ขอต้อนรับนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ภาคการศึกษาที่ 1 ประจำปี 2551 จำนวนทั้งสิ้น 7 คน ได้แก่
1. แม่ชีฉวีวรรณ อ่อนน้อม
2. นายบุญเลิศ ระงับทุกข์
3. นายวัฒนพงษ์ ขันทองดี
4. นางสาว ศศิธร กันเรือง
5. นางสาวสกุลรัตน์ โรจนพรพิรักษ์
6. นางสาวสุมณฑา โชติกรณ์
8. นางสาววรรณา อินทรเกษม
เอกสาร PowerPoint ประกอบการบรรยาย
ครั้งที่ 1 :
แนะนำการเรียนการสอน และภาพรวมของวิชาการบริหารสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
ครั้งที่ 2 :
แนวคิดการจัดการศึกษาและองค์การ
ครั้งที่ 3 :
แนวคิดพื้นฐานการบริหารสถานศึกษา
ครั้งที่ 4 :
แนวคิดพื้นฐานการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
ครั้งที่ 5 :
แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับผู้บริหารสถานศึกษาระดับโลก
ครั้งที่ 6 :
เครื่องมือทางการบริหาร
ครั้งที่ 7 :
เทคนิคทางการบริหาร : การบริหารแบบเบ็ดเสร็จ
ครั้งที่ 8 :
เทคนิคทางการบริหาร : ระบบคุณภาพ
ครั้งที่ 9 :
เทคนิคทางการบริหาร : แนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ
ครั้งที่ 10 :
เทคนิคทางการบริหาร : การสร้างสมรรถนะเชิงการแข่งขัน
ครั้งที่ 11 :
แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ การวางแผน และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กร
ครั้งที่ 12 :
แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
ครั้งที่ 13 -14 :
การศึกษาดูงาน
ครั้งที่ 15 :
นำเสนอข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะสถาบันการศึกษา (กรณีศึกษา) เพื่อความเป็นเลิศ
ครั้งที่ 16 :
สอบปลายภาค/นำเสนอข้อค้นพบ และข้อเสนอแนสถาบันการศึกษา (กรณีศึกษาที่นักศึกษาทำงาน) เพื่อความเป็นเลิศ
แสดงความคิดเห้น วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน 2551
วิชาการบริหารสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ นับว่าโชคดีมากที่ได้เรียนวิชานี้ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ในการที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานในสถานศึกษาที่เราสอนอยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในฐานะที่เราเป็นผู้สอนด้วย เราสามารถความรู้ความเข้าใจในการเรียนวิชานี้ไปประยุกต์และพัฒนาความสามารถในการสอน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทางการศึกษา
*ปัญหา* ทำไมระบบการศึกษาของโรงเรียนในเมืองดีกว่าโรงเรียนในชนบท ทั้งที่บุคลากรของโรงเรียนเป็ยบุคคลที่มีความสามารถและจบปริญญาตรีและปริญญาโทเหมือนกัน ?
*** ด้วยเพราะข้าพเจ้าเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ได้รับการศึกษามาจากโรงเรียนในชนบท มีความคิดว่าการศึกษาของโรงเรียนในชนบทนั่นมีประสิทธิภาพทางการศึกษาค่อนข้างน้อยมาก ซึ่งปัจจัยที่สำคัญ เช่น
1. ครู เช่น การนำความรู้ความสามารถของครูมาถ่ายทอดให้นักเรียน
2. นักเรียน เช่น ระดับสติปัญญาของเด็ก
3. สื่อและอุปกรณ์ทางการศึกษา เช่น หนังสือ สมุด เครื่องมือเทคโนโลยี เป็นต้น
4. ฐานะทางครอบครัว เช่น ปัญหาความยากจน เป็นต้น
เหล่านี้...ถือว่าเป็นปัญหาที่โรงเรียนในชนบทนั้นประสบอยู่ ซึ่งต่างจากโรงเรียนในเมืองนั้น มีเพียบพร้อมทุกอย่าง
...................................................................................
ปล. ท่านใดมีความเห็นอย่างไร...โปรดชี้แนะ..เพื่อการพัฒนาการศึกษาสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนในชนบท...สาธุ
การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ นายวัฒนพงค์ ขันทองดี
การบริหารเป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการระเบียบอย่างเป็นระบบ คือ มีเกณฑ์และทฤษฎีที่พึงเชื่อถือได้ อันเกิดจาการค้นคว้าเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อประโยชน์ในการบริหาร โดยลักษณะนี้ การบริหารจึงเป็นศาสตร์ (Science) เป็นศาสตร์สังคม ซึ่งอยู่ในกลลุ่มเดียวกับวิชาจิตวิทยา สังคมวิทยา และรัฐศาสตร์
แต่ถ้าพิจารณาการบริหารในลักษณะของการปฏิบัติที่ต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และทักษะของผู้บริหารแต่ละคน ที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งเป็นการประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมการบริหารก็จะมีลักษณะเป็นศิลป์ (Arts)
ลักษณะเด่นของการบริหาร คือ
1. การบริหารต้องมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย
2. ต้องอาศัยปัจจัยบุคคลเป็นองค์ประกอบสำคัญ
3. ต้องใช้ทรัพยากรบริหารเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน
4. ต้องมีลักษณะการดำเนินการเป็นกระบวนการทางสังคม
5. ต้องเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างกลุ่มบุคคล 2 คนขึ้นไป
6. ต้องอาศัยร่วมมือร่วมใจเพื่อภารกิจบรรลุวัตถุประสงค์
7. เป็นการร่วมมือดำเนินการอย่างมีเหตุผล
8. มีลักษณะเป็นการตรวจสอบผลการปฏิบัติงานกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
9. การบริหารไม่มีตัวตน แต่มีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์
ความคิดเห็นส่วนตัวในหลักการบริหารจริงๆแล้วเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนซึ่งผู้บริหารต้องใช้จิตวิทยา ทฤษฎี ประสบการณ์ และบ่อยครั้งที่ผู้บริหารมักนั่งกุมขมับ เพราะการบริหารงานไม่เดิน หรือไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวัง เนื่องจากความแตกต่างและ
รายละเอียดปลีกย่อย บางครั้งผู้บริหารมักจะมองข้ามบางจุดไป หรือมั่นใจในตนเอง เกินไปหรือเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
กระผมมีความมั่นใจว่าเมื่อเรียนรายวิชานี้แล้วสามารถนำไปประยุกต์ ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนาในสายงานต่อไปในอนาคต
ประเด็นคำถาม
1. การบริหารมีความสำคัญต่อองค์กรหรือไม่ อย่างไร?
2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารให้ประสบผลสำเร็จ ควรยึดหลักการใดบ้าง
3. ทฤษฎีการบริหารมีความสัมพันธ์ต่อการนำไปปฏิบัติ คือ ?
