แม้จะยังรู้สึกไม่กลมกลืนเท่าใดนัก  เนื่องจากอยู่ในฐานะน้องใหม่....(กรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้บริหาร)

          แต่ก็นับว่ามีประโยชน์มาก  และนับเป็นวาสนา

          ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะ.....การอยู่ในฐานะอย่างนี้  ทำให้ได้รู้ได้เห็นภาพกว้าง และภาพลึกของการบริหารงานระดับมหาวิทยาลัยอีกมากมาย


          การประชุมสภามหาวิทยาลัยนเรศวร ครั้งที่ ๑๓๖ (๓/๒๕๕๑) วันเสาร์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องประชุมนเรศวร ๖  ชั้น ๓ อาคารสำนักงานอธิการบดี  มหาวิทยาลัยนเรศวร

  1. เรื่องแจ้ง
    1. ท่านประธาน (คุณหญิงไขศรี  ศรีอรุณ)  ต้อนรับด้วยช่อดอกไม้ กรรมการสภาประเภทผู้บริหาร 3 คน คือ คณบดีคณะสถาปัตย์ (นิธิ  เฮงรัศมี)  คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ (พูนพงษ์  งามเกษม) และตัวข้าพเจ้าเอง
    2. มีนายสมบูรณ์  ศรีพัฒนาวัฒน์ ผู้ว่าพิษณุโลก ด้วย (ในฐานะ ปธ.กรรมการส่งเสริมฯ มน.)
    3. ประธาน ให้ความเห็นว่า การรณรงค์การแต่งกายถูกระเบียบ มีเหตุผลสมควร ควรดำเนินการต่อไป เพราะ
      1. ประหยัด
      2. ไม่แสดงฐานะ เกิดความเท่าเทียม
      3. ไม่ทำให้มุ่งแต่จะแต่งตัวตามแฟชั่น และไม่สนใจเรียน
      4. แยกแยะได้ระหว่าง นิสิต บุคลากร / อาจารย์
      5. พวกนิสิตเกย์ มีปัญหาเรื่องเข้าห้องน้ำ  อาจต้องแยกพิเศษ
    4. ให้ ม. ปฐมนิเทศอาจารย์ใหม่ (รวมเก่าด้วยก็ได้) ทุกปี  เพื่อให้เรียนรู้วิธีจัดการเรียนการสอน  การวัดและประเมินผล  การทำสื่อการสอน  ขอเพิ่มเอง (เพราะบอกไม่ทัน) ว่าเรื่องจรรยาบรรณอาจารย์ด้วย
    5. เรื่องวิกฤตปัญหาพลังงาน (น้ำมัน) ที่ต้นทุนสูงขึ้นมาก ม.ต้องเร่งศึกษา  แต่ดูเหมือนท่านอธิการ เสนอแต่ให้ใช้ NGV และไม่แนะให้ใช้ LPG  แต่ก็รับว่า ค่าติดตั้งถังแก๊ซแพงมาก 6-7 หมื่น แถมหาปั๊มเติมก็ยาก ต้องเข้าคิวยาว  แม้จะบอกว่า มีโครงการเพิ่มปั๊มอีก 3-4 แห่ง  แต่ก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไม่มีข้อเสนอเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาด้วยการส่งเสริมงานวิจัยของอาจารย์เลย??  หรือของ SERT ก็ไม่มีการผลักดันอะไร??  อย่างไรก็ดี  ทำให้ได้ทราบว่า LPG จะเริ่มแพงขึ้น เพราะเป็น By product ของน้ำมัน  คือจะอิงราคาน้ำมันตลอด  หลังกค. ปีนี้ LPG จะเพิ่มราคาสูงขึ้น โดยแบบที่ใช้หุงต้ม จะเพิ่มน้อยกว่าที่ใช้กับรถยนต์  ตอนนี้ราคา NGV จริงๆ อยู่ที่ 6 บาท แต่ขาย 8 บาท ซึ่งยังนับว่าถูกมาก  แต่ความที่ต้องใช้แรงดันสูงในการอัดแก๊สใส่ถัง  ทำให้ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยมากเช่นกัน  นโยบายรัฐบาลช่วงนี้ คงแนะให้ใช้ NGV ให้มากขึ้น  แต่อีกราว 14 ปีต่อจากนี้ คือภายในปี 2565 รัฐอาจหันมาใช้พลังงาน Nuclear โดยมีแผนตั้งงบประมาณ 3 พันกว่าล้าน  ระยะ 3 ปีแรกนี้ ใช้เพื่อการศึกษาให้รู้เรื่อง  ว่ากันว่า กากนิวเคลียร์ยุคใหม่ จะเป็นกากสะอาด (จริงอรื้อ??)
    6. นิสิตที่เข้าใหม่ปี 1  ต้องใส่ใจอำนวยความสะดวกการดำเนินการต่างๆ เช่น การขอทุน โดยเฉพาะนิสิตที่ขาดแคลน  ไม่จำเป็นต้องเรียนดี  ขอให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้  ต้องเตรียมทุนให้  การกำหนด dead line ของการชำระค่าเล่าเรียน ก็ต้องประกาศให้ทราบล่วงหน้า เอื้อให้คนยากจนได้
