระแกรน และชะงักการเจริญเติบโตไปด้วย แม้ว่าอัตราการใส่ปุ๋ยจะเพิ่มปริมาณมากกว่าเดิมก็ตาม ก็ไม่ทำให้ต้นพืชที่ได้รับผลกระทบจากต้นยูคาลิบตัสเจริญเติบโตขึ้นเลย และการตัดต้นยูคาลิบตัสทิ้งก็ไม่ได้แก้ปัญหาในช่วงสั้น ๆ ได้อีกเหมือนกัน ในกรณีถั่วลิสงก็เหมือนกันคือ โต้ช้า ฝักแก่ช้า และความ งอกลดลง ในช่วงที่ห่างจากต้นยูคาลิบตัสระยะ 15 เมตร ตรงกันข้าม ปอแก้วและถั่วลิสงที่ปลูกในระยะห่างออกไปจากระยะที่กำหนดดังกล่าวจะงอกงามและเจริญเติบโตเป็นปกติ ผลผลิตของพืชทั้งสองก็เหมือนกันยิ่งใกล้ปลูกต้นยูคาลิบตัสมากก็ยิ่งลดลงมาก ส่วนผลผลิตข้าวที่เป็นพืชปลูกตามมาก็จะลดลงเหมือนกัน เฉพาะบริเวณใกล้ต้นยูคาลิบตัสแต่ปริมาณการลดลงจะน้อยกว่า จากข้อมูลที่ได้มาชี้ให้เห็นว่าการแย่งความชื้นในดินของต้นยูคาลิบตัส เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดผลกระทบอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ควรจะพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วยเพราะว่าผลกระทบเกี่ยวกับความชื้นในดินมีความสัมพันธ์กับความมีประโยชน์ของธาตุอาหาร และสารพิษ (Allelopathy) เป็นต้น

|
องค์การอนามัยโลกให้คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก ว่า “เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจต้านภัยบุหรี่”
มีคำถามจากเกษตรกรจำนวนมากเรื่องผลกระทบการปลูกยูคาลิปตัส แต่ผลตอบแทนที่ค่อนข้างมาก โดยไม่ต้องดูแลมากนักช่วยจูงใจให้เกษตรกรตัดสินใจปลูกได้ง่าย (เพราะอยากปลูกอยู่แล้ว)
ข้อถกเถียงเรื่องปลูกดี/ไม่ดี คงมีต่อไป
ขอบคุณสำหรับข้อมูลชิ้นนี้ครับ
+ สวัสดีค่ะ
+ ดีใจจังเลยที่ท่านนำเสนอข้อมูลนี้
+ เพราะที่บ้าน..พ่อได้เอาที่ดินแปลงหนึ่งไปปลูกยูคาลิปตัส
+ เคยเถียงพ่อเหมือนกัน..ว่าปลูกทำไม..ปลูกยางพาราดีอยู่แล้ว
+ แต่พ่อไม่สนใจ...จะปลูกซะอย่าง...พ่อเป็นอย่างนี้ทุกที
+ เดี๋ยวขออนุญาตนำข้อมูลนี้ไปอ่านให้พ่อฟัง....จะได้รู้ซะที
ค่อยๆ แนะนำนะครับ..ผู้ใหญ่ส่วนมาก จะไม่ค่อยเชื่อเด็ก..ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ
น้องกวิน
+ สวัสดีค่ะ...คุณกวิน
+ จะมาขอนำพุทธภาษิตของท่าน พระพยอมที่ ท่านกวินเสนอไว้ที่ที่ อ.ทนัน + ความว่า " ทำดี แต่ไม่ละชั่ว เหมือนแต่งตัว แต่ไม่อาบน้ำ. ละชั่ว แต่ไม่ทำดี ก็เหมือนอาบน้ำ แต่ไม่แต่งตัว"
+ ไปเตือนใจใคร ๆ รวมทั้งตัวเอง ที่ต้นมะม่วงของโรงเรียนตอนเรียนวิชาลูกเสือค่ะ...เด็กจะได้เข้าใจง่ายขึ้น...
+ ขออนุญาตนะเจ้าค่ะ