ครั้งที่ ๑
ความรู้สึกของข้าพเจ้าที่มีต่อวิชาการบริหารสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ คือ การเรียนวิชานี้ เป็นรายวิชาที่มหาวิทยาลัยมกุฎราชวิทยาลัยได้กำหนดเป็นหลักสูตรให้นักศึกษาปริญญาโท สาขา การจัดการศึกษา ได้ศึกษาเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาสถาบันของตนเองให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับสถาบันอื่น ๆ ซึ่งข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ผู้ที่จะได้ประโยชน์จากวิชานี้คือ
๑. ผู้บริหารสถาบันการศึกษา
๒. บุคลากร
บุคคลทั้งสองกลุ่มนี้ สามารถนำความรู้ที่ได้ศึกษาไปพัฒนาสถาบันของตนให้เจริญก้าวหน้าและเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองในอนาคตต่อไป
คำถาม
ในสังคมยุคโลกาภิวัฒน์ในยุคปัจจุบัน การประกันคุณภาพ ถือเป็นหลักการหนึ่งที่เป็นที่กล่าวถึงอย่างแพร่หลาย จึงเป็นที่มาของการประกันคุณภาพของการศึกษา จงอธิบายว่าเหตุใดจึงต้องมีการประกันคุณภาพของการศึกษาดังกล่าว
ความรู้สึกที่มีต่อการเรียน
ความรู้สึกแรก คือ ความรู้สึกต่ออาจารย์ผู้สอน คือ ดร.กีรติ ยศยิ่งยง เป็นอาจารย์ที่บอกได้เลยว่า สุดยอด สามารถสอนนักศึกษาในรายวิชาที่เกี่ยวกับการศึกษาได้อย่างแม่นยำชัดเจน สามารถตอบคำตอบได้ทุกคำถาม ถือได้ว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิของวงการศึกษาไทยท่านหนึ่งโดยแท้จริง
ความรู้สึกที่สอง คือ ความรู้สึกที่มีต่อรายวิชาการบริหารสถาบันการคึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ถือได้ว่าเป็นรายวิชาเอกของอนาคตผู้บริหารทางการศึกษาที่ต้องเรียนรู้เป็นอย่างมาก เพราะสามารถที่จะนำไปบริหารสถานศึกษาของตัวเองเพื่อความเป็นเลิศในอนาคต และคาดไม่ถึงว่าอาจารย์ลงมือสอนเพียงแค่ครั้งสองครั้ง หรือเพียงแค่ดูเนื้อหาวิชาที่อาจารย์จะสอน ก็ทำให้เราสามารถคาดการถึงอนาคตของผู้บริหารยุคใหม่หลายคนที่จะเข้ามาบริหารสถานศึกษาเพื่อนำพาวงการศึกษาไทยให้พัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน
ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ ดร.กีรติ ยศยิ่งยง ที่ยอมสละเวลาอันมีค่าของท่านเข้ามาสั่งสอนศิษย์หลายๆคนของสาขาการจัดการศึกษา เพียงเพื่อต้องการให้นักศึกษาจบออกไปเป็นมหาบัณฑิตที่มีคุณภาพทัดเทียมกับสถาบันการศึกษาอื่น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า....ว่าที่มหาบัณฑิตทุกท่านคงจะนำความรู้ต่างๆที่ท่านอาจารย์สั่งสอนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อวงการศึกษาไทยกันอย่างเต็มที่รวมถึงตัวของผมด้วย
ประเด็นคำถาม
เราจะทำอย่างไรในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการบริหารสถานศึกษาให้ประสบผลสำเร็จ...ขอท่านผู้รอบรู้โปรดตอบด้วยนะครับ
ความรู้สึกต่อวิชาการบริหารสถาบันเพื่อความเป็นเลิศ
ข้าพเจ้ามึทัศนะว่า วิชาการบริหารสถาบันเพื่อความเป็นเลิศ นั้นเป็นการเรียนรู้ทักษะในการบริการว่า ในการบริหารนั้นมีรูปแบบอย่างไรบ้าง และเมื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารสถาบัน ว่าต้องมีข้อควรพิจารณาอะไรบ้าง หากว่าเราพิจารณาอาจแบ่งได้เป็น
1.ปัจจัยภายใน
ลักษณะพจุดเด่นขององค์กร ร ลักษณะด้อยของสถาบัน
2.ปัจจัยภายนอก
ปัจจัยสภาพแวดล้อม และข้อจำกัด ต่าง
เมื่อผู้บริหารได้พิจารณา ปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบคอบดีแล้ว ทำค้นหารูปแบบในการบริหารในสถาบัน ที่เหมาะสมกับเฉพาะสถาบันนั้นๆ
การเกิดมาเป็นคน การศึกษาเป็นส่วนที่สำคัญของชีวิต ผู้ปกครองหลายคนได้ทุ่มเทกำลังกาย ใจ ทรัพย์สมบัติ เพื่อให้บุตรหลานเข้าสู่ระบบหวังผลในอนาคตคือการเป็นคนดี มีคุณภาพ สามารถช่วยเหลือตนเองได้เป็นที่พึ่งพาของคนอื่นได้ มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อชะตากรรมของประเทศชาติบ้านเมือง มหาวิทยาลัย คือมหาวิทยาลัยที่มีจำนวนคนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าไปเพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตนักศึกษาที่ได้เข้าสู่ระบบการเรียนมาหลายปี บางคนใช้เวลาสั้นบ้างยาวบ้างก็ตามศักยภาพของแต่ละคนที่ต้องพยายามให้จบการศึกษาอันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการเรียน
บุคลากรในโรงเรียนซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า “บุคลากรในโรงเรียนมีความสำคัญต่อการบริหารฯ” เพราะบุคลากรฯเป็นผู้รับผิดชอบฯและดำเนินการเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ทั้ง วัสดุ อุปกรณ์ และการจัดการต่างๆ เพื่อการบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียนให้ประสบกับความสำเร็จได้นั้นผู้บริหารฯต้องสร้างภาวะผู้นำและควรยึดหลักวิชาที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาบูรณาการไปสู่การปฏิบัติที่เน้นการมีส่วนร่วมอย่างมุ่งมั่นและจริงจัง ดังนี้
1. มีความซื่อสัตย์สุจริต ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของการบริหาร เพราะจะต้องทำเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อให้เกิดความศรัทธาและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุคลากร ผู้ใต้บังคับบัญชา ดังคำกล่าวที่ว่า “แบบอย่างที่ดีย่อมอยู่เหนือคำสอนอื่นใด”
2. มีความยุติธรรม การบริหารงานด้วยความเสมอภาค เป็นกลาง และยุติธรรมกับทุกคน ซึ่งทำให้ลดความขัดแย้งภายในโรงเรียนได้
3. มีความมุ่งมั่น ขยัน อดทน และเป็นคนสู้งาน บุคลากรฯ จะเห็นการทำงานและจะนำไปเป็นแบบอย่าง โดยยึดหลักว่า “สอนให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น”
4. มีความรับผิดชอบสูง “ ความรับผิดชอบ” เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่ง เพราะ ความรับผิดชอบทำให้งานประสบความสำเร็จ แม้ในบางครั้งงานที่สำคัญของโรงเรียนเกิดความผิดพลาด ในฐานะผู้บริหารฯ จำเป็นต้องยอมรับและรับผิดชอบโดยไม่โยนความผิดไปให้ผู้อื่น
5. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นำแนวคิดและวิธีการใหม่ๆมาปฏิบัติในโรงเรียนบ้างเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงสร้างสรรค์ แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
6. มีภาวะผู้นำสูง ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนเชิงการพัฒนาที่ดีขึ้นใน 4 ด้าน กล่าวคือ ด้านบริหารงานบุคคล ด้านวิชาการ
ด้านงบประมาณ และด้านการบริหารงานทั่วไป
7. กล้าที่จะคิด กล้าที่จะพูด กล้าที่จะนำ กล้าที่จะทำ กล้าที่จะตัดสินใจ และ
กล้าที่จะรับผิดชอบ ในฐานะผู้บริหารฯ
8. มีคุณธรรม และจริยธรรม ยึด พรหมวิหาร 4 เป็นธรรมะในการบริหารบุคลากร ได้แก่
- เมตตา ให้ความรัก ความปรารถนาดีแก่ทุกคนด้วยความเสมอภาค ไม่ลำเอียง
