เมื่อผู้คนตระหนัก รู้ซึ้งและเข้าใจในวิถีแห่งธรรมชาติ ที่ล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน ย่อมจะพัฒนาใจ พัฒนาตน ให้เรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอย่างสอดคล้องกับวิถีอันยิ่งใหญ่ รู้จักที่จะให้กลับคืน และ เชื่อมโยงสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์

วันเวลาที่สวนป่ามหาชีวาลัย แม้ได้พักในห้องนอนแสนสบาย
ก็ไม่ใช่การพักในโรงแรมห้าดาว..ไม่ใช่โฮมสเตย์
เป็นความรู้สึก..เหมือนบ้านญาติผู้ใหญ่ของเราเอง...
อยากนอนก็นอน..อยากกินก็ช่วยกันทำกิน..
เป็นการต้อนรับอันอบอุ่นที่ครูบาตั้งใจให้เรียนรู้ที่จะอยู่..ที่จะทำงานบนฐานของความไม่พร้อม

 

จึงได้มีประสบการณ์ของการเลือกคิดที่จะทำกิจกรรมใดๆ เสมือนเป็นเจ้าของงาน
นับแต่ช่วยกันกวาด  ถูบ้าน..จัดโต๊ะ..ปัดปูที่นอน..เตรียมการสำหรับผู้มาถึงชุดต่อไป
ได้คิด..จากครูบา..ที่บอกให้เหลืองานไว้ให้คนมาทีหลังทำบ้าง
ได้เห็นความใส่ใจ..ตระเตรียมดอกไม้ไว้ต้อนรับ

แม้เหงื่อโทรมกายด้วยความร้อน..
ก็ได้รับรสของความสดชื่นเย็นสบายเมื่ออาบน้ำหลังเสร็จงาน
เป็นความสุขที่ได้มาโดยง่าย..แค่..ตัดสินใจไปอาบน้ำอีกรอบหนึ่ง..เท่านั้นเอง..
เป็นความสุข..ที่ได้ใช้กำลังกาย..ได้หลับสบายกันจนไม่ได้อยู่ต้อนรับใครๆ ในยามดึก

 

 

ในช่วงเวลาของการเข้าสู่กระบวนการอบรมสัมมนา..
ตั้งใจเพียงจะฝึกฝนและดูใจตนเองให้ชัดเจน
แต่กลับได้เรียนรู้จากผู้คนที่หลากหลาย
ได้เห็นการเคลื่อนไปในกระแสแห่งมิตรไมตรี
ผ่านการพูดคุย แลกเปลี่ยน และการได้ทำบางสิ่งบางอย่างร่วมกัน
ทั้งการพบปะพูดคุยในช่วงกิจกรรมสัมมนา และเวลาอันเป็นอิสระ

 

สายสัมพันธ์ที่ถักทอขึ้นจากประโยคง่ายๆ..พี่..หนูอยากทำทรงผมแบบพี่จัง..
ถูกสานต่อด้วยการสนทนาแลกเปลี่ยนจนถึงเรื่องราวของคุณแม่ อ.แป๋ว ที่เขียนไว้ในบล็อก
พี่..หนูอยากได้ถ้วยเล็กๆ ไปชิมกับข้าว..
และแล้วคนพูดก็ร่อนไปชิมอาหารของภาคโน้นภาคนี้..
จนต่อเนื่องมาถึงการแลกเปลี่ยนขนมนมเนยในเวลาพักอบรม

เสียงเฮฮา..เมื่อทราบว่าคนทำแกงขนุนของภาคเหนือเป็นเพียงคนเดียว..
คือชายหนุ่มที่นั่งในกลุ่ม
มะม่วงที่สิงห์ป่าสักและครอบครัวขนมาลังใหญ่..ก็ช่วยบ่มเพาะไมตรีให้งอกงาม
ด้วยคนปอกก็ร้องชวนให้คนกิน..กลัวล้นจาน..
จนได้ทั้งผู้ช่วยหยิบชิมมะม่วงยามเดินถือจานอาหารผ่านไปมาขวักไขว่
และหนูหนิงที่เป็นผู้นำในการแทะเม็ดมะม่วงสุกอย่างเป็นกันเอง

