พันธกิจมหาชีวาลัยอีสาน

เปรียบเสมือนยาขมหม้อใหญ่

ที่ปรุงแต่งขึ้นมา เพื่อรักษาไข้ใจอนามัยอีสาน

หลายคนถามว่า เหนื่อยไหมพ่อ

เฮ้อ! ไม่รู้จะตอบยังไง

ไม่ตายแต่ก็คงเลี้ยงไม่โต

ได้อาศัยยาโด๊ปConductorกับของป้าจุ๋ม เอามาฝากหนึ่งกล่องใหญ่พยุงสังขารไว้

ตามรายการเดิมจะมีจังหวะพักหลังจากงานเฮฮาศาสตร์5หนึ่งวัน แต่อาจารย์ขอเลื่อนมาต่อท้ายในวันรุ่งขึ้น เอาไงเอากัน มีกำลังใจส่งมาทั่วราชอาณาจักร ถ้าไม่ไหวก็เล็งๆไว้ว่าจะทาบทามกามนิตหนุ่ม เพราะอยู่ใกล้ไฟแรงหายตัวไวไปเร็ว และรำพึงผ่านบล็อก ทุกคนอยากมากันทั้งนั้น แต่งานพัวพันก็ยากที่จะสะสางระยะกระชั้นได้

    

                                (รถลุงพระเอก รอยอิฐแม่อุ๊ย ท่ามกลางฝนพรำ) 

และแล้วสวรรค์มีตา ลุงพระเอกบันทึกลงบล็อกว่าน่าจะมาได้..เมื่อคืนออกรายการช่อง5เวลา5ทุ่ม ลงเวทีก็ดิ่งมาที่นี่เลย ผมเขียนหนังสือก๊อกๆแก๊กๆรออยู่ เผลอหลับช่วงลุงออกทีวี มาตื่นเอาตี2 ไม่รู้เคลิ้มไปตอนไหนอีก ตื่นเช้ามาเห็นรถตู้สีเลือดสุกรมาจอด  ที่นอนก็ไม่ได้เตรียมไว้ให้ แสดงว่าลุงเอกใช้สไตล์เฮฮาศาสตร์..

นอนไหนก็นอนได้ อย่านอนใกล้คนหลายใจก็แล้วกัน..อิ อิ

ช่วงฝนพรำๆเช่นนี้ อากาศสะอาดเย็นสบาย นัดผู้อบรมไว้ว่าจะพาทัวร์ป่าต่อจากเมื่อวานนี้..แต่กลุ่มยายฉิมไม่รอ ออกหาเห็ดแต่เช้า เดินยิ้มร่าเอาเห็ดมาอวด แล้วเอาไปให้แม่ครัวแกงให้ชิมมื้ออำลา

      

                  (กลุ่มยายฉิมกลับมาจากเก็บเห็ด เอาเห็ดมาอวด เอาไปแกง)

เมื่อคณะพร้อมออกเดิน ผมเริ่มอธิบายว่า..รายการที่จะไปร่วมกันนี้ มีความหมาย ความสำคัญอย่างไร ใครมีกล้องถ่ายภาพ ใครมีเทปบันทึกเสียงใครมีประเด็นจดไว้ เพราะสิ่งนี้เป็นร่องรอยที่จะเก็บเกี่ยวไปปรากฏเป็นหลักฐานว่าเราเรียนรู้อะไร และอย่างไร? โจทย์ก็คือ..ให้มองไปข้างหน้า บุคลากรสาธารณสุขจะอธิบายเรื่องโลกร้อน สภาพแวดล้อมติดลบ ต้นทุนธรรมชาติเสียหาย สิ่งที่เราจะไปชมเป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายเรื่องสุขภาวะที่สืบเนื่องจากสภาพแวดล้อม เราจะมีวิธีร่วมมือช่วยเหลือสังคมและโลกอย่างไร ในเมื่อโจทย์ใหญ่ระดับวาระแห่งชาติรออยู่หลายเรื่อง 

  • สภาวะโลกร้อน
  • สภาพเศรษฐกิจไม่พอเพียง
  • สุขภาวะสังคมขึ้นอืด

  

  (ออกทัวร์ป่า แต่ครึกครื้นอย่างกับไปทอดผ้าป่า ม๊องเท่ง ม๊ง..)

