คนใจเร็ว

            เมื่อวานวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 เป็นวันพุธครับ เป็นวันพุธที่พิเศษอีกวันหนึ่งในชีวิตผม ที่ทำให้ผมถูกเรียกว่า คนใจเร็ว

            ตระกูลของผมนับว่าเป็นตระกูลเสี่ยงที่พบว่าผู้ชายจะตายเร็ว ไอ้หยา ขึ้นต้นมาก็พาเอาเสียวหลังวาบๆ (ถ้าเป็นคนไข้แก่ๆที่มาหาผม มักบอกว่า วาวๆ) ที่ต้องบอกอย่างนี้ก็เพราะว่า พ่อผมนั้นเป็นโรคหัวใจขาดเลือดตั้งแต่ท่านอายุ 40 ต้นๆ ตอนนั้นผมยังอยู่ชั้นประถมอยู่เลย พ่อเกือบตาย ครอบครัวเกือบล่มสลายเพราะว่าบ้านเราจน สมัยนั้นการเดินทางไปกรุงเทพก็ลำบากและต้องใช้เงิน นั่นก็คือปัญหาของครอบครัว พ่อก็รักษาที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ฯและรอดตายมาได้อย่างปาฏิหารย์ ผมได้มาดูคลื่นหัวใจของพ่อเป็นก็เมื่อเรียนหมอจบแล้ว เห็นแล้วก็ขนหัวลุก ว่าพ่อตูรอดมาได้อย่างไรเนี่ย แต่ก็นั่นแหละ บุหรี่ก็พาพ่อผมจากไปเมื่อท่านอายุได้ 56 ปี

            ก่อนพ่อตายไม่กี่ปี อาคนที่ 3 ซึ่งเป็นลูกคนที่ 10 ของปู่ ก็ต้องเป็นโรคหัวใจและได้สวนหลอดเลือดหัวใจไปเรียบร้อย รายนี้บอกได้เลยว่าเป็นเพราะบุหรี่ และเมื่อเผาศพพ่อไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ อาคนที่ 2 ซึ่งเป็นลูกคนที่ 9 ของย่า ก็มาเป็นโรคหัวใจไปอีกคน รายนี้เป็นน้อยหน่อย ไม่ต้องสวนหลอดเลือดหัวใจ คนนี้ก็น่าจะเกิดจากบุหรี่เช่นเดียวกัน

            นั่นทำให้ผมเกลียดบุหรี่เข้าไส้ ผมเกลียดบุหรี่มาตั้งแต่อยู่ชั้นประถม เรียกว่าเหม็นติดสมองครับ ใครเข้าบ้าน จะมาสูบบุหรี่ไม่ได้ เพื่อนพ่อมาผมก็ไม่ให้สูบ เพราะกลัวพ่อขอสูบ ญาติมาก็ไม่ให้สูบ มีอยู่ครั้งหนึ่งต้องทะเลาะกับแม่ เพราะไปไล่ญาติของท่านออกจากบ้าน เพราะเขาไม่ยอมหยุดสูบบุหรี่ในบ้านของผม

            และทุกวันนี้ก็ยังเหม็นบุหรี่เข้าสมองอยู่ดี เวลาเดิน round คนไข้อยู่ในวอร์ด ผมก็จะทำตนเสมือนสุนัข ที่เมื่อได้กลิ่นบุหรี่ขึ้นมาก็จะโวยวาย ให้คุณพยาบาลหาคนสูบให้เจอ

            ผมเองก็มีความกังวลเรื่องความเสี่ยงของตัวเองในเรื่องนี้มาโดยตลอด แม้จะคิดว่า ทั้ง 3 ท่านผู้มีอุปการคุณนั้นเป็นโรคหัวใจเพราะการสูบบุหรี่เป็นหลัก แต่คงไม่มีใครเถียงว่า เรื่องโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นมีปัจจัยทางด้านพันธุกรรมเข้ามาเอี่ยวอยู่ด้วยอย่างมาก (อย่างแรง) ก็เลยต้องตรวจเลือดตรวจวัดระดับ cholesterol, HDL-C, LDL-C และ triglyceride อยู่ทุกปี และมันก็ยังดีเยี่ยมอยู่ ไปประชุมที่ไหนก็พยายามดื่มไวน์แดงเป็นขวดๆ (ฮ่า ฮ่า อันนี้เป็นข้ออ้างของการดื่มอย่างชอบธรรมที่สุดครับ อ้าว ก็มีงานวิจัยบอกมานี่นา ว่าดื่มไวน์แดงจะช่วยลดความเสี่ยงได้) ขาดอยู่สิ่งเดียวที่ยังทำได้ไม่ค่อยดีนักก็คือ การออกกำลังกาย