- กรุณา ให้ความช่วยเหลือแก่บุคลากรฯ ที่มีทุกข์ตามโอกาสและความ
เหมาะสมอย่างเท่าเทียมกันหรือกรณีมีปัญหาในหน้าที่การงานและปัญหาส่วนตัว
- มุฑิตา ยินดีให้กำลังใจแก่บุคลากรทุกคนเมื่อประสบความสำเร็จใน
ชีวิต หรือในหน้าที่ การงานตามความเหมาะสม พิจารณาความดีความชอบที่ใช้หลักความดี/ เก่ง ส่งเสริม และ สนับสนุนให้ทำผลงานเพื่อการพัฒนาวิชาชีพที่สูงขึ้น การจัดทำการ์ดอวยพรและของที่ระลึกมอบให้ ในวันคล้ายวันเกิด ฯลฯ
- อุเบกขา ทำงานโดยปราศจากอคติ วางตัวเป็นกลาง ให้ความยุติธรรมแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ลำเอียง ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่แสดงความดีใจจนเกินควร หรือทับถมผู้อื่นเมื่อประสบเคราะห์กรรม
9. มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูง สามารถเก็บความรู้สึกต่างๆ ได้ สุขุม รอบคอบ
นุ่มนวล มีความอดทนต่อความรู้สึกที่ไม่ถูกต้อง หรือการปฎิบัติที่ขัดต่อกฎระเบียบ และวัฒนธรรม
10. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคลากรในโรงเรียนและ ครอบครัว มีนิสัยรักการอ่าน การใช้เวลาว่างในวันหยุด โดยการวางแผนและบริหารเวลาให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับการปฏิบัติงาน และการศึกษาเพื่อการพัฒนา
ตนเองเสมอ
11. มีความจริงใจ ยึดอุดมการณ์ในการทำงานให้ความเป็นกันเองแก่ผู้ร่วมงาน ทุกคนด้วยความเสมอภาค ด้านการบริหารงาน การบริหารงานในด้านต่างๆ ของโรงเรียน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ และด้านบริหารงานทั่วไป ควรใช้วิธีการบริหารรูปแบบใหม่ “รูปแบบที่ทุกคนมีส่วนร่วม” ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ และร่วมรับผิดชอบโดยพิจารณาจัดทำภารกิจให้ชัดเจน ครอบคลุมงานทั้งหมดและมีการกำหนดกลุ่มงานที่มีความสอดคล้องกัน จัดโครงสร้างบริหารที่เป็นนิติบุคคล มีการบริหารเป็นระบบ มีสายบังคับบัญชา และการประสานคน /งาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัว มีการกำหนดขอบเขต อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ ในทุกระดับของตำแหน่ง ตามความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ทุกขั้นตอน ไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องฝึกการสร้างจิตสำนึกในเรื่องของความรักและภักดี ความหวงแหน และความเป็นเจ้าของร่วมกัน
ดั่งที่กระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ ข้าราชการทุกหมู่เหล่าได้นำมาเป็นข้อคิด “สำหรับ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” นำหลักธรรมะมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพได้แก่ ฉันทะ ความพึงพอใจ โดยให้บุคลากรทุกคนได้ทำงานอย่างที่ตนเองชอบ ปฏิบัติงานด้วยความวิริยะอุตสาหะมีความเพียรพยายามในการทำงาน ทำงานด้วยความคิดก่อนทำ การทำงานด้วยความไตร่ตรอง มีความรอบคอบ ถูกต้อง รวดเร็ว
การบริหารโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ดังนั้นผู้บริหารโรงเรียนเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของโรงเรียนในการเป็นแบบอย่างที่ดีที่จะนำโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพสู่ความสำเร็จ ต้องมีคุณลักษณะของผู้นำ คือ การบริหารเชิงคุณภาพ กับการประกันคุณภาพการศึกษาคุณภาพผู้เรียนมุ่งเน้นสู่ความเป็นสากล โดยใช้การบริหารที่เน้นแบบการมีส่วนร่วมการบริหารโดยยึดประชาธิปไตย การสร้างทีมงาน หลัก 5 ส. เทคนิคการวิเคราะห์แบบ SWOT. การบริหารแบบ TQM. การบริหารระบบคุณภาพ ISO 9002 จนสามารถบริหารโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหารการศึกษาท่านคิดกับเรื่องนี้อย่างไร
ท่านมีแนวทางการบริหารอย่างไรที่จะทำให้การนำโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพสู่ความสำเร็จ
บทบาทของบุคลากรในการบริหารสถานศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จากการที่ในศึกษาวิชา การบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ผู้บริหารที่ชาญฉลาดและมีจิตใจเป็นประชาธิปไตยจึงจะได้ประโยชน์ ในฐานะของแหล่งข้อมูลที่เป็นกลาง เป็นอิสระ ปลอดจากผลประโยชน์ แสดงออกถึงทัศนคติของบุคลากรที่มีต่อนโยบายหรือแผนการดำเนินการต่าง ๆ เพราะถึงแม้ผ้บริหารจะสามารถเข้าถึงผู้ใต้บังคับบัญชาของตนได้ตามปกติตามลำดังชั้นการบังคับบัญชา แต่กลไกอำนาจในการพิจารณาความดีความชอบและการให้คุณให้โทษก็มักปิดโอกาสที่ผู้บริหารจะได้รับฟังข้อมูลข่าวงสารย้อนกลับมี่แท้จริงจากภาคส่วนต่าง ๆ ผุบังคับบัญชาของตน เนื่องจาก ผู้บังคับบัญชาระดับกลางและระดับล่างๆ ที่รับคำสั่งหรือนโยบายไปปฏิบัติมักเลี่ยงที่จะโต้แย้ง คำสั่งหรือนโยบายที่เบื้องบนกำหนดลงมาแม้จะเห็นถึงความไม่ถูกต้อง การให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหารนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ตามความเป็นจริง หากผู้บริหารไม่สนใจรับฟังความคิดเห็น การมีส่วนร่วมของบุคลากรก็อาจจะไม่สนใจรับฟัง การสรรหาผู้บริหารจะต้องให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยมีตัวแทนของสายสนับสนุนทุกสาขาเข้าไปมีส่วนร่วมในการสรรหาผู้บริหารด้วยเสมอ มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการได้มาซึ่งผู้บริหารที่สมควรทำหน้าที่บริหารมหาวิทยาลัย (มจพ.) ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหารการศึกษาท่านคิดกับเรื่องนี้อย่างไร แนวทางการบริหารอย่างไรที่จะทำให้การนำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือมีความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีในฐานะผู้ผลิต
เรียน ดร.กีรติ ยกเลิกข้อความ ที่7และ8 ใช้งานที่ ๙ ส่งค่ะ
9. wanna indrakasem
เมื่อ พฤ. 12 มิ.ย. 2551 @ 14:40
698184 [ลบ]
<p>ผู้บริหารจะต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีและสร้างศรัทธา ทั้งในตัวผู้บังคับบัญชา ศรัทธาในงานที่ทำ และศรัทธาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน และศรัทธาที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยจะต้องยึดคุณธรรมประจำใจ อันได้แก่ พรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สังคหวัตถุ ๔ คือ ทาน ปิยวาจา อัตถจิรยา สมานัตตา และอิทธิบาท ๔ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เพราะผู้บริหารพร่ำบอกให้ผู้อื่นทำความดี แต่ตนเองไร้คุณธรรม จัดสรรผลประโยชน์ทั้งที่ได้มาอย่างถูกต้องและด้วยการฉ้อฉลให้กับพรรคพวก ฐานคะแนน ก็ย่อมจะส่งผลให้เสื่อมศรัทธา จนในที่สุดก็จะนำไปสู่ความเลื่อมโทรมของทั้งองค์กร เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาขาดแรงจูงมใจในการกระทำความดี ผู้บริหารจึงควรดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของการบริหารสถานศึกษา ดังต่อไปนี้
