วาทะธรรม

สิ่งหนึ่งที่ค่อยๆแทรกซึมลงไปในจิตใจ ความคิด ความรู้สึก ของพวกเราขณะที่อยู่ที่ไต้หวันนี้ก็คือ "วาทะธรรม" ของท่านธรรมาจารย์เจิ้นเหลียน ที่ท่านได้เทศนา และบรรดาอาสาสมัครทุกคนนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จนสามารถพูดออกมาอธิบายได้ เล่าเรื่องประกอบได้ และ "เข้าใจ" อย่างลึกซึ้ง

วันที่สองในไทเป เราได้ไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลพุทธฉือจี้ หนึ่งในหลายๆสาขาของโรงพยาบาลที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ให้การสนับสนุนอยู่ ท่านธรรมาจารย์เจิ้นเหลียนเคยเดินทางไปยัง รพ.แห่งหนึ่ง สังเกตเห็นตรงพื้นหน้าโรงพยาบาล มีรอยเลือดเปื้อนอยู่ สอบถามจึงได้รู้ว่ามีคนไข้เจ็บท้องเดินทางมาขอรับการรักษา แต่ถูกปฏิเสธเพราะไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล จนตกเลือด ณ ที่นั่นเอง ท่านธรรมาจารย์เกิดความสลดใจอย่างยิ่งที่ชีวิตคนจะต้องทนทุกข์ทรมานด้วยเหตุปัจจัยเช่นนี้ หนึ่งในพันธกิจสำคัญที่ท่านเจิ้นเหลียนตั้งใจทำ จึงมีเรื่องการรักษาพยาบาลเป็นหลักสำคัญที่สุดประการหนึ่ง

โรงพยาบาลพุทธฉือจี้ เป็นโรงพยาบาลเพื่อชีวิต เพื่อลดความทุกข์ทรมานของคน และสร้างโดยเงินบริจาคจากผู้ที่มีจิตศรัทธาและเชือในเรืื่องการบรรเทาทุกข์ของผู้อื่นนั้น เป็นกิจภาระของคนทุกคน

พวกเราเดินเรียนแถวเข้าไปในเขตโรงพยาบาล เราก็เริ่มเห็นคนใส่เสื้อกั๊กแขนสั้นสีนำ้ตาล กำลังกวาดลานหน้าโรงพยาบาลอย่างตั้งอกตั้งใจ นี่เองกลุ่มอาสาสมัครที่เป็นเลือดหล่อเลี้ยงความเป็นฉือจี้ คุณเมตตาเดินนำพวกเราไปหยุดยืนที่โถงกลางส่วนหน้าของโรงพยาบาล มีรูปขนาดใหญ่ของพระกำลังให้การดูแลผู้ป่วยอยู่ เธอบอกว่านี่คือที่ที่เริ่มต้นของความหมายแห่งโรงพยาบาลแห่งนี้

เรากระจายเป็นแถวหน้ากระดาน กลุ่มพยาบาลสภากาชาดเดินเข้ามาสมทบ ตัวแทนโรงพยาบาลที่มาต้อนรับก็เข้ามาเล่าเรื่องของโรงพยาบาลแห่งนี้ให้เราฟัง ท่านธรรมาจารย์เจิ้นเหลี่ยนเป็นผู้มาทำพิธีเปิดโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วยตนเอง แวดล้อมด้วยผู้คน ชาวบ้านร้านช่อง ที่แห่แหนมาเป็นสักขีพยานต่อพันธิกิจเพื่อมวลมนุษย์แห่งนี้ด้วยจิตปิติชื่นชมยินดี

ผมเกิดความรู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนและสถานที่แห่งนี้เมื่อได้รับฟังและเห็นภาพที่ิเกิดขึ้น เมื่อ staff หมอ พยาบาล อาสาสมัคร และประชาชนมาร่วมอยู่ในลานโรงพยาบาล เราเกิดความสัมพันธ์และความเข้าใจในที่มา ความหมาย ว่าทำไมเราจึงต้องการโรงพยาบาล ทำไมเราจึงต้องมีโรงพยาบาล ทำไมเราจึงพึ่งพาอาสาสมัคร

ชาวบ้านเกิดความผูกพันและเข้าใจใน staff ของโรงพยาบาล ตระหนักรู้ว่าภาระกิจหรือเป้าหมายของคนเหล่านี้ก็คือสุขภาวะของชาวบ้านนั้นเอง ความสำเร็จของโรงพยาบาลแห่งนี้ ก็คือความสำเร็จของชุมชน ก็คือสุขภาวะของสังคมที่รายล้อมโรงพยาบาลแห่งนี้ เจตจำนงของ staff หมอ พยาบาล อาสาสมัคร เชื่อมโยงกับเจตจำนงของชาวบ้าน ประชาชน เป็นหนึ่งเดียว

สีหน้าของผู้คนที่แสดงความปิติยินดีอย่างจริงใจในงานเปิดโรงพยาบาลนั้น เปี่ยมไปด้วยความหวัง ความมั่นใจ ความอุ่นใจในการเห็นที่พึ่งพา เห็นที่มา เห็นที่ไป และเกิดความรักในสถานที่แห่งนี้ โรงพยาบาลกลายเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความเมตตา และพลังทีแท้ของมนุษย์

