ภาพยนต์เรื่อง อินเดียน่า โจนส์ ภาคใหม่ ใกล้จะลงโรงแล้ว ที่ผ่านมาไม่นาน เราผู้สนใจหนังประเภทนี้ น่าจะได้ทบทวนจินตกรรม (วรรณกรรม) จากโทรทัศน์ซึ่งออกอากาศทางช่อง ๗ ในวันเสาร์กลางคืนให้ชมกันมาแล้ว

  ภาพยนต์เรื่องนี้ ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบ ภาคที่ผ่านมาดูไปแล้ว ๒ รอบ แต่ละคนคงได้อะไรบางอย่างที่แตกต่างกันไป ทำให้นึกถึงการ์ตูนเรื่อง ติน ติน ผจญภัย ที่เคยอ่านเมื่อสมัยเด็ก ภาพในเล่มต่างจากเรื่องอื่นๆ คือมีสีมากกว่าขาวและดำ และเคยได้แผ่นซีดีมา ๑ แผ่น ต่อมาเพื่อนยืมไปและหายไปเลย ก็ให้รู้สึกเสียดาย ระหว่างติน ติน ผจญภัยและอินเดียน่า โจนส์ ดูแล้วมีอะไรบางอย่างคล้ายๆกัน

  อย่างไรก็ตาม ข้อคิดอันหนึ่งที่ผมได้จากการติดตามการโฆษณาภาพยนต์เรื่องนี้คือ

  ๑) ขณะที่ดูภาพยนต์ทบทวนจินตกรรมทางโทรทัศน์ ช่วงโฆษณาทราบว่า ภาพยนต์เรื่องอินเดียน่าโจนส์ภาคใหม่ให้การสนับสนุน นั่นก็แสดงว่า คงไม่ใช่เพียงแค่ทบทวนความหลังอย่างเดียว แต่เป็นการยั่วยวนให้หัวใจเกิดความ อยาก ที่จะไปดูในภาคต่อไปด้วย แน่นอนว่า เงินในกระเป๋าคนไทยต้องค่อยๆ ทยอยออกไปสู่โรงหนังกันอีกแล้ว เพราะความอยากนี่มันยากที่จะตัดใจ

  ๒) อาณาจักรกระโหลกแก้ว วันก่อนเปิดไปอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เขาวิเคราะห์ถึงกระโหลกแก้วเก่าแก่ล้ำค่าอันหนึ่ง นั่นก็แสดงว่า สาระจากหนังสือพิมพ์ก็เป็นตัวทำให้เกิดความ อยาก ที่จะไปชมให้ได้ จากการอ่านหนังสือพิมพ์เข้าใจว่า กระโหลกแก้วไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้น แต่เป็นสิ่งที่มีอยู่อยู่จริงและเป็นของเก่าแก่จริง

  ดังนั้น หากอยากให้สิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเป็นที่หลังมาเทมาของเงิน ต้องโฆษณาหรือบอกกล่าวให้คน อยาก ก่อน ภาษาวิชาการอาจบอกว่า สื่อมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของคนเป็นอย่างยิ่ง จิตวิทยาบอกว่า สร้างแรงจูงใจ ภาษาล้อวิชาการว่า เตะต่อมอยาก ภาษาศาสนาเรียกว่า กระตุ้นความอยาก

  ภาพยนต์เรื่องนี้ นอกจากเพิ่มความอยาก สนองความเพลิดเพลิน สนุกสนานแล้ว คงทำให้คนหันมาสนใจและศึกษาเรียนรู้โบราณคดีมากขึ้น แต่มันไม่ใช่หนังไทย