            มา 2-3 เดือนนี้เริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างของร่างกายตัวเอง ก็คือ เหนื่อยง่ายจังเลย บางทีเดินขึ้นบันไดแค่ 1-2 ชั้นก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วๆยังไงชอบกล ไม่ใช่ว่าเหนื่อยจนหอบแฮ่ก แต่ใจมันเต้นตูมๆจนรู้สึกได้ แต่ก็นั่นแหละ จนแล้วจนรอดก็ไม่มีโอกาสได้ไปตรวจหัวใจซักที เพราะไม่ว่าง (แน่ะ เป็นข้ออ้างที่ฟังได้เป็นประจำครับ) จนเมื่อสัปดาห์ก่อน มีเวลาว่างเล็กน้อย จึงรีบจ้ำไปตรวจคลื่นหัวใจ ผลที่ได้เลยพบว่า ใจเต้นรัว อัตรา 100 ครั้งต่อนาที และมีอะไรบางอย่างดูแปลกๆไป ปล.นะครับ ตอนนี้ผมอายุ 35 ปี 5 เดือน อายุยังน๊อยน้อยนะครับ น้อยไปที่จะเป็นโรคหัวใจกับใครเขา แต่นั่นแหละ เมื่อผลออกมาแบบนี้ ทำให้อยู่ไม่ค่อยจะสุข กระทั่งเมื่อวานขณะที่ไปทำงาน จึงได้พบรุ่นพี่ที่เป็นหมอโรคหัวใจโดยบังเอิญ จึงยื่นกระดาษที่ตรวจคลื่นหัวใจให้เขาดู ท่านเลยบอกว่า ดูๆไปก็ไม่ผิดปกติ แต่เมื่อเริ่มรู้สึก ก็ขอเชิญไปตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษเพิ่มเติม นั่นก็คือ ไปวิ่งบนสายพาน

            การวิ่งบนสายพานนั้น เขาจะติดแผ่นรับคลื่นหัวใจไว้ตามจุดต่างๆบนหน้าอกผม (lead) รวม 6 จุด (ถึงตรงนี้ ถ้าใครอายุมากพอที่กำลังอ่านอยู่คงจะนึกภาพออกนะครับ ฮา) และติดอีก 4 จุดอันเป็นลักษณะคล้ายแขนขา เพียงแต่ 2 จุดบนติดใต้ไหปลาร้า และอีก 2 จุดล่างติดที่พุง จากนั้นพ่วงสายต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อดูการทำงานของหัวใจของผมได้ตลอดเวลา ซึ่งก็เห็นได้เลยว่า อัตราเฉลี่ยของการเต้นของหัวใจผม วิ่งอยู่ที่ 93 ครั้งต่อนาที เป็นไงครับ ผมเป็นคนใจเร็วใช่ไหม

            และเมื่อถึงเวลาตรวจ รุ่นพี่ผมก็เข้ามาเฝ้ายืนดูผมตลอดเวลา อันนี้สำคัญนะครับ เพราะการวิ่งนั้น ในบางคนอาจทำให้หัวใจขาดเลือดได้ทันทีเลย แล้วผมก็เริ่มออกเดินบนสายพานที่กำลังหมุนล่อเท้าผมอยู่ เราก็จะเห็นได้เลยว่า หัวใจของผมก็เริ่มเต้นเร็วขึ้นเป็น 100 ครั้งต่อนาที และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สายพานก็ปั่นไป ผมก็เดินไป คุยไป ดูหัวใจตัวเองไป ความเร็วเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นวิ่งแล้ว หัวใจก็เต้นพุ่งไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนปาเข้าไป 180 ครั้งต่อนาที อันนี้เป็นสูตรของการทดสอบนะครับ เพราะเขาจะให้หัวใจทำงานราว 100% ขึ้นไป แล้วดูคลื่นหัวใจ นี่ของผมก็ปาเข้าไป 100 กว่าเปอร์เซ็นต์เข้าไปแล้ว หัวใจก็เต้นซัดไป 180 ครั้งต่อนาที รุ่นพี่ก็ถามว่า เหนื่อยไหม เจ็บหน้าอกไหม คำตอบก็คือ สบายๆ เหนื่อยไม่มาก ไม่มีอาการผิดปกติอื่นใด จนผ่านไป 10 นาที ก็ให้หยุด ค่อยๆหยุด เราก็พบว่า หัวใจผมยังเต้นเร็วอยู่ มันลดอัตราเต้นลงค่อนข้างช้า ปัดโธ่ ก็ผมเป็นคนใจเร็วนี่นา

            ผลการตรวจทั้งหมดระบุว่า หัวใจผมเต้นปกติ ไม่มีปัญหาเรื่องหลอดเลือดแต่อย่างใด เพียงแต่มันเต้นเร็วเล็กน้อย ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า ผมเป็นคนใจเร็ว เอ๊ย ผมไม่ฟิตครับ ผมไม่ฟิต ไปออกกำลังกายไป๊ ไปวิ่ง ไปทำอะไรก็ได้ให้ร่างกายฟิตกว่านี้ แล้วค่อยมาดูกันว่าในอนาคตมันจะลดลงไหม นี่เป็นคำแนะนำของรุ่นพี่หมอโรคหัวใจ

            ยังครับยัง ยังไม่หยุดแค่นี้ เพราะผมยังคงต้องมีนัดหมายสำคัญ ที่จะต้องตรวจอัตราการเต้นของหัวใจใน 24 ชั่วโมง ซึ่งค่อยทำวันหลัง แต่วันนี้ขอดีใจก่อน เฮ้อ ก็แค่เป็นคนใจเร็วเองเน๊าะ