คนเรามีค่านิยม หรือมีความเชื่อสืบต่อกันมา ว่าต้นไม้บางชนิดมีความเป็นศิริมงคล เมื่อนำมาปลูกก็เสริมสิริมงคลให้กับผู้ที่อาศัยในบ้าน เช่น ต้นขนุน ต้นมะยม ต้นมะขาม

        ต้นมะยม นิยมปลูกหน้าบ้าน นัยว่าให้คุณทางเมตตามหานิยม มีแต่คนนิยมชมชอบ

        ต้นขนุน  นิยมปลูกไว้หลังบ้าน นัยว่าจะสนับสนุนให้มีแต่ความเจริญก้าวหน้า เหมือนมีคนให้ความอุดหนุน

         ต้นมะขาม นิยมปลูกไว้หน้าบ้านหรือหลังบ้าน นัยว่าให้คนเกรงขาม

   ดู ๆ ไป ก็เป็นหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่ง คนเราหากปลูกต้นไม้มงคล แต่ไม่เคยมี"สาระ" ในหัวใจย่อมย่ำแย่กว่าคนไม่ปลูกเสียอีก   คนโบราณท่านซ่อนแนวความคิด หลักคำสอนได้แยบยล

     ไม้มะยม  เมตตามหานิยม ไม่ใช่เพราะปลูกต้นมะยม แต่

เกิดความนิยมชมชอบ 4 ประการ คือ

1. การเป็นผู้ให้

2. การพูดไพเราะ

3. การสงเคราะห์มวลชน

4. การวางตนให้สม่ำเสมอ

คนที่กระทำตนเป็นผู้ให้จะได้รับการตอบแทนเสมอ เหมือนคนโคลงนิมิตกล่าวไว้ว่า

             ให้ท่านท่านจักให้                     ตอบสนอง

     นบท่านท่านจักปอง                         นอบไหว้

     รักท่านท่านจักปอง                          ความรัก เรานา

    สามสิ่งนี้เว้นไว้                                 แต่ผู้ทรชน

- คนพูดไพเราะ ไม่ว่าพูดอะไรก็น่าฟังและมีคนฟังเสมอ เพราะบางสถานการณ์อาจพลิกจากเลวร้ายเป็นดีอย่างไม่น่าเชื่อ

- การสงเคราะห์มวลชน คือ การไม่ยอมหยุดนิ่งดูดายเมื่อคนอื่นกำลังต้องการความช่วยเหลือ เช่นเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังวุ่น ก็ช่วยตามเราจะช่วยได้ แค่นี้ความรู้สึกดี ๆ ก็ผลิบานขึ้นมาในใจของคนสองคน

- การวางตนให้สม่ำเสมอ คือ การไม่เป็นคนประเภทวัวลืมตีน คนที่ได้ดีแล้วไม่ลืมตน รวยแล้วไม่หยิ่ง เก่งแล้วไม่คุย คนประเภทนี้ใครเห็นใครก็รัก ใครรู้จักก็รู้สึกเป็นสิริมงคล แต่นั่นก็คือ การวางตนให้เสมอต้นเสมอปลาย ใช่จะทำได้ง่าย  เพราะใครที่มีอำนาน ก็ไม่ลุแก่อำนาจ ลืมตัว

      แล้วเราจะปลูกไม้มงคล แต่ไม่ยอมปลูกสาระในใจเราจริงหรือ ?

                                             

 

-----

ธรรมะ จากท่าน ว.วชิรเมธี