แม่หวีซิ่ง 

เมื่อวานผมเปลี่ยนแผนกระหันหันกลางทุ่งกุลาร้องไห้ ชั้นแรกตั้งใจออกจากสุรินทร์ไปนอนขอนแก่น ดูแผนที่แล้วเราต้องย้อนกลับทางเดิม ใกล้บ้านเต็มที จึงเลี้ยวเข้าไปนอนบ้าน ฝนตกพรำๆสบายเผลอหลับทั้งคู่ ตอนหัวค่ำท่านเล่าฮูกรุณาโทรฯมาเตือนว่าควรจะต้องออกเดินทางตี4 เครื่องออกจากขอนแก่น07.55.  เราตื่นมาตี5..เอาละสิจะทันหรือไม่ทัน แปรงวันอย่างเดียวน้ำไม่ต้องอาบ รีบเผ่นออกบ้านแบบด่วนมหาภัย สตึก-ขอนแก่น ใช้เวลาเหยียบคันเร่ง2ชั่วโมงเป๊ะ

เรียนวิชาม็อบศาสตร์

ปกติชอบพักโรงแรมเก่าแก่ข้างสนามหลวง เพราะใกล้ที่ประชุม คุ้นเคยกับพนักงานโรงแรม แถมยังได้ใกล้ชิดบรรยากาศการเมืองภาคพลเมืองอีกด้วย บรรดาหัวกะทิหางกะทิก็จะมาชุมนุมกันที่โรงแรมนี้ ..แต่เพื่อนบุญธรรมหรือใครต่อใครต่างร้องห้ามเสียงหลง ฟังข่าวทีวีแล้วทุกคนเตือนแข็งแรงห้ามไปพักเด็ดขาด อีกทั้งจะนัดคุยกันด้วย ถนนราชดำเนินปิดจะเข้า-ออก ได้ยังไง?

บทที่1บทเรียนการเมืองที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆใช่ว่าจะหาเรียนได้ง่ายๆ ผมสอบถามพนักโรงแรม..ถ้าจะไปพักจะมีปัญหาอะไรไหม? เข้า-ออกสะดวกไหม ได้คำตอบว่ายังไม่รุนแรงอะไร สามารถเข้าออกได้เพียงแต่จะต้องซิกแซกตามซอกซอยบ้าง แหมแบบนี้ก็ถูกใจโก๋แก่สิขอรับ

  

บทที่2 ผมโชคดีมาก ได้นั่งแท็กซี่ที่มีความรอบรู้เรื่องโรงแรมและเส้นทาง ผมบอกว่าจะไปพักโรงแรมรัตนโกสินทร์ ท่านน้า..ร้องฮ้า!! จะไปร่วมเดินขบวนหรือ? ผมบอกว่าเปล่า..เพียงแต่อยากจะเป็นไทยมุงดูเหตุการณ์ด้วยตนเอง หรือถ้าโชคดีอาจจะได้คุยกับท่านผู้นำ..

 

บทที่3คุณน้าแท็กซี่ประเมินสถานการณ์ให้ฟังเป็นฉากๆ..อย่างผู้รอบรู้ ตำรวจปิดถนนเส้นไหน? จากไหนถึงไหน? มีจุกกั้นตรงไหน?..พร้อมกับแนะนำว่าถ้าไม่ตั้งใจมาเดินขบวนก็อย่าไปพักเลย ถ้าคันในหัวใจมากนัก  พักที่โรงแรมอื่นแล้วค่อยย่องมาสังเกตการณ์น่าจะดีกว่า จะได้หลบอิฐ รองเท้า ไม้ตะบองได้ตามอัธยาศัย

บทที่4 ผมมีรายการสุนทรีสนทนากับ<ป้าจุ๋ม<กอล์ฟ<ลุงเอก ประเมินความสะดวกแล้ว ตัดสินใจพักโรงแรมแถวสี่แยกพญาไทตามคำแนะนำ