    7. อธิการ บอกว่า ปีนี้ (51) มีนิสิตสมัครเข้าเรียน มน. มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่เปิด มน. ประมาณ 9 พันกว่าคน  สาขาที่สมัครเยอะขึ้นคือ นิติ  รัฐศาสตร์  สาขาที่น้อย คือ วิทยาศาสตร์  เกษตร
    8. สมัยนี้ภาษาอังกฤษ  ประสบการณ์วิชาชีพ  ต้องเพิ่มให้นิสิต มากๆ
  2. เรื่องเลขาแจ้ง
    1. ดร.เสมอ  ถาน้อย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรักษาการในตำแหน่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย
    2. คณะแพทย์ยืมเงินสะสมจากคณะต่างๆ ได้แก่ คณะวิทย์  บัณฑิต  ศึกษา  ดอกเบี้ย 3% ต่อปี
  3. เรื่องพิจารณา
    1. แต่งตั้งกรรมการสรรหาอธิการบดี  ถอนไปคราวหน้า เพราะเร็วไป  แต่ก็ทำให้รู้ว่า อธิการหมดวาระ 19 ม.ค. 52  ต้องเลือกใหม่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60  วัน  องค์ประกอบของกรรมการสรรหาอธิการบดี คือ
      1. กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ  1 คนเป็นปธ.
      2. กรรมการสภาฯ อีก 4 คน จาก  ผู้ทรงฯ 2 ผู้บริหาร 1 อาจารย์/ปธ.สภาอาจารย์ 1
    2. คณบดีทันตะหมดวาระ 18 สิงหา 51  ต้องเลือกใหม่ เป็นได้อีก 1 วาระ
    3. เห็นชอบระเบียบมหาวิทยาลัย เรื่องหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาประจำคณะ  คนละ 300 บาท  (นี่ก็ทำเพราะ สมศ.  สกอ.) วาระ  2 ปี ตั้งจากคนภายนอกมหาวิทยาลัย หรือนอกคณะ  เลือกจาก กค. แล้วเสนอ กก.บริหาร มน. ขอความเห็นชอบ ตั้งประธาน 1 คน ให้เลขาคณะเป็นเลขา มีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ การเรียนการสอน  การวิจัย การบริการชุมชน การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม  และด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานคณะ
    4. จัดตั้งสถานปฏิบัติการแพทย์แผนไทยประยุกต์
    5. จัดตั้งกองการเจ้าหน้าที่  เปลี่ยนชื่อเป็น กองบริหารงานบุคคล
    6. จัดตั้งกองวัฒนธรรม  ทบทวนโครงสร้างและภารกิจให้สอดคล้อง มอบ รศ.ดร.จิระวัฒน์  พีระสันต์
    7. ผศ.ดร.วิบูลย์  เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการสัมมนาแผนยุทธศาสตร์ มน. ก็เพื่อให้ผ่าน สมศ. สกอ. ในเรื่องการนำผลประเมิน QA ไปใช้ในการวางแผนยุทธศาสตร์  อธิการก็ผลักดันจะให้คณะทำด้วย  ให้เสร็จภายใน สิงหา  ถ้าสหเวชฯ จะทำ ก็จะทำหลังประเมินตรวจสอบ QA  โดยใช้ข้อมูลประกอบ คือ
      1. sw  :  ผลประเมิน IQA ตั้งแต่ปีการศึกษา  44 - 50
      2. sw  :  การประชุมผู้ปกครอง 1 มิ.ย.  51
      3. ot   :  แผน 15 ปี มน. ที่สัมมนาผู้บริหารที่ เพชรบุรี 14 - 17 พ.ค. 51 
      4. ot   :  แผน 15 ปี อุดมศึกษา : สถาบันคลังสมอง
    8. การปรับปรุงบัณฑิตวิทยาลัย มี 3 ทางเลือก
      1. คงบัณฑิตฯ ปิด 9 ศูนย์
      2. คงบัณฑิตฯ เปิด 5 ศูนย์ เชียงใหม่  ตาก นครสวรรค์  เพชรบูรณ์  อุตรดิตถ์ 
      3. ปิดบัณฑิตฯ  (แบบนี้ ที่ท่านอธิการอยากให้เป็น)  ยังไม่ลงตัว
    9. มน. มีปัญหาเรื่องการบริหารงานโครงการหอพักนิสิต กับ บริษัท พี. เอ็น.เอส.ไซน์ จก. สงสัยจะเลือกแนวทางซื้อสิทธิการบริหารโครงการคืนจากบริษัท จะได้แก้ไขเรื่องภาษีโรงเรือนและที่ดิน  แต่ก็ต้องหาเงินมาซื้อ