ในที่สุดดิฉันก็ยอมสั่งซื้อนิทาน pop-up จาก Amazon ให้ลูกสามเล่ม เล่มละประมาณสิบเหรียญ แต่ค่าส่งอีกประมาณห้าเหรียญต่อเล่ม
เป็นเวลาสองอาทิตย์ที่ order ส่งมาถึงหาดใหญ่ ได้ของก็รีบเปิดออกทันที และก็ไม่ผิดหวัง หนังสือน่าดูชม น่าอ่าน และน้องต้นไม้ก็ชอบมาก เนื่องจากหนังสือ pop-up มีมิติ และสีสรรสดใส ดึงดูดใจเด็กเล็กได้เป็นอย่างมาก
เล่มที่ชอบมากเป็นพิเศษก็คือเล่มด้านล่างนี้ค่ะ

เปิดออกมาก็เป็นรูปไก่ขัน ดิฉันก็รีบส่งเสียง เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก ให้น้องฟังทันที เสียงหัวเราะตามกลับมาทันควัน :)

เล่มนี้ราคา 13.99 เหรียญ

ไม่มีขายในเมืองไทย แต่จัดพิมพ์ที่เมืองไทย

ผู้บริโภคอย่างดิฉันต้องขนเงินออกนอกประเทศอย่างเลือกไม่ได้ เพราะอย่างที่เคยบอก นิทาน pop-up ในไทยมีแค่เล่มเดียว เล่มละร้อยสามสิบเก้าเท่านั้น
เปรียบเทียบแล้วการวาดหรือการดำเนินเรื่องก็ดีพอๆ กัน แต่การจัดพิมพ์ดีกว่าเยอะมาก
เมื่อไหร่หนอ เด็กไทยทั้งประเทศจะได้อ่านหนังสือนิทาน pop-up น่ารักอย่างนี้บ้าง ...
ตามมาดูหนังสือรอชายหนุ่มที่มาจากหาดใหญ่ครับ อิอิอิๆ
นั่นสิค่ะ..แต่หนังสือดีดีน่ารักๆ ที่ขายในไทยก็มีเยอะ คงต้องเลือกให้เหมาะสมกับเด็กๆ ..น้องต้นไม้โชคดีที่มีคุณแม่ คุณพ่อ น่ารักเช่นนี้..ขอให้มีความสุขมากๆน่ะค่ะ
ครูแอนค่ะ นิทานน่ารักในเมืองไทยมีเยอะค่ะ แต่ถ้าเป็นนิทาน pop-up นั้นแทบจะไม่มีเลยค่ะ นิทานประเภทนี้สามารถสร้างความสนใจให้เด็กได้เป็นอย่างดีค่ะ
สำหรับนิทานในบันทึกนี้ Printed in Thailand แต่ไม่มีขายในไทย :(
น่ารัดีครับ...เด็กๆ เห็น แอนนิเมชั่น ไสตล์ดั้งเดิม
ไม่ใช่ ไซเบอร์..คงตื่นตาตื่นใจ เพราะสัมผัสได้..
เป็นหนังสือนิทานที่น่ารักดีค่ะ แต่พิมพ์ที่ไทยแล้วเราต้องสั่งเข้ามานี่...:(
........................
ในมุมมองของคนที่รักหนังสือนิทานนะคะ
คิดว่าส่วนหนึ่งเพราะตลาดหนังสือนิทานในไทยไม่ได้รับความนิยมมากนะคะ
คือคุณแม่ที่เห็นความสำคัญการเรียนรู้ของลูกน้อยด้วยการหาซื้อนิทานน่ารักๆ ดีๆ
ให้ลูกนั้นมีเป็นกลุ่มน้อยค่ะ เป็นกลุ่มเฉพาะมากๆ
ในขณะที่ต้นทุนการผลิตแพง หนังสือขายแพง กลุ่มที่มีกำลังซื้อก็น้อย สำนักพิมพ์ก็อยู่ไม่ได้อีก
สำนักพิมพ์ที่ส่งเสริมการทำหนังสือนิทานสำหรับเด็กก็มีไม่มากค่ะ
เด่นๆ ก็ที่มูลนิธิเด็ก กับของอมรินทร์พริ้นติ้ง ที่มีการจัดประกวดเป็นประจำสม่ำเสมอ
................
ถ้ามีคุณพ่อคุณแม่ที่เห็นความสำคัญของการอ่านมากๆ อย่างอาจารย์ หลายๆ ท่าน