๑. ทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี ในเรื่องซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ขยันหมั่นเพียร และมีความอดกลั้น กลังเกรงต่อการกระทำผิด ยุติธรรม รู้จักเลือกใช้คนให้เหมาะกับงาน ตลอดจนติดตามประเมินผลงานผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นระยะ ๆ ทั้งเพื่อพิจารณาความดีความชอบและเพื่อหาทางพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์
๒. ต้องมีวิสัยทัศน์มองการณ์ล่วงหน้า เพื่อกำหนดชี้นำทิศทางการพัฒนาสถานศึกษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และทันสมัย มีความสามารถในด้านการบริหาร เข้าใจจิตวิทยาสังคม และจิตวิทยามวลชน
๓. เป็นกัลยาณมิตร ให้ความคุ้นเคยเป็นกันเอง ด้วยการหมั่นไปร่วมงานหรือกิจกรรมของผู้ใต้บังคับบัซชา และสนใจในทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยการหมั่นเยี่ยมเยียนสอบถามทุกข์สุข ตลอดจนจัดหาความช่วยเหลือให้ตามสมควรแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เจ็บป่วย หรือประสบภัย พร้อมให้คำปรึกษา และช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวของผู้ใต้บังคับบัญชา
๔. ให้ความเสมอภาคและยุติธรรม แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาโดบเสมอหน้า ไม่มีการเลือกปฏิบัติ รู้จักชมเชยและสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานดี และประพฤติดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ตลอดจนต้องรักษาคำมั่นสัญญาและดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และต้องไม่ให้สัญญาในสิ่งที่ท่านทำไม่ได้
๕. มีการจัดสรรผลประโยชน์ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างทั่วถึง ยุติธรรม และเหมาะสม
๖. เข้าใจในบทบาทของตัวเองในฐานะของตัวแทนที่ต้องต่อสู้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่องงาน ผลประโยชน์ และความเป็นธรรม ในทางที่ถูกที่ควรเท่านั้น
๗. ด้วยพรหมวิหาร ๔ คือ มีความเมตตา และกรุณาต่อผู้น้อย ต้องส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เก่งได้มีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง หรือสับเปลี่ยนหน้าที่เพื่อความก้าวหน้า ยินดีเมื่อผู้น้อยได้ดี ตามหลักมุทิตา และที่สำคัญต้องรู้จักวางเฉย (อุเบกขา) หากลูกน้องที่กระทำผิดได้รับการลงโทษตามฐานนุโทษ
๘. มีขันติ และโสรัจจะ รู้จักควบคุมอารมณ์ให้หนักแน่น มั่นคง และคิดรอบคอบก่อนพูดหรือทำเสมอ
๙. มีอปิรหารนิยมธรรม คือ ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการประสานสามัคคี ด้วยการหมั่นประชุมตามกาล มีการรับฟังความคิดเห็น คำวิจารณ์ และข้อเสนอแนะของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อการปรับปรุงตน ปรับปรุงงานอยู่ตลอดเวลชา ทั้งจะต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพื่อการรับรู้รับทราบร่วมกัน
๑๐. ไม่ประมาท กำหนดมาตรการป้องกันผู้ใต้บังคับบัญชามิให้กระทำผิดวินัยไว้ล่วงหน้า ด้วยการ ให้ความรู้ในเรื่องระเบียบวินัยแต่แรกรับเช้าทำงาน / ไม่เปิดโอกาสล่อใจ มีการแบ่งความรับผิดชอบ มีกลไกตรวจสอบ มีระเบียบการใช้จ่ายเงินที่ชัดเจน /สร้างขวัญกำลังใจ ด้วยการให้ความไว้วางใจ มีการจัดคนลงงานอย่างเหมาะสม ให้ผลประโยชน์อันควร ให้สวัสดิการ ให้ความยุติธรรม ให้โอกาสในการก้าวหน้า ฯลฯ /ให้ความพอเพียงในการครองตน ครองชีพ ได้อย่างมีศักดิ์ศรี /สอดส่องเป็นพิเศษในเรื่องอบายมุข ที่สำคัญผู้บริหารจะต้องไม่เป็นฝ่ายชักชวนผู้ใต้บังคับัญชาเข้าหาอยายมุขเสียเอง เพียงเพราะอยากได้คะแนนเสียง หรือความนิยม
เรียน ดร.กีรติ ยกเลิกข้อความที่ ๗,๘,๙,๑๐ ใช้ ๑๑ แสดงตนค่ะ
9. wanna indrakasem
เมื่อ พฤ. 12 มิ.ย. 2551 @ 14:40
698184 [ลบ]
<p>ผู้บริหารจะต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีและสร้างศรัทธา ทั้งในตัวผู้บังคับบัญชา ศรัทธาในงานที่ทำ และศรัทธาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน และศรัทธาที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยจะต้องยึดคุณธรรมประจำใจ อันได้แก่ พรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สังคหวัตถุ ๔ คือ ทาน ปิยวาจา อัตถจิรยา สมานัตตา และอิทธิบาท ๔ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เพราะผู้บริหารพร่ำบอกให้ผู้อื่นทำความดี แต่ตนเองไร้คุณธรรม จัดสรรผลประโยชน์ทั้งที่ได้มาอย่างถูกต้องและด้วยการฉ้อฉลให้กับพรรคพวก ฐานคะแนน ก็ย่อมจะส่งผลให้เสื่อมศรัทธา จนในที่สุดก็จะนำไปสู่ความเลื่อมโทรมของทั้งองค์กร เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาขาดแรงจูงมใจในการกระทำความดี ผู้บริหารจึงควรดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของการบริหารสถานศึกษา ดังต่อไปนี้
๑. ทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี ในเรื่องซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ขยันหมั่นเพียร และมีความอดกลั้น กลังเกรงต่อการกระทำผิด ยุติธรรม รู้จักเลือกใช้คนให้เหมาะกับงาน ตลอดจนติดตามประเมินผลงานผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นระยะ ๆ ทั้งเพื่อพิจารณาความดีความชอบและเพื่อหาทางพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์
๒. ต้องมีวิสัยทัศน์มองการณ์ล่วงหน้า เพื่อกำหนดชี้นำทิศทางการพัฒนาสถานศึกษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และทันสมัย มีความสามารถในด้านการบริหาร เข้าใจจิตวิทยาสังคม และจิตวิทยามวลชน
๓. เป็นกัลยาณมิตร ให้ความคุ้นเคยเป็นกันเอง ด้วยการหมั่นไปร่วมงานหรือกิจกรรมของผู้ใต้บังคับบัซชา และสนใจในทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยการหมั่นเยี่ยมเยียนสอบถามทุกข์สุข ตลอดจนจัดหาความช่วยเหลือให้ตามสมควรแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เจ็บป่วย หรือประสบภัย พร้อมให้คำปรึกษา และช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวของผู้ใต้บังคับบัญชา
๔. ให้ความเสมอภาคและยุติธรรม แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาโดบเสมอหน้า ไม่มีการเลือกปฏิบัติ รู้จักชมเชยและสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานดี และประพฤติดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ตลอดจนต้องรักษาคำมั่นสัญญาและดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และต้องไม่ให้สัญญาในสิ่งที่ท่านทำไม่ได้
๕. มีการจัดสรรผลประโยชน์ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างทั่วถึง ยุติธรรม และเหมาะสม
