เงินใหญ่ ทำให้เกิดกิเลสใหญ่...ทุนใหญ่ ในที่นี้ หมายถึง ทุนใหญ่ไร้ศีลธรรม ไม่ได้หมายถึงทุนที่มีศีลธรรม

 

ทุนใหญ่  ในที่นี้หมายถึง

ทุนใหญ่ไร้ศีลธรรม  ไม่ได้หมายถึงทุนที่มีศีลธรรม

    แต่โบราณมีคนมีเงินเหมือนที่เราเรียกว่าเศรษฐี  เศรษฐีทำบุญให้ทานสร้างวัดวาอาราม ไม่เคยมีเศรษฐีคิดเข้ามายึดอำนาจทางการเมือง  มีแต่ทหารที่ยึดอำนาจกัน

   การมีเงินเป็นหมื่น เป็นล้าน เป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน

เงินใหญ่ทำให้เกิดกิเลสใหญ่   กิเลสมี  3  ชนิด  คือ  ตัณหา   มานะ   ทิฐิ

    ตัณหา   =   ความโลภ ความอยากได้มากๆ   =   อยากได้

    มานะ    =   ต้องการใช้อำนาจเหนือคนอื่น    =   อยากใหญ่

    ทิฐิ       =   เอาความเห็นของตัวเป็นใหญ่     =   ใจแคบ

   ผมขอใช้คำของคุณโสภณว่า  กิเลส  คือ  อยากได้  อยากใหญ่  ใจแคบ   กิเลสทั้ง 3 ของคนปุถุชนทั่วไปก็มี แต่บางคนมีมากเกินไปจนหลุดโลก คืก อยากได้สุดๆ เท่าไหร่ก็ไม่พอ  อยากใหญ่สุดๆ เขาเรียกกว่า  Megalomania ( mega = ใหญ่ ; mania = บ้าคลั่ง )  คือเป็นบ้าว่า กูต้องใหญ่สุดๆ ใจแคบสุดๆ คืดความเห็นของกูคนเดียว ของคนอื่นผิดหมด

        ถ้าใครบางคนมี  3  อย่างประกอบกัน คือ

  มีเงินมากสุดๆ +บ้าอำนาจสุดๆ +อัจฉริยภาพ ในทางร้ายสุดๆ   คนคนนั้นจะมีฤทธิ์ทำลายอย่างมโหฬารโดยไม่รู้ตัว สามารถทำลายชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์ได้ ถามเขาว่าทำอย่างไร เขาทำดังนี้ คือ

       1. ใช้เงินขนาดใหญ่ และการสร้างภาพ เข้ามายึดอำนาจทางการเมือง ทำให้อำนาจเสียสมดุลอย่างรุนแรง

       2. ใช้เงินและอำนาจเข้าแทรกแซงองค์กรต่างๆทำให้ตรวจสอบไม่ได้

       3. ครอบงำและแทรกแซงสื่อทำให้การรับรู้ของผู้คนไม่ตรงกับความจริง

       4. แต่งตั้งญาติ  เพื่อนร่วมรุ่น เข้าไปคุมตำแหน่งสำคัญๆทางการทหาร  พลเรือน ธุรกิจ เป็นการทำลายสถาบันให้แตกแยกและอ่อนแอ

       5. ความที่เป็น  Megamania  ต้องการให้ทุกคนทุกองค์กรมาขึ้นกับคนคนเดียว ทำให้ประเทศทั้งประเทศอ่อนแอลง

       6. แสวงหาผลประโยชน์ตามอำดภอใจไม่มีที่สิ้นสุด

       7. ใช้เงินแจกผู้คนเพื่อสนับสนุนตน รวมทั้งให้สินบาทคาดสินบน   ไม่ให้กลไกตรวจสอบต่างๆเอาผิดตนได้

       8. ใช้อำนาจในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างภาพให้คนเข้าใจผิด และเข้าไปสู่ความขัดแย้งกัน

       ทั้งหมดนี้ทำให้ชาติอ่อนแอลงทุกๆทาง ทำให้คนขัดแย้งกัน ทำลายสถาบันทางราชการ ทหาร และพลเรือน ทำให้เกิดความเสื่อมเสียทางศีลธรรม ไม่สนใจทำนุบำรุงศาสนาอย่างจริงใจ เพียงแต่ใช้เป็นเครื่องมือเท่าที่จะทำได้