เราก็จะไม่ต้องไปสั่งซื้อนิทานเข้ามาค่ะ
ใครเก่งด้านวาดภาพ ตลาดนิทาน pop-up น่าสนใจนะค่ะ Cheer Cheer
นั่นซิค่ะ คุณ jaewjingjing เรื่องการอ่านหนังสือ เป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เล็กๆ ค่ะ
แต่มีเล่มหนึ่งนะค่ะ เป็นนิทาน pop-up ค่ะ นิทาน pop-up ในไทยมีแค่เล่มเดียว ทำในไทยขายในไทย ไม่แพงด้วยค่ะ น้องต้นไม้ก็ชอบเหมือนกันค่ะ
อาจารย์จันทวรรณ
สงสัยต้องให้นายกมานั่งอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เหมือนที่ภริยาประธานาธิบดีสหรัฐชอบทำค่ะ :)
ถ้าเป็นคนปัจจุบัน...ท่านจะทำอย่างนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้สิคะอาจารย์
ฮา ฮา บ่นไปกินไป
แปลกที่ หนังสือเด็กเล็กๆ ดีๆ ที่เมืองไทย ไม่ค่อยมีค่ะ ต้องสั่งมาแทบทุกเล่มเลย เสียดายเงิน แต่ไม่ทราบจะทำอย่างไร
บางเล่มที่เด็กชอบมาก จะเปิดและจับต้อง มีขาดไป และถ้าชอบจริงๆ ต้องสั่งใหม่ทดแทนด้วยค่ะ
อยากให้เมืองไทย มีนิทานของเด็กเล็กๆมากขึ้นค่ะ
เรียนท่าน อาจารย์ คุณแม่ยังสาว จัน คู่ ชัย ใฝ่สร้างสรรค์ รวมพลังสร้างชาติ
บริษัทไทยน่าลองทำน่ะครับ หรืออาจจะมีแล้วแต่ไม่รู้ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ผ่านมา ก็ได้แวะไปแป๊บนึง ไปค่ำหน่อย เกือบปิดแล้วเพื่อหาซื้อหนังสือและของเล่นฝากลูก แต่ก็ไม่เจอเหมือนอาจารย์เล่า และอีกอย่างหนังสือเด็กราคาก็ค่อนข้างแพงครับ
ไม่ทราบว่าตอนนี้เป็นอย่างไร แต่สมัยก่อน ที่อังกฤษหนังสือเด็กนั้นจะ VAT_FREE ราคาจะลงมาหน่อย
ผมคิดว่าหนังสือเป็นสื่อที่ทรงพลัง และเข้าถึงง่ายที่สุด (เพราะเข้าถึงง่าย จึงมีอิทธิพลสูง) SECTION หนังสือเด็ก จะมีหลากหลายและแบ่งพัฒนาการตามอายุได้อย่างดี (วันก่อนครูที่โรงเรียนบอกว่าขอหนังสืิอนิทานของอนุบาลหนึ่ง แล้วบอกว่าเอาประเภทเน้นคุณธรรมจริยธรรมด้วย อิ อิ น่ารักดี)
สำหรับบ้านผม investment เรื่องหนังสือเป็นเรื่องใหญ่ และได้ priority แต่ข้อเสียก็คือ "ที่เก็บ" ครับ ฮ่า ฮ่า ซื้อหนังสือแล้วจะ addict เลิกไม่ได้ หนังสือจะงอกเงยออกมามากมายโดยไม่รู้ตัว
ยอมลงทุนเพื่อลูกค่ะ อยากให้เขาได้อ่านหนังสือที่สมวัยค่ะ อะไรที่แม่พลาดก็จะพยายามไม่ให้เกิดกับลูกค่ะ ตัวอย่างเช่น ตอนเด็กๆ ดิฉันอ่านแต่หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นและต๋วยตูนค่ะ ขอสารภาพ :)
จริงๆ คะ หนังสือ popup แพงเกินไป คนไทยน่าจะทำได้นะคะ คนที่เขียนนิทานมีตั้งหลายคนน่าจะสนับสนุนให้ผลิตให้เด็กไทยได้อ่าน