๖. เข้าใจในบทบาทของตัวเองในฐานะของตัวแทนที่ต้องต่อสู้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่องงาน ผลประโยชน์ และความเป็นธรรม ในทางที่ถูกที่ควรเท่านั้น
๗. ด้วยพรหมวิหาร ๔ คือ มีความเมตตา และกรุณาต่อผู้น้อย ต้องส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เก่งได้มีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง หรือสับเปลี่ยนหน้าที่เพื่อความก้าวหน้า ยินดีเมื่อผู้น้อยได้ดี ตามหลักมุทิตา และที่สำคัญต้องรู้จักวางเฉย (อุเบกขา) หากลูกน้องที่กระทำผิดได้รับการลงโทษตามฐานนุโทษ
๘. มีขันติ และโสรัจจะ รู้จักควบคุมอารมณ์ให้หนักแน่น มั่นคง และคิดรอบคอบก่อนพูดหรือทำเสมอ
๙. มีอปิรหารนิยมธรรม คือ ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการประสานสามัคคี ด้วยการหมั่นประชุมตามกาล มีการรับฟังความคิดเห็น คำวิจารณ์ และข้อเสนอแนะของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อการปรับปรุงตน ปรับปรุงงานอยู่ตลอดเวลชา ทั้งจะต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพื่อการรับรู้รับทราบร่วมกัน
๑๐. ไม่ประมาท กำหนดมาตรการป้องกันผู้ใต้บังคับบัญชามิให้กระทำผิดวินัยไว้ล่วงหน้า ด้วยการ ให้ความรู้ในเรื่องระเบียบวินัยแต่แรกรับเช้าทำงาน / ไม่เปิดโอกาสล่อใจ มีการแบ่งความรับผิดชอบ มีกลไกตรวจสอบ มีระเบียบการใช้จ่ายเงินที่ชัดเจน /สร้างขวัญกำลังใจ ด้วยการให้ความไว้วางใจ มีการจัดคนลงงานอย่างเหมาะสม ให้ผลประโยชน์อันควร ให้สวัสดิการ ให้ความยุติธรรม ให้โอกาสในการก้าวหน้า ฯลฯ /ให้ความพอเพียงในการครองตน ครองชีพ ได้อย่างมีศักดิ์ศรี /สอดส่องเป็นพิเศษในเรื่องอบายมุข ที่สำคัญผู้บริหารจะต้องไม่เป็นฝ่ายชักชวนผู้ใต้บังคับัญชาเข้าหาอยายมุขเสียเอง เพียงเพราะอยากได้คะแนนเสียง หรือความนิยม
มีใครเคยฝันและต้องการเป็นผู้บริหารที่ดีบ้าง การที่จะเป็นผู้บริหารที่ดีมีคุณภาพนั้นเราต้องมีองค์ประกอบอะไรกันบ้าง หลายคนคงพอจะเข้าใจกันมาบ้างแล้วใช่ไหม่ครับ แต่ในวันนี้จะขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้บริหารที่อยากจะได้มาเป็นเจ้านายของเราดูกันบ้างว่าเราต้องการมีผู้บริหารแบบไหนกัน อันดับแรกเราคงต้องมาทบทวนกันก่อนว่าการบริหารคืออะไร การบริหารเป็นวิชาที่มีการจัดระบบระเบียบ คือ มีหลักเกณฑ์ที่พึงเชื่อถือได้ อันเกิดจาการค้นคว้าเพื่อประโยชน์ในการบริหารในลักษณะนี้ถือได้ว่าการบริหารเป็นศาสตร์ เป็นศาสตร์สังคมที่อย่ในกลุ่มเดียวกับวิชา จิตวิทยา สังคมวิทยา และรัฐศาสตร์ แต่หากพอเรามองอีกด้านหนึ่งการบริหารต้องอาศัยประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และทักษะของแต่ละคนที่จะทำอย่างไรให้งานของเราบรรลุเป้าหมาย การบริหารแบบนี้เราเรียนว่าเป็นศิลป์ ลักษณะต่างๆดังกล่าวมีกับผู้บริหารที่ท่านต้องการหรือยัง
การที่จะเป็นผู้บริหารที่ดีได้ในปัจจุบันนี้จะต้องประสบปัญหาต่างๆมากมาย การเลือกทางออกที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาทางการบริหารคงถือได้ว่าไม่มีทางใดถูกที่สุด หากเป็นไปตามสถานการณ์ต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดว่าควรจะใช้ การบริหารในยุคปัจจุบันต้องมุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับสภาพแวดล้อมขององค์กร กล่าวง่ายๆก็คือ ทุกส่วนจะต้องมีความสัมพันธ์กัน สถานการณ์บางครั้งจะต้องใช้การตัดสินใจที่เฉียบขาด หสถานการณ์บางครั้งจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในการบริหารบางครั้งต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและแรงจูงใจ หรือบางครั้งก็ต้องคำนึงถึงเป้าหมายหรือผลเป็นหลัก ดังที่กล่าวการบริหารจึงต้องอาศัยสถานการณ์เป็นตัวกำหนดในการตัดสินใจ
ดังที่กล่าวมานี้เป็นเพียวความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น
ป.ล.แล้วท่านผู้อ่านหละครับต้องการผู้บริหารในฝันของท่านอย่างไร?..
ผู้บริหารสถานศึกษา ควรมีความรู้ความสามารถทางด้านการจัดการ คือ ๑) ด้านความคิด เป็นความสามารถในการมองภาพรวมทั่วทั้งองค์กร ความสามารถที่รวบรวมเอากิจกรรมและเหตุการณ์ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบในสถานศึกษา ๒) ความสามารถด้านคน โดยสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น ทำงานเป็นทีม การสร้างบรรยากาศของการทำงานร่วมกัน ตลอดจนการรับฟังความคิดเห็นของผู่ร่วมงาน ตลอดจนฟังความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษา ด้วย เพราะนักเรียน นักศึกษาคือกำลังสำคัญ เป็นอนาคตของประเทศชาติ ทำอย่างไรจะผลิตบัณฑิตตรงตามความต้องการของสังคมได้ ๓) ความาสามารถด้านงาน : สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญเป็นเกี่ยวข้องการด้านเทคนิค ทำอย่าไงรจะเข้าใจในงาน มีความรู้ ความชำนาญ กระบวนการ วิธีการต่างๆ ในการทำงานได้ สามารถประยุกต์ให้งานประสบความสำเร็จได้รวดเร็ว ถูกต้อง
ผู้บริหารสถานศึกษาควรจะต้องกระจายการเรียนการสอน ออกไปสู่สังคมที่ต้องการเรียนรู้ สังคมของการวิจัย ค้นคว้า ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวาง หรือบุคลการทางการศึกษาก็ต้องให้โอกาสได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือด้านการบริหารด้วย
คำถาม เมื่อท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษาควรทำอย่างไรให้สถานศึกษาของท่านมีความเป็นเลิศ ซึ่งมีการแข่งขันกันสูงมากในปัจจุบัน
การบริหารการจัดการศึกษาของไทยนั้นไม่มีเอกภาพในด้านการนำมาปฏิบัติโดยเฉพาะด้านโครงสร้างด้านการบริหาร การจัดระบบ นั้นมีความไม่ชัดเจนซ้ำซ้อนล่าช้า ตำแหน่งหน้าที่มีมากเกินความจำเป็น บางหน่วยงานมีไว้เป็นไม้ประดับมิได้มีบทบาทหรือการปฏิบัติงานที่เด่นชัด การจัดโครงสร้างด้านหลักสูตรก็เน้นเอาหลักสูตรตามแนวคิดทฤษฎีชาวตะวันตกมาโดยนำมาทั้งดุ้นไม่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพและพื้นฐานของสังคมไทย หลักสูตรที่นำมาก็ดูดีเลิศหรูทันสมัยปรับใหม่ตลอดเวลา ขยายโอกาสทางการศึกษาเพิ่มมากขึ้นเน้นทุกวิถีทางก็มองดูเป็นผลพ่วงตามมาที่ดีหรอก เพิ่มงบประมาณ เพิ่มเทคโนโลยีเพิ่มสื่อ เด็กก็ต้องเรียนวิชาการเพิ่มขึ้น แต่เหตุไฉน การศึกษาไทยคุณภาพกลับย่ำแย่กว่าที่เป็นอยู่เดิม
นักวิชาการหลายๆท่านก็พยายามปรับเปลี่ยนหลักสูตรเพื่อให้เกิดการพัฒนาและต่อยอด
แม้เราจะรู้ข้อบกพร่องก็ดี หาวิธีแก้แล้วก็ดี แต่ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง หลายท่านให้ความเห็นว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไป เทคโนโลยีมันไม่หยุดนิ่งไหลตามกระแสโลกาภิวัตต์ แล้วเราและท่านทั้งหลายจะช่วยกันอย่างไร ที่จะช่วยให้การศึกษาของไทยเป็นที่ยอมรับในระบบสากลบนวิถีทางของความเป็นไทย
ประเด็นคำถาม
1. ท่านเห็นว่าการศึกษาของไทยเป็นที่น่าพอใจของสังคมหรือยัง?
