คนเราที่ร่วมกันในสังคมทุกวันนี้ควรจะมองแต่ด้านดีของกันและกัน

การมองร้าย เพ่งโทษ มุ่งจับผิด ล้วนแล้วแต่เป็นการเบียดเบียนใจของเราเอง

การเพ่งแต่โทษของผู้อื่นนั้นทำให้ใจเราไม่สบาย ใจเราขุ่นมัว เศร้าหมองเพราะการคอยจ้องจับผิดเขา การมองส่วนแย่ ๆ ของเขา ทำให้ความผิดความแย่ของเขานั้น “ฝังลึก” อยู่ในจิตในใจของเรา
ครั้นเมื่อยามเรานอน เราก็ต้องนอนกอดความแย่ ๆ ของคนอื่นเขาด้วย สิ่งนี้จึงถือว่าเป็นการเบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนจิต ทำร้ายใจของตนเอง


การมองร้ายยิ่งจะทำให้เราชีช้ำระกำใจหนักถ้าเขาจากไป ไปเสียก่อนที่เราจะได้คิดทัน
เมื่อเขาไม่อยู่แล้ว เราก็แก้ไขอะไรไม่ได้ สิ่งที่เขาเคยมองร้ายเขา เคยดุ เคยด่า เคยว่าเขา สิ่งเหล่านั้นจะเข้ามาฝังในจิตให้เราคิดวิตกและกังวล

ไม่สายเกินแก้...
เราควรมองส่วนดี และประโยชน์ของเพื่อนร่วมสังคมเป็นหลัก
การมองสิ่งดีของเขา เมื่อครั้งเรานอนเราก็จะนอนกอดความดี ทำให้ชีวีนี้หลับสบาย

ในทุก ๆ ขณะตื่น เราควรคิด พูด ทำในสิ่งที่ดี และการคิดดี ทำดี มองแต่แง่ดีของเพื่อนร่วมสังคมนี้เป็นสิ่งที่เราพึงกระทำ
ทำเพื่อใจของเราเอง ทำเพื่อให้ใจเราเป็นสุข
ทำให้จิตเราเย็น ใจเราสบาย

ถ้าเขาไม่อยู่กับเราแล้ว เราเกิดมีความวิตกกังวลในสิ่งที่เราทำกับเขาไว้ ก็ขอให้เราตั้งจิตอธิษฐานขออภัยเขา ขอโทษเขา ใจเราจะดีขึ้น
ขอโทษกันมิใช่เรื่องเสียหลาย การขอโทษกันทำให้จิตใจเราสบาย อย่าให้ความกังวลเหล่านี้ติดข้อทำให้หมองใจกันอยู่เลย เพราะไม่นานเราก็จะต้องตายไปจากกัน

เริ่มต้นใหม่ เลิกมองร้าย เพ่งโทษคนอื่นเขา
เร่งมองหาแต่แง่ดีของตัวเขาเพื่อตัวเรา
"มองดี" นั้นหนอจะ “ใจดี ใจสบาย”...