
ปัง...ปัง...ปัง...ปัง...ปัง...!!!!!!
เมื่อสี่สิบปีที่แล้วเสียงปืนดังขึ้นห้านัด...มันดังมากเสียงมันกรีดความมืดปิดทับเสียงหรีดหริ่งเรไรในตอนหัวค่ำบ้านเราให้สับสน...มันคงดังก้องทะลุไปไกลแสนไกล...ติดตามด้วยเสียงร้องไห้ระงมในเวลาต่อมา
มีเหตุอะไรหรือ...???...เสียงดังใกล้บ้านเรามาก
แคงรีบยกหม้อน้ำเชื่อมวางไว้บนเตาที่ว่างไม่มีไฟอย่างระมัดระวัง การเคี่ยวน้ำเชื่อมให้แม่ไว้ขายขนมในวันพรุ่ง ถือเป็นภารกิจที่ต้องกระทำทุกวันก่อนเข้านอน
วิ่งออกมาหน้าบ้าน เห็นพ่อเหน็บมีดปาดตาลคู่กายกับผ้าขาวม้า ที่คาดพุงอยู่ เดินออกไปดูเหตุการณ์ ส่วนแม่ก็กำลังโอบน้อง ๆ ปลอบไม่ให้กลัว
" มีไหร...ล่ะแม่ครับ " แคงถามแม่ด้วยความสงสัยว่ามีเหตุการณ์อะไร เพราะได้ยินเสียงปืนห้านัด และมีเสียงร้องไห้มาจากท้ายตลาด
" ไม่รู้เหมือนกันลูก พ่อออกไปแลแล้ว " แม่ตอบพลางเอามือลูบหัวน้องดำที่ทำท่าจะร้อง
พ่อหายไปครู่ใหญ่...ก่อนกลับมาบอก
" โกเต้ง...ถูกยิงที่ทางรถไฟ..."
..................................................................................................................................
จากวันนั้น....แถบบ้านแคงก็สร้างส้วมกันแทบทุกบ้าน ยกเว้นบ้านแคงที่สร้างใน ๑๐ ปีต่อมา...เพราะเงินไม่มี...อิอิ

บ้านของแคง ตั้งอยู่ริมถนนริมทางรถไฟ ดังนั้นรถไฟทุกขบวน ไม่ว่ารถด่วน รถเร็ว รถขนสินค้า หรือรถแช่เย็นทุกขบวนก็ต้องวิ่งขนานผ่านหน้าบ้านทุกขบวน
ริมทางรถไฟหน้าบ้านถ้าไปทางกรุงเทพ(สมัยก่อนเราเรียกบางกอก...ไม่ได้เยียกกรุงเตบอย่างเดี๋ยวนี้...อุ้ยขอโทษทองแดงหลุด...หยิบ...เสียดายช่วงนี้ขายได้ราคา) ด้านซ้ายจะเป็นป่าละเมาะก่อนถึงป่ายางยายหนอม ด้านขวาจะเป็นป่าละเมาะก่อนถึงถนน...

ทั้งหมดนี้คือ...ส้วมของคนทั้งย่าน...หรือเราเรียกว่า”ป่าขี้”.....หึหึ
เด็ก ๆ ก็ใกล้หน่อย.....
ผู้ใหญ่ก็ไกลหน่อย.....
ทุกคนรู้เวลารถไฟ...จึงหลีกเลี่ยงไปเวลาใกล้รถไฟผ่าน
อุ้ย.....ถ้าทนไม่ไหวก็เข้าไปในป่ายาง....
แต่ป่าละเมาะก็ไม่ค่อยไหวนะ...เพราะต้นหวายมีหนามเยอะ....
กลางคืนล่ะ....ปลอดภัยที่สุดคือ....ทางรถไฟ....