2. ประชาชนคนไทยจะใช้หลักการใดในการพัฒนาระบบและจะพัฒนาในทิศทางใดบ้าง?
3. สังคมปัจจุบันมีการแก่งแย่งชิงดีและนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นน่าจะมาจากสาเหตุใด?
นายวัฒนพงค์ ขันทองดี
วิชาการบริหารสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ (ความต่อเนื่อง จากแสดงความคิดเห้น วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน 2551 )
***ปัญหาเกี่ยวกับการศึกษาของไทย (ในชนบท (บ้านนอก))
การศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่เหมาะกับสภาพความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคม การศึกษาในแต่ละขั้นตอนไม่เบ็ดเสร็จในตัว ทำให้นักเรียนมุ่งศึกษาต่อสูงขึ้นไปเรื่อยๆ การที่จะจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาสังคมให้สอดคล้องกับภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง
ปัจจุบันนี้สังคมไทยมีความเจริญก้าวหน้ากว่าสมัยก่อน เนืองจากความเจริญทางด้านเทคโนโลยีและประชาชนได้รับการศึกษาที่สูงขึ้นเช่น สังคมเมืองที่มีการพัฒนาประชาชนจะได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง ซึ่งแตกต่างกับสังคมชนบทที่ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ประชาชนก็ย่อมไม่ได้รัการศึกษาอย่างทั่งถึง
ดังนั้น ประเด็นปัญหา คือ
1. วงการศึกษาไทยจะทำอย่างไร จึงจะทำให้การศึกษาในทุกภาคส่วนมีคุณภาพที่เท่ากันทั่วประเทศ
2. ท่านคิดว่าเราควรจะมีแนวทางใดบ้างที่จะส่งเสริมให้ประชาชนในชนบท ได้รับโอกาสทางการศึกษามากยิ่งขึ้น
3. ภาครัฐหรือส่วนที่เกี่ยวข้องควรพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาของครูในชนบทอย่างไร การศึกษาในชนบทมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ตามทัศนคติของข้าพเจ้า...ภาครัฐหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาในชนบทเท่าที่ควร มีเพียงแค่นโยบายที่ดี แต่ไม่เคยนำไปปฏิบัติจริงจัง
ดังนั้น ประเด็นปัญหาทั้ง 3 ข้อ ท่านจะคิดเห็นและให้คำตอบอย่างไร
ปล. ในฐานะคนชนบท (บ้านนอก) ที่จบการศึกษามาจากโรงเรียนในชนบท (บ้านนอก) ต้องการเห็นการศึกษาในชนบทที่มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ
ครั้งที่ ๒
จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีหลักการที่ว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (มาตรา ๖) และในมาตรา ๙ ที่กล่าวถึง การจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา นั้น มีหลักข้อหนึ่งกล่าวถึง การกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จากแนวคิดหลักในพระราชบัญญัติที่อ้างมาข้างต้น จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ และอธิบายว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร “ความสำเร็จของการพัฒนาประเทศไม่ใช่อยู่ที่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น แต่อยู่ที่กุญแจสำคัญอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือ การศึกษา ดังนั้นหากจะมุ่งหวังให้นโยบายการกระจายรายได้เป็นไปอย่างได้ผล จำเป็นจะต้องมีการกระจายบริการทางการศึกษาและโอกาสในการศึกษาของประชาชนอย่างทั่วถึงด้วย”
"นักเรียน นักศึกษา ฆ่าตัวตาย" ปัญหาใหญ่วงการศึกษาไทย????
เดี่ยวนี้ทำไม? ปัญหาการศึกษาของนักเรียนนักศึกษาจึงฆ่าตัวตาย ด้วยพ่อแม่หรือที่ต้องการให้ลูกเรียนในสิ่งที่ผู้ปกครองต้องการ
นักเรียนยุคนี้ไม่มีความอดทน ไม่รู้จักหน้าที่ของตนเองหรือเป็นด้วยเพราะกระทรวงศึกษาธิการพัฒนาหรือถอยหลังเรื่องการศึกษา จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่ต้องแข่งขันกันเองในการเรียน แข่งขันกันในทุกสิ่งทุกอย่างตามกระแสความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การฆ่าตัวตายของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ยากที่จะวิเคราะห์ว่าเกิดจากสาเหตุใด การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม สังคม ปัญหาสังคม ทำไมนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์จึงไม่สามารถช่วยเหลือ/ขัดเกลา/ แนะนำการเรียน การใช้ชีวิตในวัยเรียนกันอย่างไร ทำไมไม่มีใครเข้าถึงปัญหาของนักเรียน นักศึกษา/ ผู้ปกครองเองก็เลี้ยงด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก/ ไม่มีเวลาดูแลลูก ให้อยู่กับกล่องสี่เหลี่ยม อยู่กับจอแบน ๆ อยู่กับเกมส์ที่ไม่สร้างสรรค์ พัฒนาเด็กได้ ไม่รู้จักการต่อสู้กับโลกภายนอกที่สังคมมีแต่ความวุ่นวายและสับสน ผู้บริหารต่างก็มีวุฒิที่ภาวะที่ก้าวร้าว แสดงตัวตนออกมาให้เห็นถึงการบริหารประเทศ ไม่นึกถึงความรู้สึกซึ่งเยาวชนในวัยเรียนทั้งหลายต่างมีทัศนคติ ความเข้มแข็งทางจิตใจไม่มี เจอปัญหาอุปสรรคแก้ไม่เป็น การสร้างความเข้มแข็งให้เด็กไม่มี ความสามารถในการปรับตัวของนักเรียน นักศึกษาเมื่อเข้าสู่สังคมในรั้วโรงเรียน มหาวิทยาลัย มีการปรับตัวได้มากน้อยแค่ไหนสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือในปัจจุบันคนมีปัญหาทางจิตเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นปรากฎการณ์ของสังคมในเมืองที่เจริญ เมืองเจริญด้วยวัตถุทำให้สภาพจิตใจแข็งกระด้าง
ระบบการดูแลเด็กนักเรียน นักศึกษาเป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาทุกระดับชั้น ยอมรับว่าดีแต่จะดูได้ขนาดไหน สภาพจิตใจของนักเรียน นักศึกษา ยากที่จะตรวจสอบ เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นสิทธิส่วนบุคคลยากที่ใครจะรู้ได้
มุมมองของนักการศึกษา ท่านมีมุมมองอย่างไรถึงปัญหาการฆ่าตัวตายของนักเรียน นักศึกษาที่นับวันจะมีมากขึ้น ระบบการศึกษาของบ้านเราเป็นอย่างไร ทำไมไม่หันมามองกันบ้าง ด้วยเพราะการศึกษามีการแข่งขันกันสูง แข่งขันกันระดับชาติ ระดับโลกทีเดียว มีการแข่งขันเน้นไปในทางธุรกิจ การต่อสู้เอาชนะกันสูง ทำให้เด็กเครียดไปโดยธรรมชาติ อีกทั้งภาระหน้าที่ของคนในสังคม ผลกระทบเหล่านี้ทำให้ต้องหันมามองในระบบการศึกษาที่ไม่ได้ให้ความสำคัญในการดูแลเด็กในด้านความรู้สึกทางจิตใจเท่าที่ควร เพราะการศึกษาเน้นให้คนแข่งขันกันตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษาที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน
ดังนั้นการศึกษาในปัจจุบันเป็นระบบสอบมากกว่าการอบรมให้ความรู่ และในปัจจุบันมีการแข่งขันกันมากทำให้เด็กและครูมาเน้นที่คะแนนกันมาก เด็กได้คะแนนไม่ดีก็จะกดดัน ดังนั้น ต้องกลับมามองใหม่ว่าการศึกษาต้องการอะไรกันแน่ การศึกษาควรเน้นให้เด็กรู้จักตัวเอง สามารถพัฒนาศักยภาพตามความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคล ไม่ใช้เป็นความถนัดตามความต้องการของผู้ปกครอง ของครู อาจารย์
การฆ่าตัวตายของนักเรียน นักศึกษานอกจะเป็นความสูญเสียของครอบครัวแล้ว ยังมีผลต่อประเทศชาติที่จะขาดทรัพยากรบุคคลสำคัญ และยังสูญเสียงบประมาณที่รัฐได้ลงทุนเพื่อการจัดการศึกษาเป็นอย่างมาก