หลังจากนั้นก็ชวนคณะผ้าป่า เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย หยุดถ่ายภาพบ้าง คุยกันบ้างกับโจทย์ที่น่าสนใจ เดินเป็นระยะทาง3กม.พอเหงื่อซึม ก็วกกลับเข้ามาที่พักรับประทานอาหารเช้า ได้ชิมแกงเห็ดยูคาฯที่พวกยายฉิมไปเก็บมาเช้านี้

กินอิ่มแล้วก็จูงนางเข้าห้องสิขอรับ ผมฉายภาพขึ้นLCD. เป็นเรื่องราวที่เราไปเดิน แต่ไม่เรียงให้ครบทุกจุด เว้นไว้เป็นการบ้าน ให้ผู้อบรมไปเติมให้ครบ พร้อมเขียนกำกับว่าแต่ละจุดวิทยากรอธิบายถึงเรื่องอะไร มีความหมายในแง่มุมไหน ต้องการสะท้อนคิดเรื่องอะไร

หลังจากนั้นเป็นรายการลุงเอก สไตล์ลุงพระเอกนั้นเหลือรับประทาน ชวนคุยเรื่องหนักๆให้เบาๆได้อย่างสนุก สอดแทรกลูกเล่นลูกฮาเป็นขั้นๆๆ..ทุกคนดีใจที่ได้สัมผัสวิทยากรจอมยุทธตระกูลฮา ผมนะนึกอยู่แล้ว ใครมาที่นี่วันแรกๆแทบจะอยากวิ่งกลับ มาทำไม มีอะไร อยู่ในป่า บ้าเรอะที่ให้มา ดูที่นอนสิ ดูน้ำไหลสิ.. อาจารย์ที่นำมาคงหูเอื้อกับเสียงนกเสียงกาพอสมควร ผมนะโดนจนชาชิน มีปากก็บ่นไปไม่ได้ว่าอะไร..และมันก็เป็นจริงเช่นนั้นเสียด้วย เราต้องยอมรับว่าไม่พร้อมอะไรเลย ใครหนอพูดว่า..

"พูดเก่งเป็นต่อรูปหล่อเป็นรอง ถ้าทั้งพูดเก่งทั้งรูปหล่ออย่างลุงพระเอก จะขนาดไหน"

"สลายข้อด้อย ทุกคนเห็นดีเห็นงามตามลุงพระเอกพูด จะไม่ให้อิอิได้จะได๋"

  

บทสรุปก็คือว่า ขามาจะบ่นๆๆจนปากฉีกก็ไม่ว่ากันขากลับทุกท่านควรจะได้ยิ้มกลับไป แล้วบอกตัวเองว่า..เป็นวาสนาที่ได้มาที่นี่..ช่วงที่อำลา มีคนมาสมัครเป็นลูกสาวแซ่เฮ หลายคนมะรุมมะตุ้มขอกอดคนแก่ นึกว่าจะกอดอย่างเดียว ยังขอแถมถ่ายรูปอีกต่างหาก ลุงพระเอกนั้นมียิ้มพิมพ์ใจอยู่แล้ว โดนกอดจนน่วม ช่วยไม่ได้จริงนะขอรับ ตัวใครตัวมันจริงๆงานนี้

 

   เจอหน้าตอนเช้า

   ลุงเอกเดินฉับๆมากอดกระผม

   เมื่อมีตัวอย่างซึ่งหน้าจะเหลือเรอะ

   มหกรรมกอดจึงเทิดเทิงขึ้น

     ตรงกับที่หมอเบิร์ดว่าไว้ไม่มีผิด

       ภาพถ่าย1ใบ อธิบายความรู้สึกได้ 1,000 ส่วน

         กอด1ครั้ง อธิบายความรู้สึกได้ 1,000,000 ส่วน อิ อิ.. 

 

Key Word: สิ่งที่เห็น ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป

(ไร้กรอบ)