คุณศิราณี ศรีหาภาค มาเล่าเรื่องกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุ ที่ รพ.น้ำพอง ขอนแก่น ได้ร่วมมือใจกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมขึ้นค่ะ ...
ที่อำเภอน้ำพองทำเรื่องผู้สูงอายุมานานมาก พื้นที่มี 800 กว่า ตร.กม. เป็นบริเวณที่ราบ มีแม่น้ำพองไหลผ่าน มีการปกครอง 12 ตำบล อบต. 10 แห่ง และ 3 เทศบาล ตอนนี้มี 159 หมู่บ้าน
โครงสร้างประชากร เมื่อประมาณ ปี 2547 พบว่าประชากรผู้สูงอายุ 8% กว่าๆ แต่ ณ ปัจจุบัน ระยะเวลาแค่ประมาณ 5-6 ปี ประชากรเพิ่มเป็น 11.7% ชาย 6,000 กว่า หญิง 7,000 กว่า จำนวนผู้สูงอายุมีมากขึ้น ที่อายุ 80 และ 100 ปีขึ้นไป เยอะขึ้น ตอนสุดท้ายที่สำรวจ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป มี 12 คน
เมื่อเราทำงานอยู่ใน รพ.น้ำพอง สิ่งที่เราเห็นก็จะมีแต่ตัวโรค อันดับแรกของผู้ป่วยนอก คือ เบาหวาน ความดัน และผู้ป่วยใน คือ เบาหวาน ความดันเหมือนกัน แต่เมื่อกลับเข้าไปดูในชุมชน สังคม วิถีชีวิตของอีสานในวันนี้ก็คือ มีแต่ผู้สูงอายุ กับเด็ก ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านก็มีภาระที่จะต้องเลี้ยงหลานด้วย และหนุ่มสาวก็ทำงาน ที่น้ำพองมี โรงงานอุตสาหกรรม 21 แห่ง จึงมีคนทำงานในภาคอุตสาหกรรมเยอะ
มีผู้สูงอายุที่มีความพิการ และส่วนหนึ่งยังมีปัญหาเรื่อง ความสิ้นไร้ บางคนก็ไม่มีเลขบัตรประชาชน ไม่มีสิทธิใดๆ
การดำเนินงานเรื่องสาธารณสุข เราทำในเรื่อง "ภาคีเครือข่าย" ... ร่วมกันระหว่าง องค์กรปกครองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ รพ. เจ้าหน้าที่ สอ. ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น ศูนย์ผู้สูงอายุ พระสงฆ์ อสม.
รูปแบบการทำงานที่จุดเด่นของเรา ก็คือ การทำงานในเรื่อง Community based ในเรื่องของชุมชน เพราะถ้าจะดูวิถีชีวิตของผู้สูงอายุจริงๆ แล้ว จำนวนวันที่เขาอยู่ในชุมชนมากกว่า เพราะฉะนั้น ต้องเล่นเชิงรุก
เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน
-
เราดำเนินการตั้งแต่ ปี 2543 คือ ... สนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีการรวมหมู่กัน ... - ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออกกำลังกาย ... สร้างเครือข่าย ... รวมทั้งให้มีการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน นี่เป็นวัตถุประสงค์ระยะแรก ในปี 2543-2546
-
แต่พอปี 2547-ปัจจุบัน จำนวนประชากรสูงขึ้นมาก เจ้าหน้าที่ก็มีจำนวนจำกัด ... ก็คิดกันว่า เราต้องมีการดูแลศักยภาพเครือข่าย ให้กลุ่มที่มีความเข้มแข็ง แข็งแรง และสร้างภาคีเครือข่ายผู้สูงอายุให้เกิดขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้มีการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โดยชุมชนเอง เป็นวัตถุประสงค์เพิ่มเติม
-
การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เราทำใน กิจกรรมช่วงไปวัด เพราะว่าผู้สูงอายุอีสานไปวัดช่วงเพล เราก็ให้เขาไปไวขึ้นนิดหนึ่ง ... มีการวัดความดัน ตรวจสุขภาพ ให้สุขศึกษาโดยเจ้าหน้าที่
-
กลุ่มของชุมชนเอง ก็จะมีการรวมกลุ่มออกกำลังกายทุกวัน ช่วงเวลาที่เขาไปเพล
-
มีการไปติดตามทุกๆ ชุมชนเดือนละ 1 ครั้ง
-