ดังนั้น คำถาม ปัญหาการฆ่าตัวตายของเด็กไทยจึงไม่ใช้สิ่งที่ควรมองข้าม ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษาที่ต้องบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศท่านมองปัญหานี้และแก้ได้อย่างไร???????
การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบรูณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต
ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค มีความริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง สถานศึกษาจะมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตร หลักสูตรการศึกษาในระดับต่างๆ ต้องมีลักษณะที่หลากหลาย จัดให้เหมาะสมในแต่ละระดับ มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคน ครูต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ครูต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงฝึกปฏิบัติให้เป็นคนคิดเป็นรักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้ใฝ่เรียนมีคุณธรรมปลูกฝังค่านิยมอันดีงามจัดบรรยากาศการเรียนรู้มีสื่อการเรียน
นักเรียนตามระบบการศึกษาไทยตามพ.ร.บนี้จะต้องมีการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปีนักเรียนสามารถศึกษาได้ทั้งในระบบนอกระบบและตามอัธยาศัยผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและศักยภาพขณะที่อยู่ในระบบการศึกษานักเรียนจะต้องเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนกับสังคม เมื่อสำเร็จการศึกษานักเรียนจะต้องมีความสมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจสติปัญญาความรู้และคุณธรรมจริยธรรมสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การบริหารสถาบันเพื่อความเป็นเลิศ
การบริหารโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ดังนั้นผู้บริหารโรงเรียนเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของโรงเรียนในการเป็นแบบอย่างที่ดีที่จะนำโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพสู่ความสำเร็จ ต้องมีคุณลักษณะของผู้นำที่สำคัญ ได้แก่ มีความซื่อสัตย์ มีความยุติธรรม มีความ
มุ่งมั่น ขยัน อดทน มีความรับผิดชอบสูง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีภาวะผู้นำสูง เป็นคนกล้าคิด กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าตัดสินใจ มีคุณธรรมจริยธรรม มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูง เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมีความจริงใจ
การบริหารเชิงคุณภาพ กับการประกันคุณภาพการศึกษา
คุณภาพผู้เรียนมุ่งน้นสู่ความเป็นสากล โดยใช้การบริหารที่เน้นแบบการมีส่วนร่วม
การบริหารโดยยึดประชาธิปไตย การสร้างทีมงาน หลัก 5 ส. เทคนิคการวิเคราะห์แบบ SWOT. การบริหารแบบ TQM. การบริหารระบบคุณภาพ ISO 9002 จนสามารถบริหารโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจำกัดหรือภัยคุกคาม (SWOT Analysis) ซึ่งจะวิเคราะห์จุดแข็งและโอกาส ซึ่งเป็นเชิงบวก และวิเคราะห์จุดอ่อนและข้อจำกัด ซึ่งเป็นเชิงลบ ดังนี้
1. จุดแข็ง (Strength) และโอกาส (Opportunity) ได้แก่ แผนฯ 8 และ 9
ต่างยึดพื้นที่ หน้าที่ และการมีส่วนร่วม (Area-Function-Participation Approach : AFP) มาเป็นหลักในการนำแผนพัฒนาประเทศไปดำเนินการในระดับปฏิบัติ ดังนั้น การกระจายอำนาจทางการศึกษา โดยยึดที่....
1.1 พื้นที่ จึงมีทั้งในมิติของเขตการศึกษา โรงเรียน (School Based)
และชุมชน (Community Based)
1.2 หน้าที่ ที่จะต้องปรับบทบาทของภาครัฐ จากผู้สั่งการ (Instructor)
มาเป็นผู้ประสานงาน (Coordinator) และเอื้ออำนวยความสะดวก (Facilitator) ให้เกิดกลไกและเครือข่ายความร่วมมือกันในการจัดการศึกษา
1.3 การมีส่วนร่วมเป็นหลัก ในการจัดการศึกษา ดังนั้นจะต้องกระจาย
หรือมอบอำนาจในการจัดการศึกษา ไปให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของ
การจัดการศึกษา ตั้งแต่ขั้นของการวางแผน กำหนดหลักสูตร ร่วมกันสร้างโรงเรียนและชุมชนให้กลายเป็นองค์กรชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning Society) จนถึงขั้นของการติดตามประเมินผลคุณภาพของการจัดการศึกษา บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540 พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.การศึกษาฯ พ.ศ.2542 ล้วนสร้างกลไกใน
การกระจายอำนาจทางการศึกษา รวมทั้งกลไกการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง ให้
เอื้ออำนวยต่อการกระจายอำนาจทางการศึกษาไปให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และประชาชนในที่สุด
1.4 ความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากจะช่วย
สนับสนุนให้เกิดโอกาสในการเรียนรู้เรื่องการกระจายอำนาจทางการศึกษาร่วมกันในระหว่างชุมชนต่าง ๆ รวมทั้งกันร่วมมือกันเป็นเครือข่ายแล้ว ยังจะช่วยสร้างกระแสความตื่นตัวในการเข้ามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้แพร่กระจายออกไปอีกด้วย
2. จุดอ่อน (Weakness) และอุปสรรคหรือข้อจำกัด (Threat) ได้แก่
2.1 งบประมาณสนับสนุนของรัฐมีจำกัด รวมทั้งข้อจำกัดทางด้าน
ทรัพยากรและงบประมาณในพื้นที่ ตามผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ จะเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุน ทั้งจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ธุรกิจเอกชน หรือแม้แต่จากชุมชนเอง
2.2 การขาดความจริงใจและเข้าใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับนโยบาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่มิใช่นักการศึกษา และในระดับปฏิบัติการ เช่น ครู หรือแม้แต่ประชาชนในชุมชนนั้น ทำให้ไม่สามารถเข้ามีส่วนร่วมได้ตามบทบาทที่ได้รับอย่างเหมาะสม
2.3 ระบบและโครงสร้างการบริหารจัดการ ยังปรับตัวไม่ทัน ตั้งแต่ใน
ระดับส่วนกลางที่ยังต้องการปฏิรูประบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราชการ และความชัดเจนในขอบเขตของการกระจายอำนาจ
2.4 มีกลไกความร่วมมือน้อยในลักษณะของพหุภาคี เพื่อให้เกิดการมี
ส่วนร่วมในการกระจายอำนาจทางการศึกษา ให้ตรงกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูป
การศึกษาอย่างแท้จริง ในทุกระดับตั้งแต่ในระดับชาติ ระดับอุดมศึกษาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่ยังเน้นการท่องจำมาสอบ ทำให้ยังไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์
การปฏิรูปการศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับท้องถิ่น และระดับชุมชน จะต้องผสมผสานความทันสมัยให้เข้ากับท้องถิ่น
คำถาม.....เพราะมีเหตุใดหรือปัจจัยอะไร ที่การจัดการศึกษาไทยยังพัฒนาไปได้ไม่ถึงเท่าที่ควรจะเป็น.....ขอให้นักบริหารการศึกษา นักการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ช่วยกันคิดด้วย.....
