เมื่อเด็กมีเวลาว่างถึง 224 วันต่อปี ..พวกเขาใช้เวลาเหล่านี้ทำอะไร? “ท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ หรือ ช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า” “เล่นเกม หรือ อ่านหนังสือ” “นอนโดยไม่รู้จะทำอะไร หรือออกกำลังกาย”

    

     กลับมาแล้วคะ หลังจากห่างหายไปนาน..วันนี้มีบทความที่น่าสนใจโดยเพื่อนจ๊ะจ๋าเป็นคนเขียน หาข้อมูล และวิเคราะห์ ซึ่งเมื่อได้อ่านแล้วรู้สึกหลายอย่างทั้ง แปลกใจ สงสัย และตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกในยุค Generation Y

        ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่เราลืมมองข้ามไป ยิ่งใครที่มีลูกหลาน ลองอ่านดูซิคะ

          ในช่วงปิดเทอม 2 3 เดือนที่ผ่านมา  แหล่งรวมตัวใหญ่ ๆ ของเด็กคงจะหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้า  และที่ไม่ควรมองข้ามไปก็คือร้านอินเตอร์เน็ต ร้านเกมเล็ก ๆ ที่มีอยู่มากมายตามตรอกซอกซอย  ที่เหล่านี้ได้กลายไปเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และใช้เวลาในยามว่างของเด็ก ๆ  จนกลายเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหา และที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่หลายฝ่าย  เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “3feel ออนไลน์ เกมยุคใหม่ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมกับเด็ก

            เริ่มเข้าสู่ช่วงต้นของภาคการศึกษาใหม่ แต่คงไม่สายเกินที่ทางกรุงเทพมหานครจะนำเสนอทางเลือกให้กับผู้ปกครองและเด็กในยุคใหม่  เพื่อที่จะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อร่างกาย จิตใจ และที่สำคัญสติปัญญาเหตุใดถึงบอกว่ายังไม่สายเกินไป  ท่านผู้อ่านและผู้ปกครองลองพิจารณาตัวเลขเหล่านี้ดู

            ในหนึ่งปีเด็กจะมีวันปิดภาคเรียนที่หนึ่งและภาคเรียนที่สองรวมกันประมาณ 105 วัน  วันหยุดนักขัตฤกษ์รวมกันประมาณ 15 วัน  และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์รวมกันอีก 104 วัน  เมื่อรวมวันหยุดทั้งหมดแล้ว  เด็กไทยจะมีวันที่ไม่ต้องไปโรงเรียนประมาณ  224 วัน  และวันที่ไปโรงเรียนอีกประมาณ 141 วัน ซึ่งเท่ากับว่าช่วงเวลาประมาณ 1 ใน 3 ของปี จะเป็นเวลาที่เด็ก ๆ จะอยู่ภายใต้การดูแลของครู  ส่วนเวลาอีก 2 ใน 3 ของปี เด็ก ๆ อาจจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองหรือไม่ก็อยู่คนเดียว  ดังนั้นความแตกต่างตรงนี้จึงนำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆโดยเฉพาะกับเด็กที่ต้องอยู่ตามลำพังเมื่อผู้ปกครองต้องไปทำงาน

            เมื่อเด็กมีเวลาว่างถึง 224 วันต่อปี  คำถามที่ตามมาก็คือ พวกเขาใช้เวลาเหล่านี้ทำอะไร?  ท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ หรือ ช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า  เล่นเกม หรือ อ่านหนังสือ  นอนโดยไม่รู้จะทำอะไร หรือออกกำลังกาย  วันนี้  เด็กในกรุงเทพมหานครมีทางเลือกมากมายในการใช้เวลาว่างที่มีมากถึง 200 กว่าวันต่อปี โดยทางกรุงเทพมหานครได้จัดพื้นที่สีขาวและกิจกรรมมากมายที่สอดคล้องกับความต้องการในด้านต่าง ๆ ของเด็กให้มีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอดทั้งปี

            ศูนย์กีฬา ลานกีฬาเพื่อสุขภาพ  เพื่อส่งเสริมให้เด็กและประชาชนทั่วไปมีสุขภาพ พลานามัยที่สมบูรณ์ ทางกรุงเทพมหานครได้จัดให้มีแหล่งออกกำลังกายที่สะดวก ประหยัด ปลอดภัย จัดเป็นศูนย์กีฬาที่ได้มาตรฐานรวมทั้งหมด 9 แห่ง ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร 32 แห่ง  ลานกีฬาที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯประมาณ 1,254 ลาน  และสวนสาธารณะกระจายอยู่โดยทั่วไป เพื่อให้เด็กและครอบครัวมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมและพักผ่อนร่วมกัน

            แหล่งเรียนรู้  เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ ทางกรุงเทพมหานครจึงให้ความสำคัญกับแหล่งเรียนรู้ของเด็ก  โดยจัดให้มีห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ทั้งหมด 27 แห่ง บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายเพื่อการเรียนรู้ในสวนลุมพินี  บ้านหนังสือกรุงเทพมหานครที่เปิดให้บริการแล้วทั้งหมด 54 แห่ง และพิพิธภัณฑ์เด็ก กรุงเทพมหานคร

            นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ทางกรุงเทพมหานครยังได้จัดให้มีกิจกรรมในสวนสลับสับเปลี่ยนกันไป เช่น ธรรมมะในสวน”“ดนตรีในสวน ท่านผู้ปกครองและเด็กคงเห็นแล้วว่ามีกิจกรรมดี ๆ ให้เลือกมากมายเพื่อร่วมกันช่วยสร้างอนาคตของชาติ  ยังไม่สายเกินไปหากวันนี้คุณจะแนะนำลูกหลานให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่สีขาวที่ทางกรุงเทพมหานครจัดไว้

 

รัชนี  เลิศเดชเดชา

           คุณคิดเช่นไร ช่วยกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันดีกว่า