ขณะนี้เวลา ๒๑.๒๖ น.

 เพิ่งเดินทางกลับมาจาก การศึกษาดูงานที่จังหวัด กาญจนบุรี กลับมาถึงบ้าน เมื่อ สองทุ่มเศษ และเข้าเน็ตตามระเบียบใจสั่งมา ตั้งใจแค่จะเช็คเมล์ และท่องเที่ยวในgotoknow สักพัก โดยไม่คิดจะเขียนบันทึกอะไร

 แต่แล้ว ก็ต้องกลับใจ ลงมือเขียนบันทึกนี้ ด้วยความปิติใจ จนถ้าไม่บอกกล่าว ก็คงนอนไม่หลับแน่คืนนี้

ผู้เขียนพบเมล์ใหม่ส่งมาถึง ๑ ฉบับ เมล์ฉบับนี้ เป็นข่าวดีของทุกๆคน และมีเรื่องเล่ากับข้อความนี้อีกมากมาย ขออนุญาต นำมาลงให้ทราบทั่วกันก่อนนะคะ

Re: Fw:จีวร‏
จาก: Komkrich Chongbunwatana ([email protected])
ส่งเมื่อ: 22 พฤษภาคม 2551 19:55:42
ถึง: Sugar Mathura ([email protected]); Boonrung Tantirapan ([email protected]); [email protected]; Poldej Worachat ([email protected]); Pranaya Chongbunwatana ([email protected])

เรียนทุกท่านครับ

 

ผมมีข่าวดีที่จะแจ้งคือ สอท. ณ กรุงธากา ได้รับหนังสือจาก กต.บังกลาเทศ แจ้งการอนุญาตให้นำเข้าจีวรโดยได้รับการยกเว้นภาษีแล้วครับ

 

จริงๆ แล้ว สอท. จะต้องได้รับหนังสือดังกล่าวตั้งแต่เดือน มี.ค. 2551 แต่ด้วยความผิดพลาดของฝ่ายสารบรรณของ กต.บังกลาเทศ ทำให้ไม่มีการส่งหนังสือดังกล่าวออกมา จนกระทั่ง จนท.ท้องถิ่นของ สอท. ซึ่งต้องไปรับ-ส่งหนังสือที่ กต.บังกลาเทศ เป็นประจำ ไปค้นเจอเอาเองในกองเอกสารที่นั่นครับ

 

ขั้นตอนต่อไปในการส่งจีวรมาก็คือ

1. คุณอ้อยขอโควต้าเพื่อส่งจีวร และจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ซึ่งควรจะประกอบด้วย 1) Airway Bill 2) Invoice และ 3) Packing List

2. คุณอ้อยส่งเอกสารต้นฉบับดังกล่าวมาให้ สอท. เพื่อดำเนินการเรื่อง custom clearance ที่บังกลาเทศซึ่งจะใช้เวลา 3-4 วัน (ได้รับแจ้งมาว่าอย่างนั้น)

3. เมื่อ สอท. ดำเนินการเรื่อง custom clearance เรียบร้อยแล้ว ก็จะแจ้งให้คุณอ้อยทราบ เพื่อดำเนินการส่งจีวรขึ้นเคริ่องไปที่จิตตะกองต่อไป

4. หลังจากนั้น สอท. จะเป็นผู้ดำเนินการออกของที่สนามบินจิตตะกอง และ สอท. จะแจ้งกำหนดการนำจีวรไปส่งมอบให้วัดต่างๆ ในเมืองจิตตะกองให้ทุกท่านทราบต่อไปครับ

 

แณณ-บอล

 

    ก่อนไปอินเดีย ผู้เขียนได้ฝากภารกิจอันหนึ่งไว้ กับหลายๆท่าน ที่เกี่ยวข้อง และติดตามอยู่เสมอ นั่นก็คือ การส่งผ้าจีวร ไปยังวัดพุทธ ในบังคลาเทศ ที่ได้บอกบุุญไว้แล้ว ประมาณ ๒๐๐ กว่าผืน แต่จนแล้วจนรอด เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย ก็ได้รับแจ้งจากทุกฝ่ายว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้รับหนังสือตอบรับ ให้นำผ้าไตรจีวรเข้าบังกลาเทศ โดยไม่เสียภาษี ซึ่งข่าวสุดท้ายคือ คุณแณณแจ้งมา และในวันนั้น ผู้เขียน ก็ได้ตั้งจิต อธิษฐาน ขอให้เทวดา ทั้งที่บังกลาเทศ และประเทศไทย จงดลบันดาล ให้เกิดความสะดวก ในการลำเลียงผ้าไตรจีวรนี้ด้วยเทอญ