สรุปบทเรียนวันที่ 17 มิถุนายน 2551
การทำงานใดๆให้ประสบผลสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมีความรู้ด้านทฤษฎีเพราะทฤษฎีเหล่านั้นจะเป็นตัวกำหนดกรอบ สำหรับผู้ปฏิบัติและเป็นตัวกำหนดความรู้เพื่อช่วยให้การติดสินใจกระทำไปอย่างมีเหตุผลและสามารถปฏิบัติได้จริง การจะเป็นนักบริหารการศึกษานั้นเราต้องหมั่นศึกษาค้นคว้าใน หลักการ/แนวคิด/ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์แล้วปรับใช้ในหน่วยงานหรือองค์กร
แม้ว่าจะมีนักทฤษฎีการบริหารอยู่มากมายหลายท่าน โดยแต่ละบุคคลก็มีลักษณะเฉพาะตัวอาจมีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกัน นักบริหารนั้นย่อมมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญในการขับเคลื่อนหน่วยงานหรือองค์กรให้ประสบผลสำเร็จในระดับที่แตกต่างกันด้วยปัจจัยดังนี้
1. สิ่งแวดล้อม
2. วัฒนธรรมองค์กร
3. เศรษฐกิจ
4. การเมืองการปกครอง
5. ความสามารถของผู้บริหาร
ลักษณะเด่นของการบริหารคือ
1. การบริหารต้องมีวัตถุประสงค์หรือป้าหมาย
2. ต้องอาศัยความร่วมมือของคนในองค์กรเพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์
3. เป็นการดำเนินงานอย่างมีเหตุผล
4. เป็นกระบวนการของคนในสังคม
5. มีการประเมินและตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน
ดังนั้นผู้บริหารเพียงคนเดียวไม่สามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างที่กล่าวมา แม้มีทฤษฏีอยู่จนล้น ไม่มีเหตุผล ไม่มีระบบ ขาดซึ่งวัฒนธรรมองค์กร
ขาดการยอมรับ ไม่มีประสบการณ์ งานที่ทำไม่เดิน
ประเด็นคำถาม
1. การบริหารไม่มีตัวตนแต่มีอิทธิพลต่อองค์กรอย่างไร?
2. ทฤษฎีและการปฏิบัตินั้นมีความสัมพันธ์กันเพราะเหตุใด?
3. นักบริหารที่ดีควรมีวิสัยทัศน์อย่างไร
ส่งครั้งที่ 3 เรียนวันที่ 17 มิถุนายน 2551
ได้ศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดการบริหารสถานศึกษาซึ่งก็มีนักการศึกษาหลายท่านซึ่งแต่ละแนวคิดก็มีความน่าสนใจมาก เป็นประโยชน์ และสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
**ปัญหา** ทำไมการศึกษาไทยมีการพัฒนาไม่ต่อเนื่อง?
การศึกษาไทยมีการพัฒนาอย่างล่าช้ามาก ไม่มีการต่อเนื่องกัน มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการของการเมือง เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ก็จะเกิดนโยบายใหไม่ๆเกิดขึ้น เอาจนว่าครู ผู้บริหารสถานศึกษาปรับตัวกันแทบไม่ทัน
เราน่าจะมีแนวทางการพัฒนาการศึกษาอย่างแน่นอนเกิดความต่อเนื่องในการพัฒนา
ส่วนงบการบริหารในด้านการศึกษาในประเทศไทยยังไม่เพียงพอ (น้อยมากๆ) เราน่าจะเอาจริงเอาจังในการพัฒนาด้านการศึกษาให้มีคุณภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
บทสรุปของนักการศึกษา ทั้ง ๗ คนที่ได้รับการแนะนำจาก ดร.กีรติ ยศยิ่งยง เมื่อวันอังคารที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ เราจะทำให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศให้เป็นจริงขึ้นมาได้อย่างไร การปฏิรูปการศึกษาในความหมายกว้าง หมายถึงกระบวนการค้นคว้าวิจัย เรียนรู้ เผยแพร่ และเปลี่ยนแปลงของสังคมทั้งสังคมที่ทำให้นักเรียน เด็ก เยาวชนที่อยู่นอกระบบโรงเรียน และประชาชนทุกคนมีโอกาสได้เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ วิพากษ์วิจารณ์ มีประสิทธิภาพและมีจิตสำนึกเข้าใจความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปสังคมทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมในระยะยาว นักปฏิรูปอาจจะเป็นผู้บริหารสถานศึกษาในฝันเพื่อสังคมที่ดีกว่า แต่เขาไม่ได้เสนอที่เป็นอุดมคติเพ้อฝันชนิดให้คนต้องมาเห็นแก่ส่วนรวม และละเลยประโยชน์ส่วนตัวโดยสิ้นเชิง ผู้บริหาสถานศึกษา คือผู้มีจิตสำนึกว่าการปฏิรูปนั้นแท้จริงก็คือ การทำเพื่อประโยชน์ของตัวเราเองและลูกหลานของเราในระยะยาวนั่นเอง หากประชาชนไทยจำนวนมากเข้าใจการปฏิรูปการศึกษาในความหมายกว้างนี้ และช่วยกันลงมีปฏิรูปการคิด การเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตของตัวเอง และร่วมมือกันผลักดันปฏิรูปการศึกษาและปฏิรูปสังคมอย่างมุ่งมั่น ก็จะเป็นหนทางที่สำคัญที่จะปลดปล่อย ประชาชนไทยออกจากวงจรชั่วร้าย ไปสู่การแก้ปัญหาวิกฤติและพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืนถาวรต่อไป
คำถาม ๑. เราจะทำให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารสถานศึกษาเป็นจริงขึ้นมาได้อย่างไร ???
๒. การปฏิรูปการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศนั้น ควรปฏิรูปอย่างไรจึงไปสู่ความเป็นเลิศ?