จุดเด่นของน้ำพอง ในเรื่องการออกกำลังกาย ... เราไม่ใช้ตัวเจ้าหน้าที่ แต่ใช้ผู้สูงอายุในชุมชน มีแม่คำเบา เป็นชาวบ้านที่เจ็บป่วย ซึ่งต่อมามาเริ่มออกกำลังกาย จนร่างกายแข็งแรง และเข้ามาเป็นแกนนำผู้สูงอายุร่วมกับ รพ. แม่คำเบาทำงานตามเวลาราชการ จะมีรถไปรับ และไปด้วยกันตามหมู่บ้านต่างๆ ไปออกกำลังกาย
-
มีการรับประทานอาหารร่วมกับผู้สูงอายุ
-
และมีการจัดตั้งกองทุนผู้สูงอายุ เพื่อดูแลเยี่ยมเยียนกัน เงินมีไม่มาก แต่ใช้สำหรับผูกข้อต่อแขน เวลาที่เจ็บป่วย เราไปเยี่ยมเยียน แต่ละกองทุนมีเงินตั้งแต่ ระดับพัน ถึงเป็นเรือนแสน
-
เพราะเรามีกลุ่มที่ดูแลอยู่ตรงนี้ 55 กลุ่ม ครอบคลุมเกือบ 70% ของหมู่บ้านทั้งหมด
-
ทุกๆ ปี เราจะมีการมาพบปะ เครือข่ายส่งเสริมผู้สูงอายุ คือ การจัดวันผู้สูงอายุ มีการตรวจสุขภาพประจำปี
-
ผลของการสำรวจสุขภาพผู้สูงอายุที่ผ่านมา
-
เรามีกลุ่มผู้สูงอายุที่รวมกลุ่มในชุมชน และมีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ มีจำนวนถึง 55 กลุ่ม และกลุ่มเหล่านี้มีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องทุกเดือน
-
มีกลุ่มที่ออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้งประมาณ 50 กว่า%
-
และที่สำคัญคือ เกิดเครือข่ายผู้สูงอายุระดับตำบล ระดับอำเภอ และมีการพัฒนาจากกลุ่มส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ไปสู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในชุมชนแบบบูรณาการ จำนวน 2 ชุมชน
การที่เราทำงานผู้สูงอายุได้นั้น ก็คือ
- อันแรกสร้างให้ผู้สูงอายุมีการรวมตัวกันก่อน และก็จะมีการพัฒนาให้ผู้สูงอายุเหล่านั้นมีความเข้มแข็งขึ้น
- และผู้สูงอายุเหล่านั้นที่พัฒนาเข้ามาอีกระดับหนึ่ง คือ การให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการดูแลกันแบบบูรณาการเกิดขึ้น
- การดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการตรงนี้ ก็จะใช้อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งทุกที่ ณ ปัจจุบันนี้ ก็เริ่มที่จะมีการหันเข้ามาในเรื่องของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ
- ที่น้ำพองที่ทำในเรื่อง อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ มีวัตถุประสงค์เพื่อ
... ให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
... พัฒนาหารูปแบบในการดูแลผู้สูงอายุ
... ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ
... ส่งเสริมป้องกันรักษาฟื้นฟูผู้สูงอายุในชุมชน
... ส่งเสริมสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ - กิจกรรมที่ทำ
... จัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน
... การอบรมอาสาสมัคร ได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์อนามัยที่ 6 พมจ. และ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีการจัดอบรม อผส. 1 คน อย่างน้อยจะได้ผ่านการอบรม 2 ครั้ง ครั้งแรกเน้น จิตอาสา ครั้งที่สอง เน้นฝึกทักษะในการประเมินคัดกรอง
... และการเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ - ทีมกลางจะมีการกำหนดให้ อผส. ไปดูแลผู้สูงอายุอาทิตย์ละ 5 วัน แต่ในขั้นปฏิบัติ เช่น
-
ศูนย์ผู้สูงอายุบ้านหัวบึง