 และแล้ว วันนี้ คุณบอล คุณแณณ ก็แจ้งมาดังรายละเอียดนี้ ปิติใจจนน้ำตาซึม ที่แท้ผู้เขียน ก็จะได้มีโอกาสกลับมารับบุญ เป็นผู้จัดการนำผ้าไตรส่งด้วยมือตัวเองนั่นเอง เป็นความสุขใจ ที่ขอนำมาบอกกันก่อนนอนคืนนี้ค่ะ

 ผ้าไตรชุดแรกที่ผู้เขียนบอกบุญมา ในบันทึกที่ชื่อว่า ได้เพื่อนเดินทางไป กุุสินารา

จากนั้นผู้เขียนก็บันทึกตามมาด้วยความปิติ ในวันที่มีผู้บอกบุญ ให้ไปรับผ้าไตรชุดใหญ่ กับบันทึกชื่อ เรื่องราว  บนผ้าไตร

และก่อนที่ผู้เขียนจะเดินทางไปอินเดีย ได้มีบันทึกสุดท้ายถึงผ้าไตรว่า แห่ผ้าไตร รอบเมืองชล

นอกจากนี้ ก็ยังเขียนไว้ใน บล็อกเชื่อมใจฯ อีกหลายบันทึก

 เช่น บุญพิเศษ..กับอีกหนึ่งประเทศ บังกลาเทศ

บันทึกผ้าไตรจีวรจากสรวงสวรรค์

บันทึกเส้นทางลำเลียงผ้าไตร สู่บังกลาเทศ

บันทึก การเดินทางของผ้าไตรสวรรค์  ในประเทศไทย

%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a3

ผ้าไตรกำลังจะถึงเวลา แห่งการเดินทาง ไปสู่มือของพระคุณเจ้าที่บังกลาเทศ เป็นการส่งบุญเชื่อมต่อกันให้ไปให้ทั่วโลก ให้พระคุณเจ้าได้รับหนึ่งในปัจจัยสี่ เพื่อสร้างกำลังใจ จากน้ำใจของพวกเราชาวพุทธ เป็นความยากลำบากพอสมควร แก่การเกิดมหากุศลในครั้งนี้ เป็นบุญใหญ่ที่ถ้าท่านได้ติดตามเรื่องราวตั้งแต่ต้น จะทราบว่า พระภิกษุสงฆ์ในบังกลาเทศนั้น มีจีวรที่เก่าขาด แต่ก็ยังอดทนสืบทอดพระพุทธศาสนาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

 วันนี้เป็นวันได้รับข่าวดี เป็นวันที่รู้สึกได้ถึงเส้นสายใยบุญ กำลังถักทอกันระหว่างประเทศ ระหว่างภพ ระหว่างใจของทุกท่านที่มีส่วนร่วม ส่วนอนุโมทนาบุญ

 ผู้เขียนจะตั้งใจทำบุญนี้ ให้ละเอียด ให้ปราณีตที่สุด ให้บุญที่จะเกิดนี้ แผ่ขยายไปทั่วอนันตจักรวาล ทุกภพภูมิ ให้มีพลังดีที่สมดุลย์ และเป็นบ่อเกิดแห่งความเมตตา ต่อกัน ตลอดจน บังเกิดสันติสุขตลอดไป

     อาจารย์อ้อยคือผู้ที่จะประสานขอโควต้า จากการการบินไทย เพื่อส่งผ้าไตรไม่จำกัดน้ำหนัก และจะเสียค่าส่ง ที่เคยแจ้งไว้ว่า ประมาณ ๑๐%(หมื่นบาทเศษ) คุณบอลคุณแณณ เป็นนักการทูตที่บังกลาเทศ และเป็นคนแจ้งข่าวบุญให้ผู้เขียน และคุณพลเดช วรฉัตรร่วมบุญเรื่องการส่งผ้าไตร พร้อมทั้งติดต่อประสานงานทางบังกลาเทศ จนสำเร็จ คุณพลเดช วรฉัตร เป็นผู้ให้คำแนะนำในการจัดทำเอกสาร และประสานงานด่างๆตลอดมา และสำหรับผู้เขียนเอง ได้ทำหน้าที่แทนทุกท่าน ทั้งใน gotoknow และภายนอก ในการบอกบุญผ้าไตร จนได้จำนวนมาก มากพอที่ใครได้เห็นต้องอนุโมทนาบุญทันที

  ถ้าการทบทวนบุญบ่อยๆ เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ ทรงตรัสสอนไว้ ว่าจะทำให้ใจที่ปิติ เกิดบุญหนุนเนื่องตลอดเวลา ถ้าเช่นนั้น งั้นวันนี้ ผู้เขียนขอทบทวนบุญเรื่องผ้าไตรนี้ แก่ทุกท่านอีกสักครั้ง ขอจงได้รับความชุ่มชื่นใจโดยทั่วกันค่ะ

  ราตรีสวัสดิ์