รูปแบบการใช้ KM ในการปรับทัศนคติและกระบวนทัศน์ให้ผู้ดูแลเด็กออทิสติกตระหนักการพัฒนาทักษะชีวิตด้วยกิจกรรมบำบัด...งานนี้มูลนิธิออทิสติกไทยจับมือกับอาจารย์กิจกรรมบำบัด ม. มหิดล ออกบริการชุมชน จ. ราชบุรี
ประเด็นที่ผมได้รับจากการเป็นวิทยากรงานนี้ คือ
- ผู้ปกครอง จ. ราชบุรี ให้ความสนใจในการวิเคราะห์ขั้นตอนการทำกิจกรรมโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการค้นหาความสามารถของลูก พัฒนาความสามารถให้เกิดทักษะ และพัฒนาทักษะให้เกิดขึ้นอย่างมีศักยภาพ (เด็กมีความสุขและสนใจมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต)
- เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ปกครอง กทม. จะเห็นว่า ผู้ปกครอง จ. ราชบุรี พยายามเรียนรู้วิถีชีวิตในกิจวัตรประจำวันแล้วปรับเปลี่ยนมาสังเคราะห์กิจกรรมได้ชัดเจนถึง 70% และเน้นทักษะกิจวัตรประจำวัน เช่น กิจกรรมเพื่อฝึกใส่เสื้อ กิจกรรมเพื่อฝึกเข้าห้องน้ำขับถ่าย ขณะที่ผู้ปกครอง กทม. สังเคราะห์กิจกรรมได้ชัดเจนเพียง 50% และเน้นทักษะหลายๆ ด้านนอกเหนือจากกิจวัตรประจำวัน (ได้แก่ การทำงาน การใช้เวลาว่าง การเข้าสังคม การเรียน และการเล่น)
- ผู้ปกครองทั้งสองกลุ่มเกือบ 90% ตระหนักถึงความสำคัญของการไม่บังคับฝึกลูก มองศักยภาพของลูกเชิงบวก การสังเคราะห์และวิเคราะห์กิจกรรมที่มีหนึ่งเป้าหมายชัดเจนและมีขั้นตอนที่ไม่มากจนเกินไป อดทนและฝึกลูกด้วยความรักและความรู้ความเข้าใจ หยุดพักและปรับเปลี่ยนขั้นตอนการฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าคาดหวังหรือวางเป้าหมายมากจนเกินความสามารถของลูก อย่ามองปัญหาของลูกมากจนเกินไป พยายามค้นหาความสามารถที่มีอยู่ของลูกและพัฒนาให้เกิดทักษะชีวิตด้วยกิจกรรมบำบัด
- ผู้ปกครอง กทม. มีความรู้เทคนิคการบำบัดรักษาพฤติกรรมที่มีปัญหาของเด็กออทิสติก มากกว่าผู้ปกครอง จ. ราชบุรี ทำให้พยายามใส่เทคนิคในขั้นตอนกิจกรรมบำบัดมากจนเกินไป และไม่สามารถประเมินผลความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายการฝึกทักษะชีวิตได้ชัดเจน
- ผู้ปกครอง จ. ราชบุรี พยายามสอบถามเทคนิคปรับพฤติกรรมและเทคนิคการฝึกพิเศษ ผมย้อนคำถามให้ผู้ปกครองคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันเอง จนได้ข้อสรุปว่า เมื่อผู้ปกครองพยายามหาเทคนิคมากมาย แต่การนำไปใช้ก็ต้องปรับเปลี่ยนหรือประยุกต์ตามความเข้าใจและการฝึกฝนของผู้ปกครองในเด็กแต่ละคนและแต่ละสถานการณ์ ซึ่งบางครั้งไม่มีสูตรตายตัว และไม่มีเทคนิคใดที่เกิดผลสบบูรณ์ 100%
- ดังนั้นผมจึงพยายามให้ผู้ปกครองมองความสามารถมากกว่าปัญหาของเด็ก มองขั้นตอนการฝึกกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่วัดผลอย่างเป็นรูปธรรม มากกว่ามองเทคนิคแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นมามากมายแต่ต้องอาศัยประสบการณ์ในการนำไปใช้
- คำถามที่ทิ้งท้ายไว้ให้ผู้ปกครองวางแผนมากขึ้น คือ ลูกออทิสติกของคุณจะมีศักยภาพในการดำเนินชีวิตได้อย่างไร เมื่อคุณจากไปแล้วในอนาคต
- บทแนะนำนักกิจกรรมบำบัด....ผมได้พบพี่รจนา จ. ราชบุรี และดีใจที่เขาได้แนวคิดในการสร้างกระบวนการทางกิจกรรมบำบัดจากการรักษาทางคลินิกสู่การให้คำปรึกษาการจัดโปรแกรมการฝึกทักษะชีวิตในชุมชนมากขึ้น นอกจากนี้นักกิจกรรมบำบัดต้องได้รับการฝึกฝนการจัดกลุ่ม KM และใช้สื่อ teaching & learning process ทางกิจกรรมบำบัดในรูปแบบวิทยากรชุมชนมากขึ้นครับ
การบรรยายครั้งนี้ผมได้คัดเลือกนิยามของทักษะชีวิตจากผู้ปกครองเด็กออทิสติก 2 ท่านมาฝากครับ
ทักษะชีวิตประจำคือ การดำเนินชีวิตประจำวันนั่นเอง ทักษะคือการวางแผนชีวิตประจำวัน คือ การเตรียมการนั่นว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรก่อนให้ถูกกับวันและเวลา ใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับลูกของเราได้อย่างไรและคนอื่นได้อย่างไรให้เข้าใจซึ่งกันและกัน (รางวัลชนะเลิศ - คุณธวัช สุจรักษ์)
ทักษะชีวิต คือ การตั้งความคิด การคิดจะทำต่อไป การวางแผนให้ทำ การให้ความสำเร็จกับชีวิต การมองหาในสิ่งใหม่อยู่เสมอ การทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุด การให้ความรักและความอบอุ่นกับลูกหลาน การสังเกตพฤติกรรมของลูกและหลาน (รางวัลรองชนะเลิศ - คุณอุทิน หนูภา)
สวัสดีครับ ผมแวะมาเรียนรู้ครับ
หวังว่าอาจารย์สบายดีนะครับ
ขอบคุณครับอ.จารุวัจน์ ผมสบายดีครับ ส่งความสุขและความสบายดีแด่อาจารย์ด้วยครับ
ขอบคุนค่ะที่ทำให้เข้าใจทักษะชีวิตมากขึ้น. .^^
ขอบคุณมากครับคุณแคร์
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ดิฉันได้ติดตามอาจารย์ตาม tv รายการคุยกับหมอ
ดิฉันเป็นครูสอนเด็กพิเศษ ของ สนง.กศน. อยากศึกษาเกี่ยวกับเด็กที่พิการทางสมองและสติปัญญา ให้มากกว่านี้และอยากให้ทางอาจารย์ช่วยในด้านสื่อการสอนและแนะนำกิจกรรมต่างๆๆ ในการพบกลุ่ม
ขอบคุณครับอาจารย์พัชรี
ยินดีให้คำปรึกษาครับ ลองบอกปัญหาหรือคำถามที่มีรายละเอียดชัดเจนและส่งมาที่ [email protected] หรือโทร 08-522-40707 ได้ครับผม