       ทุนขนาดใหญ่ที่ไร้ศีลธรรม จึงเป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนาเสมอ ทุนขนาดใหญ่ที่สามารถยึดอำนาจทางการเมืองจะรู้สึกว่าตนใหญ่ที่สุด มีอำนาจมากที่สุด  ย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดาถ้าปรากฎว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีบารมีมากกว่าตน ทุนขนาดใหญ่ไร้ศีลธรรมจึงเป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เคยมีมาก่อน

       บ้านเมืองเสมือนตกเข้าไปในอยู่หลุมดำ     ไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมืองได้ เพราะไม่มีใครไว้ใจใคร ไม่สามารถแก้ความเสื่อมเสียทางศีลธรรมได้และความขัดแย้งกันขนาดหนัก  อาจนำไปสู่ความรุนแรงนองเลือดได้

        ในสภาวะวิกฤตสุดๆนี้  มีแต่พลังของคนไทยทั้งมวลเท่านั้นที่จะแก้ไขได้โดย

       1. มีความเข้าใจที่ถูกต้อง  (สัมมาทิฐิ)  ว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากทุนใหญ่ที่ไร้ศีลธรรม

       2. ต้องเข้มแข็งในมโนสำนึกทางศีลธรรม  ทุกคนต้องตั้งอยู่ในความถูกต้อง  ตุลาการต้องไม่ยอมรับสินบน  ทหารต้องไม่คำนึงถึงรุ่น และผลประโยชน์ที่เขาหยิบยื่นให้ แต่คำนึงถึงศักดิ์ศรี  ความถูกต้องเป็นธรรม และประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องมีศักดิ์ศรีและดำรงตนอยู่ในศีลธรรม ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือ  แต่ต่อต้านอำนาจที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรม ภาคธุรกิจและทุนที่มีศีลธรรมต้องเคลื่อนไหว เพื่อขจัดความไม่ถูกต้องเป็นธรรม  โดยสรุปต้อง " อตัมยตา"  กับอำนาจที่ไร้ศีลธรรม  ( อตัมยตา ตามสำนวนของท่านอาจารย์พุทธทาส หมายถึง " กูไม่เอากับมึงแล้วโว้ย "  )

       ต่อเมื่อคนไทยทุกคนและทุกภาคส่วน มีความเข้มแข็งในมโนสำนึกทางศีลธรรม  จึงจะขจัดอัปมงคลที่ครอบงำชาติออกไปได้ด้วยสันติวิธี

      3. ร่วมกันระดมความคิดเรื่อง ประเทศไทยหลังทักษิณ ( Post Thaksin Thailand )

      ปรากฏการณ์ทักษิณเป็นไปได้เพราะสังคมไทยมีความอ่อนแออยู่ในตัวเอง ทั้งวิถีคิดในองค์กร และสถาบันต่างๆรวมทั้งโครงสร้างทางสังคม  แม้ทักษิณไปแล้วอันตรายจากทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ที่ไร้ศีลธรรมก็ยังอยู่

       คนไทยทุกภาคส่วนต้องทบทวนตนเองและสร้างความเข้มแข็งจากการมีความถูกต้องในวิถีคิด  องค์กร สถาบัน และโครงสร้างที่สำคัญ สังคมต้องสามารถป้องกันไม่ให้ทุนใหญ่ไร้ศีลธรรมเข้ามาทำลายชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์  ส่งเสริมให้ทุนที่มีศีลธรรมร่วมกันเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง ให้สังคมไทยมีความดี มีการอยู่ร่วมกัน มีความรู้ที่รับใช้ความดีและการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมที่ร่มเย็นเป็นสุข

      ลูกหลานของเราจะต้องสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความเป็นธรรม  มีความสามารถ มีความสมานฉันท์และสันติสุข

                             

                                             ๒๑  มกราคม  ๒๕๔๙       

                     

  ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ ลูกไทย  หลานไทย   ต้องออกมาปกป้อง รักษาสถาบันชาติ   ศาสนา  พระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพสูงสุด และไม่ให้ใครมาทำลายผืนแผ่นดินไทยที่บรรพบุรุษของชาติไทยเอาเลือดเอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ เพื่อให้เรามีความสุข มีแผ่นดินอยู่ มาจนถึงทุกวันนี้