เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อกำหนด KVพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรปี2551
เมื่อวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2551 ผมได้มีโอกาสไปร่วมเวทีเสวนาสร้างความเข้าใจเพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตร ปี2551 ณโรงแรมหลุยส์ แทเวิร์น กรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กำหนดการพัฒนาโดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคชุมชน เกษตรกร มีหลักการรวมคน ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการ และร่วมรับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นการพัฒนาบนฐานความรู้ (Knowledge Based) โดยมีการปรับปรุงระบบส่งเสริมการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

การสัมมนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติ์จากท่านทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มาให้นโยบาย พร้อมได้กำหนดให้ระบบส่งเสริมการเกษตรเป็นวาระของกรมส่งเสริมการเกษตรในปี 2551 ด้วย นับว่าเป็นความโชคดีนักส่งเสริมการเกษตร ต่างได้รับพลังใจเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุตามเป้าหมาย พร้อมได้มองเห็นเป้าหมายในการทำงานที่สอดคล้องกันทุกระดับ โดยฐานความรู้ ที่เรียกว่าKnowledge Based

ช่วงของการเสวนาและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ ผู้เข้ารับการสัมมนา ได้รับเกียรติ์จากท่านอภิชัย จึงประภา รองอธิดีกรมส่งเสริมการเกษตรฝ่ายส่งเสริมและฝึกอบรม ได้ให้เกียรติ์มาบรรยายพิเศษ เรื่องการปฏิบัติงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร ซึ่งนักส่งเสริมการเกษตร ต่างก็ได้รับข้อแนะนำการปฏิบัติงานตามแนวทางระบบส่งเสริมการเกษตร ปี2551(ฉบับปรับปรุงใหม่ ) โดยให้ทุกจังหวัดได้คัดเลือกอำเภอนำร่อง อย่างน้อย 1 อำเภอ เพื่อเป็นการพัฒนาทีมงาน จากระดับกรม ระดับเขต และระดับจังหวัด ได้เป็นร่วมเรียนรู้เพื่อการพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรในระดับอำเภอ โดยมีเป้าหมายทั้งพัฒนาบุคลากร พัฒนางาน พัฒนาองค์กร นับว่าเป็นหัวปลา ( KV )เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็น่าจะได้

เวทีเสวนาย่อยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเล่าประสบการณ์ในการทำงาน ซึ่งผู้จัดได้ กำหนดประเด็นเรื่องการทำงานร่วมกับศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วย คุณประเวศ พลเสน (เกษตรอำเภอหนหนองหญ้าไทร จ.สุพรรณบุรี ) คุณสมเกียรติ์ ยุพาพิน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหญ้าไทร จ.สุพรรณบุรี คุณธวัช ทองโสภา ประธานศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองหญ้าไทร จ.สุพรรณบุรีและนายสมชาติ นาควิโรจน์ (นวส.6ว.จากจ.พัทลุง )นับว่าเป็นBest Practice )ในการถ่ายโอนภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตรแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบหนึ่ง
ในเวทีนี้กระผมได้มีโอกาสไปเล่าประสบการณ์ในการทำงานประเด็น แนวทางพัฒนาการเกษตรระดับตำบล กรณีจังหวัดกำแพงเพชรได้มาอย่างไร ความจริงแล้วผมได้มีการบันทึกองค์ความรู้ในการจัดทำแนวทางพัฒนาการเกษตรระดับตำบล ไว้เมื่อปี พศ. 2544 แล้ว แต่เรามีการนำฐานข้อมูลมาปรับใช้ถึงในปัจจุบันนี้ โดยเคยผ่านเวที PAP เวทีชุมชน เพื่อให้ชุมชนเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูล ภายใต้กรอบแนวคิด คือ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เน้นการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล แผนพัฒนาการเกษตรต้องมีความเห็นชอบและความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชน ต่อมาช่วง ปี 2548 เป็นต้นมามีการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล 3 ปีร่วมกับ อปท.

ระยะการพัฒนาของแนวทางพัฒนาการเกษตรระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ในปี2550-2551 โดยจังหวัดกำแพงเพชร ได้จัดทำโครงการจัดทำข้อมูลการเกษตรเชิงแผนที่ ที่เรียกว่า Overlay Mapping โดยนำวิธีวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งสอดคล้องกับการจัดทำแนวทางพัฒนาการเกษตรระดับตำบล โดยใช้แผนที่ของสถานีพัฒนาที่ดินกำแพงเพชร โครงการชลประทานกำแพงเพชร ปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร และส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลมาซ้อนทับ และวิเคราะห์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้านGIS และจัดทีมเจ้าหน้าที่ ลงไปพื้นที่จริงโดยใช้เครื่องมือ GPS ตรวจสอบพิกัดที่ได้จากแผนที่ในคอมพิวเตอร์
จะเห็นได้ว่าแนวทางพัฒนาการเกษตรระดับตำบลมีความสำคัญต่อนักส่งเสริมการเกษตรในยุคปัจจุบัน จะต้องมีความเข้าใจในการสำรวจข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล โดยให้ชุมชนมีการตรวจสอบข้อมูล ใช้หลักการมีส่วนร่วม ตลอดจนนำแนวทางพัฒนาการเกษตรด้านพัฒนาการผลิต ด้านพัฒนากลุ่มอาชีพ ด้านการพัฒนาการตลาดสินค้าเกษตร ด้านวิธีการทำงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่แผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล ต่อไปได้นะครับ
เกษตรยุคใหม่ทันสมัยก้าวไกลจริงๆๆ
หวัดดีครับ