..พนักงานต้อรับ ทักทายถามเป็นภาษาอะไม่รู้..สุดท้ายลงที่..คุณลุงเหมือนคนญี่ปุ่น

โถ..หน้าบ้านนอกอย่างนี้รึจะไปเหมือนชาวญี่ปุ่น

ลุงคนไทยทั้งแท่งจ๊ะ มาจากบ้านนอก

ถ้าจะคิดอัตราที่พักราคาคนบ้านนอกจะขอบใจมาก

อีสาวต้อนรับคิกๆ ..ไม่มีหรอกคุณลุง โรงแรม4-5ดาวเขาคิดราคามาตรฐาน คนไทยอาจจะลดลงนิดหน่อย ยังไม่มีอัตราพิบ้านนอก ราคาจึงยังแพงอยู่ดี..ที่พักกว้างขวาง มีโต๊ะเก้าอี้ประชุมย่อยในห้องสบายๆ มีสายอินเตอร์เน็ทเตรียมไว้ให้ เดินทางสะดวก มีรถไฟฟ้ามาจ่อ อีกทั้งอยู่ใกล้ราชเทวี เดินไปประชุมก็ยังได้ รึจะแอบไปเชียร์ม๊อบก็ยังไหว

บทที่5 มีคนถามว่า..ผมยืนอยู่กับขั้วการเมืองเวลานี้ อธิบายว่า..ผมพอรู้จักบ้างทั้ง2-3ขั้ว พรรคการเมืองฝ่ายค้านชวนให้เป็นกรรมการที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม พรรครัฐบาล รู้จักบ้าง รัฐมนตรี รองนายก หรือแม้แต่ท่านอดีตนายกก็เคยกินข้าวกันเมื่อคราวมาเยือนอีสาน ส่วนฝ่ายพันธมิตรที่กำลังเคลื่อนไหวมีหลายท่านเคยจะจ๋ากัน และหลายท่านเคยมานอนที่สวนป่า

ถาม..ผมยืนอยู่ข้างไหน?

ตอบ..ผมยืนอยู่ข้างเฮฮาศาสตร์

มีแนวทางเกี่ยวกับการบ้านการเมืองอย่างไร? 

..ผมสนใจเรื่องการสร้างสังคมสันติสุขสมานฉันท์

..ผมสนใจการสร้างเครือญาติเอื้ออาทร ไม่ซ้าย ไม่ขวา ขอยืนตรงกลาง

..ผมสนใจการใช้G2K. เป็นเครื่องมือประสานคนดีมีความรู้ มารวมพลังเพื่อเสริมสร้างสังคมสันติภาพ

..กอด เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงใจสายใยรักของชาวเฮฯ ผมมีน้ำยาเพียงนี้ เหมาะที่จะทำอย่างนี้ แต่ก็สนใจติดตามความเป็นไปของบ้านเมือง และมองว่าการเมืองในบ้านเราเหมือนไม้หลักปักขี้เลน บริบทหน้าที่พลเมืองมีน้อย ความรู้และสำนึกร่วมจึงเกิดขึ้นน้อย เมื่อเกิดวิกฤติในบ้านเมือง จึงใช้สติปัญญาได้น้อย ไม่มีความรู้เพียงพอที่จะไปแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และยังไม่มีภูมิคุ้มกันอย่างแท้จริง

..จะเลือกตั้งแต่ละที

ถึงจะมาพูดถึงสิทธิหน้าที่ ประชาธิปไตยไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง แจกใบแดง

..จะก่อม็อบแต่ละที

ถึงจะมาชักชวนคนไทยให้ลุกขึ้นรักชาติ แฉคอรัปชั่น แฉเรื่องจ่ายค่าโง่

ถ้าสภาพการเมืองเป็นอย่างนี้ กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาอยู่ในระดับนี้ ตอบไม่ได้ว่าจะจัดให้คนไทย มีการเรียนรู้อย่างเป็นระบบในหลักสูตรการศึกษาทุกระดับชั้นอย่างไร? ตอบไม่ได้ว่าคนไทยจะมีสำนึกต่อประชาธิปไตยด้วยวิธีใด กฎกติกาบ้านเมืองจึงพลิกคว่ำพลิกหงาย ไม่มีสติปัญญาที่เข้มแข็ง พอที่จะมาบริหารประชาธิปไตยให้เป็นปกติ

การก่อม็อบ ไปตัดสินไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด

แต่ประเมินว่าประชาธิปไตยประเทศนี้อยู่ในขั้นไหน?

รัฐธรรมนูญไทยยังอ่อนไหว

ทำให้คนขวัญอ่อนตกใจ

โอนไหวเหมือนเห็น ใบตองแห้ง!

อิ อิ ..