...

เป็นที่ทราบกันดีว่า คนเรามีนาฬิกาเวลาพื้นฐานในสมองที่ไวต่อแสงแดด ทำให้คนเราตื่นตัวเวลากลางวัน และนอนหลับได้ดีในเวลากลางคืน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

ทว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องที่จะเลือกได้เสมอไป... ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากต้องอยู่เวร หรือทำงานเป็นผลัด (shift workers) แถมอีกหลายคนต้องเดินทางด้วยเครื่องบินข้ามประเทศบ่อยๆ ทำให้นาฬิกาเกิดอาการตีรวน หรือที่เรียกว่า "เจท แลก (jet lag)"

...

อาการเจท แลกที่เกิดจากการเดินทางข้ามประเทศอาจทำให้คนเราเกิดอาการมึนงง เวียนหัว เบื่ออาหาร หรืออยากกินอาหารมากผิดปกติ

ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องเดินทางจากสหรัฐฯ ไปญี่ปุ่น ซึ่งมีโซนเวลาต่างกัน 11 ชั่วโมง ราวกับพลิกกลางวันเป็นกลางคืน พลิกกลางคืนเป็นกลางวันทันที แบบนี้คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาปรับตัวประมาณ 1 สัปดาห์จึงจะหายเวียนหัว

...

การรบกวนนาฬิกาเวลาพื้นฐาน (circadian clock) มีส่วนทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ซึมเศร้า เสี่ยงต่อโรคหัวใจ มะเร็ง และความเสื่อมของระบบประสาทหลายชนิด

เรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ คือ ชีวิตยุคใหม่มีอาชีพที่ต้องทำงานเป็นผลัดมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น พนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงานปั๊มพ์น้ำมันที่บริการตลอด 24 ชั่วโมง พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล หมอ ฯลฯ

...

ท่านอาจารย์คลิฟฟอร์ด ซาเพอร์ (Clifford Saper) และคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ ทำการศึกษาพบเป็นครั้งแรกว่า นาฬิกาชีวิตคนเรามี 2 ระบบ

ระบบแรกเป็นระบบ "ไวต่อแสง" หรือไวต่อเวลากลางวัน-กลางคืน ตัวควบคุมอยู่บริเวณเหนือฐานสมองเล็กน้อย (suprachiasmatic nucleus)

...

ระบบที่ 2 เป็นระบบ "ไวต่ออาหาร" หรือไวต่อมื้ออาหาร (feeding clock) มากกว่าเวลากลางวัน-กลางคืน ตัวควบคุมอยู่ที่ฐานสมอง (dorsomedial nucleus of hypothalamus)

ระบบนี้จะทำการเทคโอเวอร์ (takeover / overide) โดยยึดกิจการ หรือครอบงำการทำงานของระบบแรกทันทีที่มีการอดอาหารนาน 16 ชั่วโมงขึ้นไป โดยจะทำให้คนเราตื่นตัว หรือไม่ค่อยง่วงจนกระทั่งกินอาหารมื้อถัดไป

...

การค้นพบนี้ช่วยคนที่ต้องเดินทางไกลๆ ได้อย่างไร... อาจารย์ซาเพอร์กล่าวว่า ถ้าต้องเดินทางไกลข้ามโซนเวลา หรือบินข้ามประเทศ ให้อดอาหารไว้อย่างน้อย 16 ชั่วโมง

กล่าวง่ายๆ คือ

  • งดอาหารบนเครื่อง (off food on plane)
  • เริ่มกินอาหารเมื่อถึงที่หมาย (on food on land)

...

เรื่องงดอาหารบนเครื่องนี่... ถ้าเป็นเครื่องบินที่ไม่ใช่การบินไทยก็พอจะทำได้ แต่ถ้าเป็นเครื่องบินของการบินไทยแล้ว ผู้เขียนยอมรับว่า ทำได้ยากมากๆ

เพราะอาหารไทยนั้นเป็นอาหารที่มีกลิ่นหอม ทำลายสมาธิและขันติได้อย่างแรง โดยเฉพาะคนที่กินเก่งเช่นผู้เขียน ใครทำได้(อดอาหาร)นับว่า เก่งมากๆ

...

เรียนเสนอให้พวกเราที่ต้องเดินทางไกล หรือต้องอยู่เวรอยู่ยามลองงดอาหาร หรือกินอาหารให้น้อยดู อาจารย์ซาเพอร์ท่านว่า จะทำให้สดชื่นได้เร็ว

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

หมายเหตุ                                            

  • ถ้าตัวอักษรเล็กเกิน > เรียนเสนอให้เพิ่มขนาดที่ view > text size > เพิ่มขนาด
  • หรืออ่านที่ OKnation blog > [ Click - Click ]

ข่าวประกาศ                                        

  • ถ้าไม่มีเหตุผิดพลาดทางเทคนิค...
  • ผู้เขียนขอลาไปทำบุญที่พม่าในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 - 8 มิถุนายน 2551.
  • ช่วงนั้นคงจะเข้ามาเขียนบล็อก หรือตอบข้อคิดเห็นของพวกเราไม่ได้ครับ ขออภัย
  • ขอกราบอนุโมทนาในกุศลเจตนาของชาวไทย และชาวโลกที่มีส่วนช่วยชาวพม่ายามยากครับ... สาธุ สาธุ สาธุ

ที่มา                                                  

  • Thank BBC > Avoiding food 'may beat jet lag' > [ Click ] > May 22, 2008. // source > J Science.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง... ควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 23 พฤษภาคม 2551.