แคงเล่าว่า...คืนนั้น...คืนวันเพ็ญ...วันพระ...เราเจ็ดคนพ่อแม่กับลูกอีกห้าคน วันนี้แม่หยุดขายขนมหนึ่งวัน ครอบครัวเราจะไปวัดเพื่อสวดมนต์ไหว้พระพร้อมกัน...เป็นช่วงวันเข้าพรรษา...หนทางเดินไปวัดชัดเจนไม่ต้องกลัวงู...กลิ่นดอกเล็บมือนางริมรั้วบ้านพี่สาวหอมคลุ้ง...ต้นมะม่วงคันต้นใหญ่สักสามโอบอยู่ขวามือตรงข้าม....มีชาวบ้านเดินตามมาเป็นพรวน...คุยกันกระหนุงกระหนิง ทุกคนมีดอกไม้ธูปเทียนสำหรับไหว้พระ...เราเดินเลี้ยวซ้ายเข้าวัด...มีป่าไผ่ทำรั้วบ้านพี่สาวโอบอยู่...ตรงข้ามเป็นสวนเงาะบังเลาะห์...ถึงแล้วประตูวัดศรีมหาโพธิ์
เราเดินตรงไปยังโรงธรรม มีชาวบ้านมานั่งรอสวดมนต์กันเต็มไปหมด มีเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน แม่พาพวกเราเลือกนั่งที่แถวกลาง ส่วนพ่อไปนั่งอยู่แถวหน้าตรงกลางเตรียมทำหน้าที่พิธีกรนำสวดมนต์
พระมาแล้ว เดินเป็นแถวแนวตรงเข้าสู่โรงธรรม ทุกองค์โกนผมโกนคิ้วจนดูสะอาดสดใส ตัดกับสีของจีวรทำให้ดูเปล่งเป็นประกายยิ่งขึ้น ชาวบ้านก้มลงกราบแทบราบกับพื้นด้วยศรัทธาที่เปี่ยมล้นหัวใจ......
เมื่อเสร็จการสวดมนต์ไหว้พระแล้ว ชาวบ้านก็แยกย้ายกันกลับเคหสถานบ้านใครบ้านมันเพื่อหลับนอนเอาแรง สำหรับการทำมาหากินในวันพรุ่ง
ครอบครัวเราเดินรวมกลุ่มกันกลับบ้าน กลิ่นดอกเล็บมือนางริมรั้วบ้านพี่สาวยังส่งกลิ่นหอมอยู่เช่นเดิม ถึงบ้านต่างก็ล้างมือล้างเท้าเตรียมเข้านอน แคงก็เข้าไปหลังครัวไปก่อไฟสำหรับเคี่ยวน้ำเชื่อม ส่วนพ่อกับแม่ก็ปิดประตูหน้าบ้านนั่งคุยกันอยู่ที่ลานบ้าน......
เมื่อก่อไฟเสร็จแคงเอาหม้อขนาดเล็กใส่น้ำหนึ่งขัน(ประมาณหนึ่งลิตร) ต้มจนเดือดแล้วเอาน้ำตาลหนึ่งกิโลใส่ลงไป ใช้ไม้พายเล็กกวนจนน้ำตาลละลายหมด เตรียมยกเก็บ
แต่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัว....และร้องเสียงหลง...
“...แม่ครับ...”
ขอให้ทุกท่านโชคดี
โห ล้ำลึก อึ้งไปเลย ฮือๆๆๆๆๆๆๆ
สวัสดีครับอาจารย์ขจิต...
เรื่องจริงทั้งหมดครับ...แต่สี่สิบปีมาแล้ว...หึหึ
ขอบคุณครับ
ปวดหัว.....
สวัสดีครับคุณครูข้างถนน..