 

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องต่างๆ ตามมาโดยง่าย
เมื่อความรู้สึกใกล้ชิดกันและกันงอกงามขึ้น

จึงได้เห็นกลุ่มชายหนุ่มรุมล้อมรถของพี่บางทรายเพื่อฟังการขยายความรู้เรื่องตะไคร้ต้น
วงสนทนาใต้ร่มไม้  หรือการคุยกันยามเดินรั้งท้ายแถวชมสวน
เสียงซักซ้อมของนักแสดงและนักดนตรี..ที่มาจากต่างถิ่นต่างที่..และต่างวัย
อาจด้วยความรู้สึกเช่นนี้..ทำให้กล้าที่จะพบปะพูดคุย..
ไม่ว่ามือใหม่ในบล็อกและคนเก่งระดับเทพ..
ซึ่งหากไม่ได้คุยก็คงพลาดโอกาสได้เห็นความงดงามและหัวใจอันอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใน

 

สิ่งที่ได้รับจากการสัมผัส..รับรู้ด้วยความรู้สึก..
ทั้งด้วยดนตรี..บรรยากาศในยามค่ำคืนที่เปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งวัฒนธรรมที่ตั้งใจมอบให้
การบอกเล่าเรื่องราวจากใจ..ปัญหา..แผนงานเบื้องหน้าของ
G2K
บรรยากาศของการช่วยคิด ช่วยสร้าง กลางลานไผ่
ชวนให้มหัศจรรย์ใจ..ในสิ่งที่เกิดขึ้น..
จากเหนือสุด..ใต้สุด..กลาง..อิสาน..มารวมกันอยู่อย่างเรียบง่าย
ไม่มีใครควบคุมใคร..มีเพียงใจที่จะตั้งมั่นร่วมสร้างฝันให้เป็นจริง

   

 

เชื่อว่าผู้ที่เคยมาเยี่ยมมหาชีวาลัยอิสาน
จะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของความอิสระและเรียบง่าย
และความหลากหลายเรื่องราวในการเรียนรู้
จากครูบาสุทธินันท์ผู้มากด้วยศาสตร์และศิลปะในการดำเนินชีวิต
ทั้งแม่หวี ผู้อารีและผู้แต่งเติมความสมบูรณ์ในการอยู่ร่วมกัน

 

การมาร่วมงานเฮฮาศาสตร์ 5 ในครั้งนี้  มากมายด้วยมวลมิตรที่เปี่ยมด้วยจิตอาสา
มาให้คุณหมอคนชอบวิ่งจัดอบรมเพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น
แม้ผู้คนและเวลาออกจะแน่นจนไม่อาจแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ทั่วถึง
สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้..
คือความตั้งใจในการให้แก่กันจนได้ใจผูกสายสัมพันธ์กลับไปกันถ้วนหน้า
ทั้งศาสตร์จากกลุ่มวงน้ำชา..
ทั้งนำพาวิถีแห่งชีวิตที่ใกล้ชิดเชื่อมโยงกับธรรมชาติกลับไปพัฒนาตน

 

การพัฒนาใดๆ..ล้วนต้องเริ่มต้นจากใจที่จะพัฒนาตน
เมื่อผู้คนตระหนัก รู้ซึ้งและเข้าใจในวิถีแห่งธรรมชาติ ที่ล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน
ย่อมจะพัฒนาใจ  พัฒนาตน ให้เรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอย่างสอดคล้องกับวิถีอันยิ่งใหญ่
รู้จักที่จะให้กลับคืน และ เชื่อมโยงสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์
และเมื่อนั้น..ความรู้สึกอันอิ่มเต็มจากการให้ด้วยใจ  การเรียนรู้จากกันและกัน
จะหล่อเลี้ยงจิตใจและสายสัมพันธ์ให้งดงาม
ตามมาด้วยการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอย่างไม่รู้จบเสมอ..

 

 เออหนอ..ทำไมจึงรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเมื่ออยู่ในเฮฮาศาสตร์..