วันนี้ออกเดินทางจากจังหวัดลำปางตั้งแต่เช้าประมาณ 07.00 น.  เพื่อจะไปที่จังหวัดเชียงใหม่  มีนัดสำคัญ  คือ  นัดกับเพื่อนที่ มช.เอาไว้  และที่สำคัญกว่านั้น  คือ  การไปฟังการนำเสนอผลงาน  และการร่วมวิจารณ์งานวิทยานิพนธ์ 2 เรื่อง  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  โดยสรุปเป็นเรื่องของกระแสโลกาภิวัตน์ที่มีต่อท้องถิ่น โดยมีพื้นที่ศึกษา  คือ  แขวงห้วยทราย  สปป.ลาว ค่ะ   ผู้วิจัยซึ่งมีความรู้เรื่องประเทศเพื่อนบ้านเพียงน้อยนิดก็เลยไม่รู้จะวิจารณ์อะไร  แต่ก็ได้เสนอความคิดเห็นไปว่า  ในการศึกษาองค์ความรู้เรื่องประเทศเพื่อนบ้าน  รวมทั้งประเทศไทยของเราด้วย  เรามักจะตั้งคำถามว่าอะไรคืออะไร อะไรเป็นอย่างไร และพยายามที่จะหาคำตอบออกมา  ซึ่งก็จะได้องค์ความรู้ขึ้นมาชุดหนึ่ง  แต่บางที (หรือหลายที) ก็ไม่สามารถบอกได้ว่ารู้แล้วจะเอาไปทำอะไร  อย่างในวันนี้มีวิทยานิพนธ์เรื่องหนึ่งศึกษาเกี่ยวกับภูมิปัญญาของชาวขมุใน สปป.ลาว  เกี่ยวกับพืชสมุนไพร  ซึ่งก็ถูกวิจารณ์ (จากผู้ทรงคุณวุฒิ) พอสมควรว่าเป็นวิทยาศาสตร์มากเกินไป  ไม่ค่อยมีความเป็นสังคม  และที่สำคัญ  คือ  ขาด Concept  ทำให้ไม่รู้ว่าศึกษาไปแล้วจะเกิดอะไร  มีประโยชน์อย่างไร  หรือทำเพียงตอบสนองความต้องการอยากรู้ของผู้ศึกษาเท่านั้น  ผู้วิจัยก็เลย (ได้ที) แสดงความเห็นไปว่า  ถ้าจะศึกษาให้เกิดประโยชน์ต้องทำวิจัยไปพร้อมกับการพัฒนา  อย่างกรณีวิทยานิพนธ์เรื่องนี้มีเวลาอีกตั้ง 1 ปี  ถ้าให้แนะนำก็คิดว่าน่าจะเอาแนวคิดเรื่องการจัดการความรู้มาช่วยในการศึกษา  ซึ่งจะเป็นประโยชน์มาก  เนื่องจาก  เป็นการทำวิจัยควบคู่ไปกับการพัฒนา  พอจบโครงการก็จะตอบได้ว่าทำเรื่องนี้แล้วได้ประโยชน์อะไร ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง  แถมยังตอบคำถามว่าอะไรคืออะไร  อะไรเป็นอย่างไรได้ด้วย  เนื่องจาก หากใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการศึกษาก็จะได้ชุดขุมความรู้หรือองค์ความรู้มาด้วย  เพราะฉะนั้น  เหมือนทำครั้งเดียว  แต่ได้ประโยชน์ตั้งหลายอย่าง (ความจริงอธิบายดีกว่านี้และยาวกว่านี้อีกค่ะ  แต่ตอนนี้ง่วงนอนแล้ว  ขอเล่าแบบย่อๆก็แล้วกันนะคะ)  ที่เสนอไปอย่างนี้ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ  แต่ผู้วิจัยคิดไม่ออกไม่รู้ว่าจะเสนออะไร  และที่สำคัญ  คือ  อยากเห็นงานวิจัยที่มีวิธีคิดใหม่ๆ  วิธีการศึกษาใหม่ๆบ้างก็เท่านั้นเองค่ะ