ทนหน่อยครับ...สมัยก่อนวิถีชีวิตเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ...ผมเองก็อยู่ในขบวนการวิ่ง สู้ ฟัด..แบบนี้ด้วยครับ...บางทีเผลอรถไฟวิ่งผ่านไป...คนหันมาดู....ฮาฮา...ตาเจอตา
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับนายช่างใหญ่
มันมากครับ..... ของผมเด็กวัดเก่าก็ไกล้เคียงแบบนี้แหละครับ ผมถึงไม่ใส่ถุงเท้ามาจนบัดเดี๋ยวนี้ครับ
รพี
สวัสดีครับคุณรพี
คนที่ไม่เคยประสบ...คงนึกว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ แต่เรา...หึหึ...ไปวิ่งได้ทุกทุ่ง...ฮาฮา...ดีที่เจอถุงเท้า...ถ้าเจอมีดพร้า...ดีใจคงคิดว่าใครลืมไว้...ที่จริงเอาไว้ไล่หมูกับถางทางนั่ง...แต่นั่งนานไปหน่อยเลยลืม
โชคดีครับ
โ
สบายดีนะครับ
สวัสดีครับคุณสิทธิรักษ์
สบายกว่าแต่แรกเยอะครับ
ขอบคุณครับ
มาเยี่ยม...
เป็นความจำฝังใจในอดีตที่ดี
เป็นเรื่องเล่าน่าสนใจ
ปุ่ยดีทำให้ต้นยางโตสวยงามนะ ฮิ ฮิ ฮิ
สวัสดีครับ
เป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนวิถีชีวิตได้ชัดเจนดีครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับอาจารย์umi
ผมนึกแล้วขำ...สาเหตุแห่งการรีบสร้างส้วมแถบบ้านผม...อิอิ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับคุณสมอลแมน
ผมกลับไปบ้าน...ยืนมองทางรถไฟแล้วนึกย้อนไป...ถึงที่หลบภัยเมื่อหนีงาน...อิอิ...ไปนานมาก ๆ แม่ต้องไปยืนตะโกนเรียกแล้วเรียกอีก " ออกเป็นช้างหรือไง...ถึงได้นานนัก "..ฮาฮา
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ ทั่นพี่ นายช่างใหญ่
หิ้วขนมมาฝากค่า
รักษาสุขภาพนาค๊า..
สวัสดีค่ะเห็นบอกว่าอาหารกลางวันยังไม่มีผลไม้ เล่นบอกอย่างนี้เดี๋ยวมีคนส่งขนม ส่งผลไม้มาให้ทานไม่หวาดไม่ไหว นี่ได้ขนมจากคุณครูปูมาตั้งเยอะนะคะ น่าทานจริงๆ^__^
สวัสดีครับคุณนายดอกเตอร์
อาจารย์ครับวันนี้ที่บ้านมีมะม่วงน้ำดอกไม้...แม่บ้านเขาจะใส่มาให้ ผมบอกว่ากลับไปกินด้วยกันตอนเย็นดีกว่าครับ...อิอิ
ขอบคุณครับ
แวะมาเยี่ยมนายช่างใหญ่ สบายดีไหมค่ะ
สวัสดีครับคุณเบอเกอร์๐๑๒๓
สบายดีครับ...ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เห็นกันเลยนะครับ...ธุรกิจดีไหมครับ
ขอให้โชคดีครับ
สวัสดีครับน้องครูปู...
วันนี้ไม่มีผลไม้...ได้ขนมน้องนี้แหละหลังอาหาร...เดี๋ยวดูก่อนมีอะไรมั่ง...อิอิ
อ้อ..วุ้นหน้าลูกชุบ...อร่อย
ขนมตาล...อร่อย
ขนมขี้มัน...อร่อย
วุ้นกุหลาบ....อร่อยแต่เค็ม...อิอิ
ตะโก้....อร่อย
ข้าวเหนียวกวน...อร่อย
เผือกกวน...อร่อย....
สรุปแล้วอร่อยทุกอย่าง...หุหุ...เรื่องขนมเนี่ยหมดในพริบตาครับ...อย่าเผลอ
ขอบคุณมาก ๆ ครับ
สวัสดีคะนายช่างใหญ่
แต่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัว....และร้องเสียงหลง...
“...แม่ครับ...”
........ ???????
สวัสดีครับอ.หมู แซ่เฮ
หึหึ...งงใช่ไหมครับ...อาจารย์ก็กลับไปเริ่มอ่านใหม่ตั้งแต่ต้น...ก็จะหายงงง...อิอิ...ลงตัวพอดี...ที่ทำให้มีส้วมคร้าบบบบบ....
โชคดีครับผม