ส้วม...เศร้า

 

 

                                                http://hu.swu.ac.th/ph/animation/railway-line-03.jpg

                 ปัง...ปัง...ปัง...ปัง...ปัง...!!!!!!

 

                  เมื่อสี่สิบปีที่แล้วเสียงปืนดังขึ้นห้านัด...มันดังมากเสียงมันกรีดความมืดปิดทับเสียงหรีดหริ่งเรไรในตอนหัวค่ำบ้านเราให้สับสน...มันคงดังก้องทะลุไปไกลแสนไกล...ติดตามด้วยเสียงร้องไห้ระงมในเวลาต่อมา

                  มีเหตุอะไรหรือ...???...เสียงดังใกล้บ้านเรามาก

                 แคงรีบยกหม้อน้ำเชื่อมวางไว้บนเตาที่ว่างไม่มีไฟอย่างระมัดระวัง การเคี่ยวน้ำเชื่อมให้แม่ไว้ขายขนมในวันพรุ่ง ถือเป็นภารกิจที่ต้องกระทำทุกวันก่อนเข้านอน

                  วิ่งออกมาหน้าบ้าน เห็นพ่อเหน็บมีดปาดตาลคู่กายกับผ้าขาวม้า ที่คาดพุงอยู่ เดินออกไปดูเหตุการณ์ ส่วนแม่ก็กำลังโอบน้อง ๆ ปลอบไม่ให้กลัว

                  " มีไหร...ล่ะแม่ครับ " แคงถามแม่ด้วยความสงสัยว่ามีเหตุการณ์อะไร  เพราะได้ยินเสียงปืนห้านัด และมีเสียงร้องไห้มาจากท้ายตลาด

                 " ไม่รู้เหมือนกันลูก พ่อออกไปแลแล้ว " แม่ตอบพลางเอามือลูบหัวน้องดำที่ทำท่าจะร้อง

                  พ่อหายไปครู่ใหญ่...ก่อนกลับมาบอก

                " โกเต้ง...ถูกยิงที่ทางรถไฟ..."

                ..................................................................................................................................

               จากวันนั้น....แถบบ้านแคงก็สร้างส้วมกันแทบทุกบ้าน ยกเว้นบ้านแคงที่สร้างใน ๑๐ ปีต่อมา...เพราะเงินไม่มี...อิอิ

 

http://img301.imageshack.us/img301/6871/acc5231fa0.jpg

 

 

                                       บ้านของแคง ตั้งอยู่ริมถนนริมทางรถไฟ ดังนั้นรถไฟทุกขบวน ไม่ว่ารถด่วน รถเร็ว รถขนสินค้า หรือรถแช่เย็นทุกขบวนก็ต้องวิ่งขนานผ่านหน้าบ้านทุกขบวน

                                       ริมทางรถไฟหน้าบ้านถ้าไปทางกรุงเทพ(สมัยก่อนเราเรียกบางกอก...ไม่ได้เยียกกรุงเตบอย่างเดี๋ยวนี้...อุ้ยขอโทษทองแดงหลุด...หยิบ...เสียดายช่วงนี้ขายได้ราคา) ด้านซ้ายจะเป็นป่าละเมาะก่อนถึงป่ายางยายหนอม ด้านขวาจะเป็นป่าละเมาะก่อนถึงถนน...

 

http://i40.photobucket.com/albums/e238/smiledistiny/-04-05/DSCN85710.jpg

 

                                      ทั้งหมดนี้คือ...ส้วมของคนทั้งย่าน...หรือเราเรียกว่าป่าขี้.....หึหึ

                                       เด็ก ๆ ก็ใกล้หน่อย.....

                                       ผู้ใหญ่ก็ไกลหน่อย.....

                                       ทุกคนรู้เวลารถไฟ...จึงหลีกเลี่ยงไปเวลาใกล้รถไฟผ่าน

                                      อุ้ย.....ถ้าทนไม่ไหวก็เข้าไปในป่ายาง....