... เขาเข้าไปกำหนดผู้สูงอายุในชุมชน มีการจัดกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน เพราะว่า อผส. เขาไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ทั้งหมด ก็จะแบ่งเป็น กลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี กลุ่มที่เจ็บป่วยแต่ช่วยเหลือตัวเองได้ กลุ่มที่ 3 เจ็บป่วย และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือพิการ
... กลุ่มที่ 3 อผส. จะเข้าไปเยี่ยม ไปดูแล
... ส่วนกลุ่มที่ 2 และ 1 จะใช้เรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ คือ ให้มีรวมกลุ่มกัน และออกกำลังกาย เน้นการส่งเสริมสุขภาพเป็นหลัก
... มีการออกเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุตามละแวกบ้าน จะรวมกลุ่มกันไปเยี่ยมผู้สูงอายุเป็นคณะ เดือนละ 1 ครั้ง มีการบันทึกการดูแลหลังการเยี่ยม
... ที่นี่ อผส. ไม่มีเงินเดือน เป็นเรื่องของจิตอาสา การดูแลกันแล้วอยู่เดิม เราก็ไปเพิ่มในเรื่องวิธีการดูแลสุขภาพ
... มีการรวมกลุ่มผู้สูงอายุออกกำลังกายในชุมชน เดือนละ 1 ครั้ง
... มีอาสาสมัครไปสำรวจผู้สูงอายุที่มีปัญหาเดือดร้อนในชุมชน ใครเดือดร้อน ก็จะทำเรื่องขอรับการช่วยเหลือจากศูนย์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ จังหวัดขอนแก่น
... เราทำเรื่องการคัดกรองโรค สิ่งที่พบเป็นปัญหา คือ เรื่องของโรคในช่องปาก
... กิจกรรมนอกจากนี้ คือ มีการจัดทำลานกะโหลกกะลา นวดฝ่าเท้า
... อผส. ของเราวัดความดันผู้สูงอายุได้ทุกคน
... มีการอบรมเรื่องการนวด แพทย์แผนไทย
... มีการติดตามเยี่ยม อผส. โดย รพ. สัปดาห์ละ 1 ครั้ง อผส. จะมีเบอร์โทรศัพท์ของ พยาบาลอยู่ ใครเป็นอะไร ก็โทร. เข้าหากันได้ รพ. ก็จะเข้าไปดูแลได้
... มีการจัดตั้งกองทุน อาสาสมัครผู้ดูแลผู้สูงอายุด้วยกันด้วย เพื่อใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ
... มีการจัดตั้งกองทุนผ้าป่า
... มีการจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัว
.. และวางแผนทำกิจกรรมทุกเดือน -
ที่ศูนย์ผู้สูงอายุบ้านเจริญ
... ผู้สูงอายุจะรวมตัวกันมาเดินตอนตี 4 ไปเรียกหมอแดง พยาบาลชุมชนพาไปเดินตลาด
... และกลับมานวดฝ่าเท้า ลานกะโหลกกะลา ตรงนี้ผู้สูงอายุชอบ -
ที่ศูนย์ผู้สูงอายุตำบลสะอาด คล้ายบางสีทอง เพราะ อบต. เข้มแข็ง
... มีการจัดงบฯ สนับสนุน
... มีโครงการ ของ พม. ทำเรื่องอาสาสมัครดูแลผุ้สูงอายุ ปี 49 และเมื่อเงินหมด อบต. ก็รับผิดชอบ
... มีกิจกรรมผู้สูงอายุเกิดขึ้น
... กิจกรรมสัญจร
... การจัดรวมกลุ่ม
... มีโครงการต่างๆ มากมาย
... และ JICA เข้าไปทำกิจกรรมด้วย
... แต่ว่า Budget ที่ลงไปมาก ก็ไม่เป็นธรรมชาติของชุมชน ก็อาจเกิดปัญหาตามมาต่างๆ นานา
แนวทางที่กำลังมองอยู่ในอนาคต ของที่น้ำพอง คือ เราวางแผนว่า จะมีการจัดอบรม อผส. ให้ครบทั้งตำบล และจะมีการประชุมผู้สูงอายุทั้งตำบล สร้างแผนผู้สูงอายุขึ้นมาเอง เพราะ อบต.ไม่เข้มแข็ง กลุ่มนั้นก็จะเป็นสมัชชาผู้สูงอายุของตำบลพังกุย และจะนำไปเสนอกับ อบต. เพื่อรับการช่วยเหลือ อย่างบูรณาการทั้งตำบล
อ.พงษ์ศิริ กล่าวความประทับใจในตอนท้ายไว้ว่า
"ที่น้ำพอง มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุได้อย่างหลากหลาย และมากมาย โดยเฉพาะผมชอบแม่ทองเบา ทำงานทุกวัน ... อันนี้เป็นตัวอย่างที่เราต้องค้นหาผู้ที่สนใจ แบบนี้ และเอาไปเป็นผู้นำ ในการส่งเสริมสุขภาพ"