LIFE-KEEPING CORNER STONE

ในโรงพยาบาลแห่งนี้มีห้องพิพิธภัณฑ์ แสดงภาพพันธกิจของชาวฉือจี้ บนภาพนอกจากจะแสดงกิจกรรมต่างๆที่ชาวฉือจี้ไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์คนทั่วทุกมุมโลกแล้ว ยังมีวาทะธรรมของท่านธรรมาจารย์เจิ้นเหลี้ยนประกอบอีกด้วย

  • When You Give Cheerfully, Love Will Last Forever. เมื่อท่านให้ด้วยจิตปิติ เมตตาจะยั่งยืนนิรันดร์
  • What Kind of Love is Everlasting? Just think about Giving. ความรักแบบไหนที่ยั่งยืน? "การให้" นั่นเอง
  • You cannot polish a brick into a mirror, just as you cannot attain enlightenment by studying and listening to sutras. Only by personally performing good deeds can you reach true enlightenment. ท่านไม่สามารถจะขัดถูอิฐจนเป็นกระจกได้ฉันใด เพียงการศึกษาฟังธรรมก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ท่านตื่นรู้ได้ฉันนั้น ธรรมะจะต้องผ่านการปฏิบัติจริงด้วยตนเองเท่านั้น
  • The transfer of great love creates a cycle of goodness. Let us soothe people's hearts and relieve them of suffering. ถ่ายทอดจิตมหาเมตตาก่อให้เกิดวัฎจักรแห่งความดี พวกเราพึงมีจิตเมตตากรุณา บรรเทาทุกข์ทรมานแห่งมนุษย์กันเถิด
  • Each of us has only limited strengths, but if we can combine our strength, we will be able to bring happiness to the suffering. เราแต่ละคนมีกำลังเพียงเท่านี้ แต่เราก็สามารถรวมพลังกันได้ เมื่อนั้นเราจะสามารถนำพาความสุขมาทดแทนความทุกข์
  • When you open your heart and activate your love, you will be able to illuminate dark corners with light. เมื่อท่านเปิดใจ และเริ่มรักและเมตตา ท่านจะมอบแสงสว่างให้แก่มุมอันมืดมิด
  • If you have a righteous heart, you will be able to walk on the right path. Use daily life as a training ground to cultivate your spirituality. ด้วยจิตอันทรงธรรม์ ท่านจะอยู่บนมรรคาอันเทียงแท้ จงใช้ชีวิตทุกวันเป็นที่เจริญแห่งจิตวิญญาณเถิด
  • When we give love, we also remind others to do the same. By doing do, we plant a seed of love and form good relationship. เมื่อใดท่านมอบความรัก ความเมตตา เรากำลังสะกิดเตือนให้ผู้อื่นรับรู้่ และเมื่อนั้น เมล็ดแห่งความรัก ความเมตตา จะถูกบ่มเพาะ เกิดความสัมพันธ์อันดี
  • Activate and spread the love inside so se can immediately bring happiness to mankind. เพียงกระตุ้นและขยายจิตเมตตาภายใน ฉับพลันนั้นเองสันติสุขบังเกิดต่อมวลมนุษยชาติ
  • Everyone goes towards the good direction is a stream of "mind efforts"; when the good mind efforts is strong there won't be space for bad karma to rise. ผนึกรวมกรรมดีเกิดสายธารแห่งจิต เมือสายธารแห่งจิตธรรมแข็งแกร่ง เมื่อนั้นกรรมชั่วก็มิอาจเกิดได้
  • Calamities in the physical world care not that bad. The truly horrbile calamities are the ones in our minds, which can be much more devastating and destructive. We should carefully look after our minds lest they create disasters for people. ความหายนะทางกายภาพนั้นยังไม่เลวร้ายถึงที่สุด ความหายนะที่ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงเกิดขึ้นในจิตใจของเรา ก่อให้เกิดการทำลายล้าง พวกเราพึงดูแลจิตใจเราให้จงดี มิฉะนั้นจะเกิดวิบัติภัยต่อมวลมนุษย์

วาทะธรรมของท่านเจิ้นเหลียนจะติดอยู่ตามที่สาธารณะต่างๆเกิดทุกแห่ง เป็นการเตือน การสอน การเรียน การตั้งจิตสมาธิ เกิด awareness เป็นอย่างดี เสมือนป้ายโฆษณาสินค้าในบ้านเรา ที่ทำหน้าที่คล้ายๆการสะกดจิตคนให้จำชื่อสินค้านั้นๆ และเปลี่ยนพฤติกรรมอยากซื้อสินค้านั้นๆ หากเพียงของฉือจี้สินค้าที่กำลังโฆษณาประชาสัมพันธ์คือความดี คุณธรรม ความรัก และความเมตตา ราคาที่ต้องจ่่ายก็คือการปฏิบัติจริง ปฏิบัติด้วยตนเอง

ห้องสวดและสงบใจในโรงพยาบาลฉือจี้ ไทเป มีรูปขนาดใหญ่ และเก้าอี้ให้นั่งสงบ

คำสอนของท่านธรรมาจารย์เจิ้นเหลียนจะเรียบง่าย ภาษาธรรมดาที่ไม่จำเพาะเจาะจงเพื่อนักการศึกษา หรือนักภาษาศาสตร์ แต่สำหรับคนทุกคน ตั้งแต่เด็กเล็กๆจนผู้ใหญ่ ก็สามารถเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้