"ถ้าเราไม่กล้าแสดงออก คนอื่นก็ไม่มีทางเห็น เหมือนเสียงที่เราคิดว่าไมมีใครได้ยิน"

"คนเราพอมีเรื่องค้างคาใจ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน มันก็ตามติดไปตลอด เหวี่ยงไปไม่พ้นคอทุกที บางครั้งเผลอๆมันก็แวบเข้ามารบกวนความคิดอีกแล้ว....."

  • ต้องขอ Copy คำนี้มา จาก file jpeg " เสียงที่ไม่มีใครได้ยิน "  ได้มา...เก็บไว้อ่านหลายครั้งเหลือเกิน ด้วยชอบบทความที่คล้ายๆปรัชญา แนวคิดของชีวิต    นำมาอธิบาย...ที่บางครั้งเราบอกตัวเองไม่ได้
  • ตอนหนึ่ง...บอกว่า

...... เคยต้องอยู่ในห้องประชุมหรือเปล่า (อันนี้เคยบ่อยมาก) บรรยายกาศมันอาจจะชวนน่าเบื่อและเครียดไม่น้อย (เจอเหมือนแหละนะ) แต่เราจะเครียดกว่า ถ้าการแสดงความเห็นของคนอื่นทำให้เราหมดความสำคัญลงไป คล้ายๆ เรากำลังมองดูคนอื่นตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ตัวเรากำลังย่อส่วนเล็กลงๆ ปัญหานี้ไม่ใช่เพราะคนอื่นมาทำให้ความสำคัญของเราหมดไป  แต่เป็นเพราะเราคิดอยู่กับตัวเอง มีแค่ตัวเองที่เข้าใจ   แต่คนอื่นเขาไม่รู้เรื่อง เพราะเราไม่เคยแสดงความคิดเห็นนั้นออกมา....เพราะฉะนั้น..คิดว่าทางออกสำหรับเรื่องนี้มันอยู่ที่ตัวเราเองนี่แหละ ถ้าเราไม่กล้าแสดงออกมา  คนอื่นก็ไม่มีทางเห็น เหมือน..."เสียงที่เราคิดว่าไม่มีใครได้ยิน" ถ้าเราอยากให้คนอื่นได้ยิน เราก็ต้อง  " พูดออกมา "   ......การน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วพาตัวเองหลุดไปอยู่ในโลกของความโดดเดี่ยวมันน่ากลัว..บางทีเราก็น้อยอกน้อยใจกับเรื่องบางเรื่อง โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว..พอเขาเฉยๆไม่แสดงอาการรู้ร้อน รู้หนาว คนที่แอบน้อยใจอยู่นี่แหละที่ "จะเป็นจะตาย" และเป็นทุกข์อยู่คนเดียว  เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เราพูด....ทุกอย่างต้องเริ่มต้นที่ตัวเอง

  • ทำให้นึก...ว่า  แนวคิด ทฤษฎีทางสังคมหรือปรัชญา (หลักแห่งความรู้หรือหลักแห่งความจริง) นี่คล้ายกับป้ายบอกทางโค้ง ทางคด ทางแยกของเส้นทางจราจร เป็นหลักความดีที่สามารถสอนกันเองได้
  • ต้องขอบคุณ คนเขียนบทความเรื่องนี้จริงๆ
  • ขอบคุณเขา..ที่เอื้อเฟื้อมาอีกที