                                       แต่ป่าละเมาะก็ไม่ค่อยไหวนะ...เพราะต้นหวายมีหนามเยอะ....

                                       กลางคืนล่ะ....ปลอดภัยที่สุดคือ....ทางรถไฟ....

                                                       แคงเล่าว่า...คืนนั้น...คืนวันเพ็ญ...วันพระ...เราเจ็ดคนพ่อแม่กับลูกอีกห้าคน วันนี้แม่หยุดขายขนมหนึ่งวัน ครอบครัวเราจะไปวัดเพื่อสวดมนต์ไหว้พระพร้อมกัน...เป็นช่วงวันเข้าพรรษา...หนทางเดินไปวัดชัดเจนไม่ต้องกลัวงู...กลิ่นดอกเล็บมือนางริมรั้วบ้านพี่สาวหอมคลุ้ง...ต้นมะม่วงคันต้นใหญ่สักสามโอบอยู่ขวามือตรงข้าม....มีชาวบ้านเดินตามมาเป็นพรวน...คุยกันกระหนุงกระหนิง ทุกคนมีดอกไม้ธูปเทียนสำหรับไหว้พระ...เราเดินเลี้ยวซ้ายเข้าวัด...มีป่าไผ่ทำรั้วบ้านพี่สาวโอบอยู่...ตรงข้ามเป็นสวนเงาะบังเลาะห์...ถึงแล้วประตูวัดศรีมหาโพธิ์

                                                                      http://www.khonkaenview.com/H12/DSC_2242.JPG                                                                                                                                                                                   

 

                                       เราเดินตรงไปยังโรงธรรม  มีชาวบ้านมานั่งรอสวดมนต์กันเต็มไปหมด   มีเด็ก ๆ   ออกมาวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน  แม่พาพวกเราเลือกนั่งที่แถวกลาง ส่วนพ่อไปนั่งอยู่แถวหน้าตรงกลางเตรียมทำหน้าที่พิธีกรนำสวดมนต์

                                      พระมาแล้ว เดินเป็นแถวแนวตรงเข้าสู่โรงธรรม ทุกองค์โกนผมโกนคิ้วจนดูสะอาดสดใส ตัดกับสีของจีวรทำให้ดูเปล่งเป็นประกายยิ่งขึ้น ชาวบ้านก้มลงกราบแทบราบกับพื้นด้วยศรัทธาที่เปี่ยมล้นหัวใจ...... 

                                      เมื่อเสร็จการสวดมนต์ไหว้พระแล้ว ชาวบ้านก็แยกย้ายกันกลับเคหสถานบ้านใครบ้านมันเพื่อหลับนอนเอาแรง สำหรับการทำมาหากินในวันพรุ่ง

                                      ครอบครัวเราเดินรวมกลุ่มกันกลับบ้าน กลิ่นดอกเล็บมือนางริมรั้วบ้านพี่สาวยังส่งกลิ่นหอมอยู่เช่นเดิม ถึงบ้านต่างก็ล้างมือล้างเท้าเตรียมเข้านอน แคงก็เข้าไปหลังครัวไปก่อไฟสำหรับเคี่ยวน้ำเชื่อม ส่วนพ่อกับแม่ก็ปิดประตูหน้าบ้านนั่งคุยกันอยู่ที่ลานบ้าน......

                                     เมื่อก่อไฟเสร็จแคงเอาหม้อขนาดเล็กใส่น้ำหนึ่งขัน(ประมาณหนึ่งลิตร)    ต้มจนเดือดแล้วเอาน้ำตาลหนึ่งกิโลใส่ลงไป ใช้ไม้พายเล็กกวนจนน้ำตาลละลายหมด เตรียมยกเก็บ

                                     แต่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัว....และร้องเสียงหลง...

                                     ...แม่ครับ...          

                                                                 ขอให้ทุกท่านโชคดี